ก่อน 14 ตุลา ฝ่ายก้าวหน้าอ่านอะไร

open

“You are what you read” จริงไม่จริงไม่รู้ แต่เครื่องมือสื่อสารความคิดในยุคก่อนปี 2516 ไม่มีอะไรเก๋ โดนใจ ทันสมัย และทรงอิทธิพลไปกว่าสื่อสิ่งพิมพ์อีกแล้ว

อันที่จริง ไม่ใช่เพราะความเก๋หรอก แต่เพราะสื่อหลักในยุคนั้น วิทยุก็เป็นของทหาร โทรทัศน์ทั้งสี่ช่องก็ควบคุมโดยรัฐ หนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ก็พินอบพิเทารัฐบาล การพิมพ์หนังสือเล่มและวารสารจึงเป็นช่องทางเดียวที่เหลืออยู่

เราควรพูดได้ด้วยซ้ำว่า วัฒนธรรมการอ่านและการพิมพ์หนังสือเล่ม (pocket book) ในประเทศไทย ได้รับอานิสงส์แรงเหวี่ยงจากความตื่นตัวทางการอ่านและการพิมพ์ในหมู่นักศึกษาและประชาชนที่สนใจความรู้ ข้อมูล ข่าวสารในยุคนั้น มาจวบจนถึงปัจจุบัน

นี่คือตัวอย่างรายชื่อหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ 14 เล่ม ที่ส่งอิทธิพลทางความคิดไปสู่นักศึกษาและประชาชน ก่อนเกิดคลื่นขบวน 14 ตุลาคม 2516

artboard-1

กูเป็นนิสิตนักศึกษา / สุจิตต์ วงษ์เทศ, ขรรค์ชัย บุนปาน

สุจิตต์ วงษ์เทศ ไม่ใช่เพิ่งมาเปรี้ยวเอา พ.ศ. นี้ แต่เขาคือคนเขียนกลอนท้าทายบรรยากาศในมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ยุคขะโน้น กลอนบทนี้ขึ้นต้นว่า…

กูเป็นนิสิตนักศึกษา
วาสนาสูงส่งสโมสร
ย่ำค่ำนี่จะย่ำไปงานบอลล์
เสพเสน่ห์เกสรสุมาลี…

สุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนเล่มนี้ร่วมกับ ขรรค์ชัย บุนปาน ตีพิมพ์ครั้งแรกโดย สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น พ.ศ. 2512

artboard-2

ความเงียบ / สุชาติ สวัสดิ์ศรี

ในขณะที่นักศึกษาและมวลชนในยุคนั้นพากันชูธงศิลปะเพื่อชีวิตศิลปะเพื่อประชาชน รับใช้นั่นรับใช้นี่กันอุตลุด สุชาติ สวัสดิ์ศรี สวนกระแสด้วยการเขียนเรื่องสั้นและบทกวีชุดนี้ออกมา เป็นงานที่อ่านยาก เรียกร้องพลังงานในการตีความสูง กระทั่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ทางลบในหมู่ปัญญาชนด้วยกันไม่น้อย

แต่มันคือหลักฐานยืนยันว่า ศิลปะต้องการความเป็นอิสระ ขณะตัวผู้เขียนก็คงคุณลักษณะทางความคิดและการแสดงออกเยี่ยงนั้นมาตราบจนปัจจุบัน

พิมพ์ครั้งแรกปี 2515 โดย สำนักพิมพ์หนังสือ

artboard-3

คำขานรับ / ศรีบูรพา

พ.ศ. 2493 หลังจากนวนิยายต้นแบบวรรณกรรมเพื่อชีวิต จนกว่าเราจะพบกันอีก ตีพิมพ์ครั้งแรก และถือเป็นงานเล่มแรกในนามสำนักพิมพ์สุภาพบุรุษ ศรีบูรพาเขียนเรื่องสั้นชื่อ ‘คำขานรับ’ ตีพิมพ์ลงใน เดลิเมล์  วันจันทร์

เรื่องสั้นเรื่องนี้ถือเป็นหลักกิโลเมตรแรกๆ ของจุดอ้างอิงอุดมคติคนหนุ่มสาว หรือที่เรียกภายหลังว่า ‘จิตสำนึกขบถ’ ซึ่งอีกเกือบ 20 ปีถัดมา ฉันจึงมาหาความหมาย ของ วิทยากร เชียงกูล จึงได้ย้ำถึงจิตสำนึกขบถนี้อีกครั้งให้คนรู้จักในวงกว้าง

อนึ่ง ในปีเดียวกันนี้ศรีบูรพาเขียนบทความชื่อ ‘มองดูนักศึกษา ม.ธ.ก. ด้วยแว่นขาว’ ในบทความมีประโยคอมตะว่า “ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน”

artboard-4

โจนาธาน ลิฟวิงสตัน นางนวล / ริชาร์ด บาค / ฉบับ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ แปล

ทันทีที่ Jonathan Livingston Seagull ตีพิมพ์ครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2513 หนังสือเล่มนี้ก็ถูกพูดถึงในหมู่นักอ่านทั่วโลก จนกระทั่งมีผู้แปลเป็นภาษาไทยออกมาสองสำนวน

สำนวนหนึ่ง โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ตีความเป็นพุทธปรัชญา อีกสำนวนหนึ่ง แปลโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2515

สำนวนของชาญวิทย์ได้รับความนิยมในหมู่คนหนุ่มสาว มากกว่าสำนวนแปลตีความตะล่อมเข้าพุทธของคึกฤทธิ์  เนื่องจากจับใจความสาระสำคัญของต้นฉบับตามบริบทสังคมและยุคสมัย ริชาร์ด บาค เขียนงานเล่มนี้ขณะที่อเมริกันอยู่ในยุคสงครามเวียดนาม ยุคแสวงหา ยุคบุปผาชน การตั้งคำถามต่อระเบียบสังคมเดิม และแสวงหาคุณค่าใหม่ในยุคสมัยของตนเอง

ความรู้สึกร่วมสมัยเช่นนี้ไม่มีพรมแดน

artboard-5

ฉันจึงมาหาความหมาย / วิทยากร เชียงกูล

วรรคทอง “ฉันเยาว์ฉันเขลาฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย” มาจากกลอนชื่อ ‘เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน’ วิทยากร เชียงกูล เขียนในวาระวันสถาปนาธรรมศาสตร์ ตีพิมพ์ในนิตยสารยูงทอง ปี 2511 ขณะยังเป็นนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์

ตีพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกมีทั้งเรื่องสั้น บทละคร และบทกวี ในชื่อปก ฉันจึงมาหาความหมาย พ.ศ. 2514

artboard-6

โฉมหน้าศักดินาไทย / จิตร ภูมิศักดิ์

จิตร ภูมิศักดิ์ ใช้นามปากกา ‘สมสมัย ศรีสูทรพรรณ’ เขียนงานชิ้นนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสาร นิติศาสตร์ฉบับศตวรรษใหม่ พ.ศ. 2500 ตอนนั้นใช้ชื่อว่า โฉมหน้าศักดินาไทยในยุคปัจจุบัน

เป็นงานวิชาการที่ใช้ลัทธิมาร์กซ์เป็นเครื่องมือวิเคราะห์สังคมไทย จี๊ดกระชากใจคนยุคนั้นอย่างยิ่ง หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา นักศึกษากลุ่มสภาหน้าโดม ธรรมศาสตร์ สภากาแฟ เกษตรศาสตร์ แนวร่วมนักศึกษาเชียงใหม่ และชมรมคนรุ่นใหม่ รามคำแหง ร่วมกันจัดพิมพ์เป็นเล่มครั้งแรกในปี 2517 ใช้ชื่อปก โฉมหน้าศักดินาไทย

artboard-7

ชีวทัศน์เยาวชน / อนุช อาภาภิรม

เนื้อหาต้นทางมาจากแนวทางปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวถึงการดัดแปลงตัวเองจากนักศึกษาให้เป็นนักปฏิวัติผู้มีจิตสำนึกเสียสละรับใช้ประชาชน

แนวคิดเรื่องการรับใช้มวลชนสั่งสมในความรู้สึกคนหนุ่มสาวยุคนั้นมาก่อน 14 ตุลาแล้ว แต่งานเล่มนี้ตีพิมพ์ช่วงหลังปี 2518 ท่ามกลางสถานการณ์ขมวดตึงเครียด เริ่มมีการลอบสังหารผู้นำมวลชน ทางเลือกของคนหนุ่มสาวที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐมีไม่มาก หนึ่งในนั้นคือการเข้าร่วมต่อสู้ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

หนังสือพิมพ์เป็นเล่มกะทัดรัด นักศึกษาฝ่ายก้าวหน้าต้องมีติดย่ามหรือยัดใส่กระเป๋าหลังกางเกง เป็น accessory ท่าบังคับ

artboard-8

เช กูวารา นายแพทย์นักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ / ศรีอุบล

ก่อนที่จะถูกใช้งานเป็นบังโคลนรถสิบล้อ และเป็นเครื่องมือป๊อปอาร์ตในยุคปัจจุบัน เออร์เนสโต เช เกวารา เคยเป็นไอคอนที่ซีเรียสของคนหนุ่มสาวในยุคนั้น ไม่ใช่ใครจะมาทำตลกล้อเลียนได้ง่ายๆ

สุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็นผู้เขียนบทความแนะนำนักปฏิวัติคนนี้ให้สังคมไทยรู้จักครั้งแรก  ตีพิมพ์ในนิตยสาร วิทยาสารปริทัศน์  ประมาณ 1-2 ปีก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม

ส่วนหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2516 จัดพิมพ์โดย ฝ่ายสาราณียกร องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

artboard-9

ปรัชญาชีวิต / คาลิล ยิบราน / ระวี ภาวิไล แปล

งานอมตะของมหากวีชาวเลบานอน พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษครั้งแรกปี 2469

20 ปีต่อมา ระวี ภาวิไล พบหนังสือเล่มนี้ในหอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาคัดลอกบทกวีลงสมุดบันทึกทีละบทอย่างหลงใหล กระทั่งถ้อยคำภาษาไทยผุดขึ้นมาคำต่อคำประโยคต่อประโยค จึงเริ่มลงมือแปลเพื่อจะเก็บไว้อ่านเองและแบ่งปันเพื่อนที่สนใจ

ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา พบต้นฉบับนี้จึงนำมาตีพิมพ์ครั้งแรกในนามสำนักพิมพ์บริการทอง ในปี 2504 แต่เริ่มเป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่นักศึกษาปัญญาชนเมื่อพิมพ์ครั้งที่สอง ในปี 2511

ความนิยมต่อกวีนิพนธ์เล่มนี้คือสิ่งสะท้อนให้เห็นว่า คนหนุ่มสาวไม่ได้สนใจแค่การเมือง แต่พวกเขาแสวงหาคุณค่าและความงามของชีวิตด้วย

artboard-10

ปีศาจ / เสนีย์ เสาวพงศ์

นวนิยายอุดมคติโรแมนติกอีกเรื่องหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหนุ่มสาวก่อนเล่ม ความรักของวัลยา เล่าเรื่อง สาย สีมา ทนายความหนุ่มจากชนชั้นชาวนากับหญิงสาวสูงศักดิ์ สาย สีมา ต้องต่อสู้กับความคิดเก่าของพ่อแม่หญิงสาว ทั้งเพื่อความรักและเพื่อยืนยันอุดมคติ

ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ ร่วมสมัย พ.ศ. 2496 ทิ้งห่างไป 4 ปี ลาว คำหอม จึงนำมาจัดพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกเมื่อปี 2500 ในนามสำนักพิมพ์เกวียนทอง

artboard-11

แลไปข้างหน้า / ศรีบูรพา

ศรีบูรพาเขียนนวนิยายเรื่องนี้โดยแบ่งเป็นสองภาค ภาคปฐมวัย ตีพิมพ์ครั้งแรก ปี 2498 และภาคมัชฌิมวัย ตีพิมพ์เป็นตอนในนิตยสาร ปิยมิตร ช่วงปี 2500 ก่อนจะพิมพ์รวมเล่มในปี 2518

เนื้อหาภาคปฐมวัยว่าด้วยชีวิตของเด็กบ้านนอกที่มีโอกาสเข้ามาเรียนร่วมกับชนชั้นสูง ฉากและบรรยากาศอยู่ในช่วงก่อนการปกครอง 2475 ประเด็นว่าด้วยความแตกต่างทางฐานะ ชนชั้นวรรณะ ส่วนภาคมัชฌิมวัย ฉากเหตุการณ์อยู่ในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง นำเสนอแนวคิดประเด็นการเมืองอย่างตรงไปตรงมา

นี่เป็นนวนิยายที่เขียนไม่จบ ศรีบูรพาเขียนงานชุดนี้ช่วงปี 2495-2500 ซึ่งอยู่ในช่วงถูกจับกุมคุมขังในฐานะนักโทษการเมือง และต้องลี้ภัยในปี 2501 เนื่องจากจอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหาร เกิดการกวาดล้างจับกุมนักการเมือง นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ กระทั่งเสียชีวิตที่ประเทศจีนในปี 2517

artboard-12

ศิลปเพื่อชีวิต ศิลปเพื่อประชาชน / ทีปกร

จิตร ภูมิศักดิ์ ใช้นามปากกา ‘ทีปกร’ อันหมายความถึงผู้ให้แสงสว่างหรือเทียนส่องทางในการเขียนงานชุดนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยบทความจำนวนสี่ชิ้น เพื่อตอบคำถามว่า ศิลปะคืออะไร ศิลปะสูงส่งอย่างไร ศิลปะเพื่อศิลปะมีจริงหรือไม่ ศิลปะเพื่อชีวิตคืออะไรและมีบทบาทความสำคัญอย่างไร

คำถามเหล่านี้ก่อให้เกิดประเด็นในวงเสวนาในยุคนั้นอย่างกว้างขวาง กระทั่งยังคงเป็นหัวข้อให้คนในแวดวงศิลปะและวรรณกรรมไทยทะเลาะกันอยู่ตราบจนปัจจุบัน

จิตร ภูมิศักดิ์ เขียนบทความสี่ชิ้นนี้ในวาระต่างๆ ตั้งแต่ปี 2498 ก่อนได้รับการตีพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกในปี 2500 โดย สำนักพิมพ์เทวเวศม์

artboard-13

หนุ่มหน่ายคัมภีร์ / สุจิตต์ วงษ์เทศ

หลักฐานยืนยันความเซี้ยว เปรี้ยวค่อด อีกเล่มของ สุจิตต์ วงษ์เทศ เล่าเรื่องของ ทองปน บางระจัน เฟรชชี่โข่งที่เข้าไปป่วนระบบโซตัส ระบบอาวุโส ในมหาวิทยาลัย ด้วยลีลาการเขียนเสียดสี เจืออารมณ์ขัน แต่อ่านแล้วเลือดลมสูบฉีดพล่าน ใครระงับอารมณ์ไม่อยู่ อ่านจบมีสิทธิ์ลุกขึ้นกระโดดถีบยอดอกรุ่นพี่ได้ง่ายๆ

ตีพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น พ.ศ. 2512 นับอายุอานามก็ร่วมกึ่งศตวรรษ แต่ทุกวันนี้เรายังต้องแชร์ต้องเมนท์ข่าวรับน้องกันอยู่เลย

artboard-14

วารสารสังคมศาสตร์ปริทัศน์

บ่อน้ำทางปัญญาของคนหนุ่มสาวในยุคนั้น ก่อตั้งเมื่อปี 2506 ในนามสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย โดยมี พระเจ้าวรวงค์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงค์ประพันธ์ เป็นผู้ประทานนามวารสาร

บรรณาธิการคนแรกคือ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ (พ.ศ. 2506-2512) บรรณาธิการคนต่อมาชื่อ สุชาติ สวัสดิ์ศรี (2512-2519) ซึ่งขณะที่รับตำแหน่งนี้ สุชาติ สวัสดิ์ศรี อายุเพียง 25 ปี

สังคมศาสตร์ปริทัศน์ เป็นแหล่งชุมนุมงานเขียนของปัญญาชนทั่วประเทศ เป็นพื้นที่ของการส่งผ่านความรู้ใหม่ และเปิดประเด็นสำคัญๆ ที่ไม่เคยมีใครพูดถึง ถือเป็นปรากฏการณ์ทางสิ่งพิมพ์รายวาระที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย

artboard-15

นอกเหนือจาก สังคมศาสตร์ปริทัศน์ ยังมีนิตยสารรายปักษ์อีกเล่มหนึ่งที่มีบทบาทและอิทธิพลทางความคิดต่อคนหนุ่มสาวสูง ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นคือ ชัยพฤกษ์ ฉบับนักศึกษา-ประชาชน ของบริษัทไทยวัฒนาพานิช โดยมี อนุช อาภาภิรม เป็นบรรณาธิการ

Editorial Staffก่อน 14 ตุลา ฝ่ายก้าวหน้าอ่านอะไร

Related Posts

เหลียวหลังแลหน้า มรดกคนเดือนตุลากับอนาคตสังคมไทย

44 ปีเวียนมาบรรจบ กับคำถามและคำตอบ จากเหตุการณ์ที่นับเนื่องได้ว่า สำคัญที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย

รู้จัก ‘คนเดือนตุลา’ ผ่านหนังสือ ‘The Rise of the Octobrists in Contemporary Thailand’

ในวิกฤติการเมืองสีเสื้อตั้งแต่หลังการรัฐประหาร 2549 เป็นต้นมา คนเดือนตุลามีบทบาทอยู่ในการเมืองทั้งเหลืองและแดง พวกเขาเริ่มขัดแย้งกันมาตั้งแต่ช่วงปลายพุทธทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา หนังสือเล่มนี้จะให้คำตอบว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

หนังสือ 26 เล่มที่เด็กควรอ่านใน 28 ประเทศ

TED-Ed ได้รวบรวมหนังสือ 26 เล่มจาก 28 ประเทศ โดยเน้นผู้เขียนเป็นคนในประเทศ และรายชื่อด้านล่างนี้สะท้อนการปลูกฝังสิ่งพื้นฐานต่างๆ ให้เด็กได้เป็นอย่างดี