เพลง ABC มาจากไหน?

A – B – C – D – E – F – G

H – I – J – K – L – M – N – O – P

Q – R – S – T – U- V,

W – X – Y and Z

Now, I know my ABCs.

Next time, won’t you sing with me?

เรา (แทบ) ทุกคนต้องเคยถูกบังคับให้ท่องจำพยัญชนะภาษาอังกฤษ 26 ตัว ผ่านการร้องเพลง ‘ABC’

แต่ตอนเด็กๆ เราเคยตั้งคำถามบ้างมั้ยว่า เพลงนี้ใครแต่ง? แล้วทำไมร้องครั้งเดียวจำได้เลย? หลายคนอาจยังสงสัยกันอยู่ หลายคนอาจจำไม่ได้แล้ว

“Who made the ABC song?”

คือคำถามสั้นๆ ง่ายๆ จาก เฮนดริกซ์ (Hendrix) เด็กชายวัย 6 ขวบ จากเมืองดันส์โบโรห์ (Dunsborough) รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia) ที่ส่งให้กองบรรณาธิการสำนักข่าวออนไลน์ The Conversation สาขาออสเตรเลีย ผ่านโครงการ Curious Kids หรือถ้าแปลเป็นไทยคือ ‘เจ้าเด็กขี้สงสัย’

โครงการดังกล่าว เปิดกว้างให้เด็กๆ สามารถส่งทุกคำถามที่สงสัยมาที่ The Conversation และยืนยันว่าทุกอย่างที่พวกเขาสงสัย (ถ้าเป็นไปได้และไม่ยากเกินไป) จะได้รับการตอบกลับจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เช่น ทำไมแมวไม่ใส่รองเท้า หรือ ฉลามเคยจามหรือเปล่า

เพลง ‘ABC’ ถูกจดลิขสิทธิ์ครั้งแรกภายใต้ชื่อ ‘The Schoolmaster’ เมื่อปี 1834 โดยชาวอเมริกันที่ชื่อว่า ชาร์ลส์ แบรนด์ลี (Charles Bradlee) อย่างไรก็ตาม เขาไม่ใช่คนแต่งเพลงนี้เอง และจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์เพลงยอดฮิตยังย้อนกลับไปไกลกว่านั้น

หลายคนคงเคยเอะใจว่าเพลง ‘ABC’ นั้นทำไมถึงมีทำนองคุ้นๆ คล้ายกับเพลง ‘Twinkle Twinkle Little Star’ ซึ่งประพันธ์โดยนักกวีชาวอังกฤษที่ชื่อว่า เจน เทย์เลอร์ (Jane Taylor) เมื่อปี 1806 คำตอบก็คงตอบว่าใช่ เพลง ‘ABC’ ได้หยิบยกทำนองเดียวกันมาใช้

แต่ เทย์เลอร์ ก็ไม่ได้คิดค้นทำนองเพลงนั้นเอง และยังคงเป็นปริศนาจนทุกวันนี้ว่าใครแต่ง เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่สามารถค้นพบได้ในเวลานี้ คือ มีการค้นพบทำนองดังกล่าวเวอร์ชั่นเก่าแก่ที่สุดคือของปี 1761 โดยค้นพบเพียงแค่กระดาษเขียนทำนอง แต่ไม่ปรากฏเนื้อร้องหรือชื่อผู้ประพันธ์ในนั้น

อย่างไรก็ตาม ทำนองดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้กับเพียงแค่สองเพลงข้างต้นเท่านั้น เพราะ โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) นักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกชาวออสเตรียชื่อก้องโลกก็ยังนำทำนองนี้มาประพันธ์บทเพลงคลาสสิกที่ชื่อว่า ‘Vous Dirai-je, Maman’ หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ ‘Ah, Mother, if I could tell you’ โดยปล่อยออกมาครั้งแรกปี 1785

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เพลง ‘ABC’ เป็นที่นิยมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพราะในอดีตเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาเท่ากันทุกคน นั่นหมายความว่า เด็กบางคนอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ เพลง ‘ABC’ จึงเปรียบเสมือนบทเรียนวิชาภาษาอังกฤษเบื้องต้นที่ช่วยให้พวกเขาสามารถเรียนรู้และจดจำพยัญชนะภาษาอังกฤษได้ง่าย

ก่อนที่การศึกษาจะถูกกำหนดให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน การเรียนรู้ของมนุษย์เราไม่ได้อยู่ในโรงเรียน แต่กลับอยู่รอบตัว กล่าวคือ ผ่านครูบาอาจารย์ใกล้ตัว เช่น ผู้ปกครองหรือปู่ย่าตายาย เราจึงเห็นวัฒนธรรมหรือเรื่องราวบางอย่างที่คนรุ่นหลังต้องการสื่อให้คนรุ่นต่อไปที่ถูกเขียนผ่านบทเพลง เป็นลักษณะสืบทอดต่อกันมา และแทบจะคล้ายกันในทุกสังคม ทุกวัฒนธรรม ไม่ว่าจะอยู่ในซีกโลกไหนก็ตาม

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทำนองของเพลงนั้นประสานและทำงานสอดคล้องกับสมอง กล่าวคือ เพลงช่วยพัฒนาการเรียนรู้และการจดจำของสมอง สังเกตมั้ย ว่าทำไมเราถึงสามารถจำเนื้อเพลงได้เป็นสิบๆ เพลงภายในเวลาไม่นาน แต่บทเรียนที่เพิ่งเรียนไม่นาน เรากลับจำไม่ได้ การเรียนรู้ผ่านบทเพลงจึงช่วยเพิ่มศักยภาพและช่วยพัฒนาสมองในหลายๆ ด้าน เช่น อารมณ์ จิตใจ สติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์

แม้จะยังคงไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนประพันธ์ทั้งทำนองและเนื้อเพลง ‘ABC’ แต่มนุษยชาติทั่วโลกที่เรียนภาษาอังกฤษก็คงต้องกล่าวขอบคุณที่เขาผู้นั้นที่ได้ช่วยให้พวกเราสามารถจดจำพยัญชนะภาษาอังกฤษ 26 ตัวได้ในเวลาสั้นๆ


ข้อมูลอ้างอิงจาก: conversation.com

 

Editorial Staffเพลง ABC มาจากไหน?

Related Posts

6 สิ่งที่เด็กเกิดปี 2018 อาจไม่ได้สัมผัส

เมื่อทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าจนมนุษย์อย่างเราวิ่งไล่ตามไม่ทัน บางอย่างพัฒนามาเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ปัจจุบันพบเห็นได้แค่ในร้านขายของเก่าหรือหนังสือสารานุกรมเสียแล้ว และไม่แน่ว่าหกสิ่งต่อไปนี้ที่เรากำลังจะกล่าวถึง เด็กที่จะเกิดในปี 2018 นี้อาจไม่ได้สัมผัสอีกต่อไป

บ้านดอกทานตะวัน: มอบการศึกษา คุ้มครองจากความเศร้า

พูดคุยกับ ตู่-พวงทอง ทะกัน ผู้อำนวยการ และ มาลี-มาลี คำมงคล เจ้าหน้าที่โครงการ ศูนย์คุ้มครองสิทธิเด็กเชียงของ จ.เชียงรายที่ทำงานกับกลุ่มเด็กในพื้นที่เสี่ยงต่อปัญหาการค้ามนุษย์ ค้าประเวณีและการแสวงหาผลประโยชน์ทุกรูปแบบ โดยตั้งต้นว่า การศึกษาคือหนึ่งในช่องทางเพิ่มโอกาสให้กับเด็กที่มองไม่เห็นโอกาส

Small Smile Center: คุยเรื่องเพศกับสาวปาน พี่ปาน และยายปาน

พูดคุยกับ ปาน-ปภาดา ทะอาจ ผู้อำนวยการศูนย์บริการสาธารณสุขด้านสุขภาวะทางเพศเด็กและเยาวชน 'Small Smile Center' ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ถึงประเด็นปัญหาเรื่องเพศของเด็กและเยาวชนในทุกวันนี้ที่มาจาก 'ความไม่รู้' 'ความไม่เท่าเทียมทางเพศ' และ 'โครงสร้างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา'