สติ๊กเกอร์บูมในไอร์แลนด์เหนือ

faked facade Northern Ireland-2

การสร้างหน้าร้านปลอม กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของไอร์แลนด์เหนือที่จะปกปิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อต้อนรับการประชุมผู้นำในประเทศสมาชิก G8 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายนนี้ งบประมาณราว 300,000 ปอนด์ ถูกใช้ไปกับการปรับภูมิทัศน์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากกว่า 100 แห่งทั่วเคาน์ตีเฟอร์มานาก์ เมืองเจ้าภาพงานประชุมสุดยอดทางเศรษฐกิจครั้งนี้

 

ร้านค้าที่ปิดกิจการลงได้ถูกตบแต่งและดัดแปลงให้ดูเหมือนกำลังเปิดกิจการอยู่ มีประตูที่เปิดต้อนรับลูกค้า อีกทั้งยังเห็นสินค้าจำนวนมากโชว์อยู่แน่นชั้นบริเวณหน้าร้าน แต่ความจริงเป็นสติ๊กเกอร์อิงค์เจ็ทของสินค้าต่างๆ ติดกระจกไว้

 

ประธานสภาเมือง เบรนแดน เฮการ์ตี เผยว่าพวกเขาเพียงต้องการที่จะนำเสนอประเทศของเราในแง่อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวให้ดีที่สุดเท่าที่เราสามารถทำได้ และเรียกแผนงานปรับปรุงครั้งนี้ว่า ‘โอกาสมหัศจรรย์’

 

คนในพื้นที่กลับมองว่าแผนงานนี้มีผลแค่ผิวเผิน และไม่มีประโยชน์ที่จะซ่อนความจริงเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสัดส่วนเด็กยากจนมากกว่าพื้นที่อื่นในประเทศจากเหตุวิกฤติหนี้สาธารณะยุโรป รวมถึงปัญหาคนว่างงาน ธุรกิจล้มละลาย ซึ่งเป็นผลที่ตามมาจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลกโดยการฟื้นตัวจากปัญหาดังกล่าวเป็นไปได้ช้ามาก จากการคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในไอร์แลนด์เหนือยังคงต่ำกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์ ไปจนถึงปี 2014

 

ที่มา: huffingtonpost.com

อภิรดา มีเดชสติ๊กเกอร์บูมในไอร์แลนด์เหนือ

Related Posts

ไอซ์แลนด์: โอลาเฟอร์ กริมซัน กัปตันทีมกู้ชาติ

ก่อนไอซ์แลนด์จะผงาดขึ้นมาเป็นที่สนใจกันในวงการฟุตบอลยูโร 2016 และฟุตบอลโลก 2018 ไอซ์แลนด์เคยเป็นประเทศล้มละลายในปี 2008 เมื่อเทียบแล้วประชากรมีหนี้ต่อหัวสูงถึง 200,000 ดอลลาร์ นี่คือคำอธิบายว่าไอซ์แลนด์ใช้วิธีไหนกลับมาฟื้นคืนชีพได้ในเวลาไม่กี่ปี

Savita’s Law: ชัยชนะของชาวไอริชกับสิทธิการทำแท้ง

ศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม ชาวไอริชไปลงประชามติเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 8 ที่ห้ามการทำแท้ง ด้วยเสียงสนับสนุนถึง 66 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะพิจารณาอนุมัติร่างกฎหมายที่อนุญาตให้มีการทำแท้งได้ในหลายกรณีมากขึ้น

สงครามการค้าจีน-สหรัฐ บนหัวใจเสรีนิยมใหม่

เมื่อสหรัฐเตรียมมีมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าบางอย่างจากจีน เพื่อตอบคำถามถึงสถานการณ์การตอบโต้ทางภาษีที่อาจนำไปสู่สงครามการค้าเสรีนิยม ศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้จัดงานอภิปรายวิชาการในประเด็น ‘จีน VS สหรัฐ 2018’ ขึ้น