6 พรรคการเมืองร่วมลงสัตยาบันที่แลงคาสเตอร์ หยุดการสืบทอดอำนาจ คสช. - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

6 พรรคการเมืองร่วมลงสัตยาบันที่แลงคาสเตอร์ หยุดการสืบทอดอำนาจ คสช.

หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 จนบัดนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่เปิดเผยคะแนนดิบของผู้สมัครและผลอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน และประชาชนก็ยังไม่ได้เห็นหน้าตาของรัฐบาลที่พวกเขาเลือกมากับมือ

ผลพวงจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นด้านพลิกกลับของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ทำให้มีผลการเลือกตั้งออกมาในลักษณะของพรรคขนาดเล็ก-กลางจำนวนมากให้มีโอกาสได้ที่นั่งในสภา สืบเนื่องมาจากวิธีคิดของระบบ สส.พึงมี ทำให้เกิดสมการชุดใหม่ นำคะแนนที่แพ้มาหาร เพื่อเพิ่ม สส.บัญชีรายชื่อ ถ้า สส.เขตแพ้มาก ก็จะได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นชดเชย

อย่างไรก็ตาม โดยธรรมเนียมทางการเมือง พรรคที่มีจำนวน สส. มากเป็นอันดับ 1 ควรมีสิทธิ์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล – นี่เป็นส่วนหนึ่งในถ้อยแถลงของพรรคอนาคตใหม่ 1 วันหลังการเลือกตั้ง นั่นหมายความว่า พรรคเพื่อไทยซึ่งได้รับที่นั่งมากที่สุดในสภาฯ คือจำนวน 137 ที่นั่ง และได้ 0 ที่นั่งจาก สส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากระบบ สส.พึงมี ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 จะทำหน้าที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

จึงนำมาสู่การลงนามสัตยาบันและการแถลงจุดยืนและเสนอข้อเรียกร้องของพรรคการเมืองทั้งหมด 6 พรรคการเมืองในวันนี้ ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ประกอบด้วย เพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ และ พลังปวงชนไทย โดย พรรคเศรษฐกิจใหม่ ของ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ไม่ได้เข้าร่วมแถลงการในวันนี้ แต่ยืนยันผ่านโทรศัพท์กับทางเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ภูมิธรรม เวชยชัย ว่าจะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรรวม 7 พรรคการเมือง

และนี่คือถ้อยแถลงจากกลุ่มพรรคการเมืองที่ถูกเรียกว่าเป็น ‘ฝั่งประชาธิปไตย’ จุดเริ่มต้นของการต่อสู้ในเกมการเมืองที่ดุเดือดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัยของไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า 7 พรรคการเมืองที่มีเจตนารมณ์ระหว่างหาเสียง ในการที่จะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. พรรคเพื่อไทย และอีก 6 พรรค ยืนอยู่ในจุดยืนเดียวกันตั้งแต่วันเลือกตั้งจนถึงวันนี้ โดยทั้งหมดต้องการที่จะทำตามสัญญาประชาคมและเจตนารมย์ของพี่น้องประชาชน

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงพรรคการเมืองที่เข้าร่วมว่าเป็นพรรคที่ได้รับคะแนนและฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาคมมากที่สุด แม้ว่าคะแนนจะไม่นิ่งก็ตาม แต่คะแนนจะไม่ต่ำกว่า 255 ที่นั่งแน่นอน และต้องเริ่มพูดคุยอีกกับพรรคอื่นๆ ที่มีจุดยืนประชาธิปไตย ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะยากตั้งแต่เริ่มที่ได้เขียนกติกาที่มุ่งเน้นสืบทอดอำนาจ คสช. ไม่ว่าจะเป็นการนับรวมคะแนนคนแพ้มาคิดเป็น สส.บัญชีรายชื่อ สว. 250  ที่มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ก็เต็มด้วยข้อกังขามากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของการนับคะแนนก็ตาม

คุณหญิงสุดารัตน์มองไปยังอนาคตว่า “จะมีพรรคการเมืองที่เห็นแก่ประชาชนหันเข้ามาร่วมกันมากกว่านี้”

 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

“สวัสดีครับ ผมธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผมเห็นว่าภาวะแบบนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในระยะยาว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำให้เสียงของประชาชนเป็นจริง

“พรรคอนาคตใหม่และพรรคอื่นๆ ที่ร่วมกันในวันนี้ ต้องการหยุด คสช. และเชื่อว่าเจตจำนงนี้ได้รับฉันทามติจากประชาชน โดยจุดยืน 5 ข้อได้แก่”

  1. พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าจะร่วมกับพรรคการเมืองที่เข้าร่วมแถลงข่าวในวันนี้ สกัดกั้นอำนาจของคสช.ให้ถึงที่สุด
  2. พรรคอนาคตใหม่อยากจะเชิญชวนพรรคการเมืองที่เคยหาเสียงว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คสช. มาร่วมสร้างรัฐบาลประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นค้านหรือร่วมรัฐบาลกันก็ตาม
  3. พรรคอนาคตใหม่ยืนยันเช่นเดิม ว่านายกรัฐมนตรีควรจะมาจากพรรคที่ได้ที่นั่ง สส. มาเป็นอันดับ 1 พรรคอนาคตใหม่สนับสนุน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
  4. พรรคอนาคตใหม่ขอเรียกร้องต่อพรรคการเมืองที่พยายามจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ว่าการดึงดันจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยและใช้กลไก สว. สนับสนุน นั้นจะสร้างความวุ่นวายต่อสังคมและเดินไปสู่ทางตัน
  5. พรรคอนาคตใหม่ขอเรียกร้องต่อ กกต. ทำหน้าที่อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ขอเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยคะแนนเลือกตั้งและจำนวนผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์ เพื่อให้สาธารณะนำตัวเลขตรวจสอบความถูกต้อง

“พรรคอนาคตใหม่พร้อมที่จะร่วมงานกับพรรคที่แถลงข่าวบนเวทีแห่งนี้ เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของคสช.”

 

พลตำรวจเอกเสรีพิศุุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย

“ผม พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส กราบเรียนว่า พรรคเสรีรวมไทยเพิ่งก่อตั้งขึ้นมา ท่ามกลางความขัดแย้งของบ้านเมือง มีความพยายามจะรวมไทยเข้าด้วยกัน กว่าจะมาถึงวันนี้ พี่น้องประชาชนคงจะเห็นว่ามีความพยายามจะสืบทอดอำนาจ มีการเสนอชื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

“พรรคเสรีรวมไทยยืนยันว่ายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และจะยืนยันกับฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม และขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่หรือพรรคเล็ก ถ้ายึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนให้เข้าสู่สภาฯ จะมาน้อยแค่ไหนก็ตาม ถ้ายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขอให้ท่านยืนหยัดในสิ่งเหล่านี้ อย่าไปคิดถึงผลประโยชน์ สืบทอดอำนาจ เพราะถ้าท่านไปยืนหยัดอยู่กับฝ่ายสืบทอดอำนาจ เท่ากับว่าท่านเป็นตัวการในการทำลายระบอบประชาธิปไตยโดยตรง

“ในส่วนของ กกต. พี่น้องประชาชนทราบดีว่า กกต. มีที่มาอย่างไร ว่าจะยืนหยัดอยู่ข้างฝ่ายไหนอย่างไร ขอให้ กกต. จัดการเลือกตั้งให้มีความยุติธรรมมากที่สุด อย่าให้คนในชาติหรือคนต่างชาติ ดูถูกเหยียดหยามเลย อย่าไปคิดถึงเพียงแต่ผลประโยชน์ ในฐานะที่ผมเป็นอดีตตำรวจ เคยสืบสวนสอบสวนมามากมาย ผมก็จะไม่ยอมให้ท่านไปทำดำเนินการที่มันผิดกฎหมาย ผมขอให้ท่านดำเนินการเลือกตั้งในครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย”

พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ทิ้งท้ายว่า “ผมขอเรียกร้องให้คุณประยุทธ์ ลาออกซะ อย่าไปสืบทอดอำนาจเลย”

 

วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ

“พรรคประชาชาติอยากจะเห็นภาพหลังการเลือกตั้ง รัฐบาลที่จะมาจัดตั้งรัฐบาลควรเป็นรัฐบาลที่มีความเคารพในสิทธิของพี่น้องประชาชน และต้องการที่จะพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศนี้อย่างจริงจังและจริงใจ ไม่ควรเป็นรัฐบาลที่เห็นแก่พวกพ้อง พยายามจะสานต่ออำนาจ สิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศบอบช้ำ ประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ

“ประชาชาติอยากจะเห็นรัฐบาลที่จัดตั้งต่อไป ควรมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร นั่นคือต้องมีเสียง 250 ขึ้นไป  หลังจากการเลือกนายกรัฐมนตรี ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็แล้วแต่ การบริหารประเทศต้องบริหารโดยอาศัยสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลักในการออกกฎหมาย ในการอนุมัติงบประมาณ ในการตรวจสอบ สว. ทำหน้าที่แต่เป็นเพียงพี่เลี้ยงเท่านั้น ถ้าหากว่าใครคิดจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยอาศัยเสียงของวุฒิสภาเพื่อจะจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ

“เศรษฐกิจที่ย่ำแย่หลังจากนี้ คงไม่มีนักลงทุนที่ไหนกล้ามาเสี่ยงกับรัฐบาลที่อยู่บนเส้นด้าย นี่คืออุปสรรคที่ไม่ควรจะมี ทุกคนควรจะเห็นแก่ประเทศชาติและพวกพ้อง พรรคประชาชาติอยากจะเห็นรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย อย่างน้อยที่สุดต้องมีเสียงมากกว่า 251 เสียง”

หัวหน้าพรรคประชาชาติย้ำถึงหน้าที่ของ กกต. ว่า เป็นองค์กรอิสระที่สำคัญอย่างยิ่ง และต้องเป็นตัวของตัวเอง เคารพในกฎข้อบังคับ

“ถ้า กกต. ปฏิบัติตนอย่างเป็นกลางอย่างแท้จริง ก็จะทำให้คนจำนวนมากเคารพ กกต. ยังมีเวลาที่จะแก้ไขตัวเองให้ประชาชนเห็นว่าเป็นกลางอย่างแท้จริงและทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ไม่ควรลังเลเลย ไม่ว่าอำนาจใดๆ จะมากดดัน เพราะมันสู้อำนาจของประชาชนไม่ได้”

 

สงคราม กิจไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ

“การที่พวกเรามาร่วมกัน เพราะว่าเรามาด้วยจิตสำนึกของความเป็นประชาธิปไตย และความสำนึกในคำพูด ในศักดิ์ศรี ในอุดมการณ์ ทั้งหมดจะร่วมมือกันต่อต้านการสืบทอดอำนาจ เราอยากจะเห็นการตั้งรัฐบาลที่เป็นไปในหลักสากล เป็นไปตามเสียงส่วนใหญ่ ใครจะใช้เล่ห์กลอุบายเพื่อแย่งชิง

“พลเอกประยุทธ์ที่ทำผิดกฎหมายตอนยึดอำนาจ อาสาเข้ามาสร้างความปรองดอง แต่สุดท้ายท่านไม่ได้แก้ไขปัญหาความแตกแยก แต่มาสร้างความแตกแยกให้มากขึ้น”

ก่อนจะปิดท้ายสั้นๆ ฝากไปถึง กกต. ว่า “กกต. ดำรงตำแหน่งอย่างมีศักดิ์ศรี เพราะเป็นองค์กรอิสระ แต่ที่เลือกตั้งไปนั้นเกิดข้อกังขามากมาย และ กกต. ต้องคิดถึงการกระทำให้ดีๆ เพราะมันจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ชั่วลูกชั่วหลาน”

 

นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย

“เรามีอุดมการณ์ตั้งแต่การก่อตั้งพรรคว่ายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาโดยตลอด ถึงจะเป็นพรรคน้องใหม่ ที่มีเพียง 1 คะแนน (และกำลังลุ้นคะแนนที่ 2) ผมได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับพรรคเล็กๆ ที่เขาหวังว่าจะมีคะแนนบ้าง เลยยังไม่กล้าจะเข้าร่วมกับฝ่ายประชาธิปไตย ก็เลยไปอยู่ฝ่ายโน้น เพื่อหวังจะให้เขาเปลี่ยนให้สักแต้ม นี่คือวิธีคิดของพรรคเล็ก

“ส่วนพรรคของเรา แม้เราจะมี 1 คะแนน เรามั่นใจว่าเราตัดสินใจถูกต้อง เราตัดสินใจตั้งแต่เริ่มแรก เราต้องการอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย เราคิดว่าประเทศไทยช้าหรือเร็วก็ต้องเป็นประชาธิปไตย ทำไมเราไม่เริ่มสร้างตั้งแต่วันนี้ จะรอไปถึงเมื่อไหร่

“ผมขอวิงวอนไปยังพรรคต่างๆ ที่ยังลังเลอยู่ และขอสนับสนุนพรรคที่มีคะแนนสูงสุด อย่างพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรี ตามกติกาสากล ก็ต้องสนับสนุนพรรคที่มีคะแนนสูงสุดดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี”

 

ภูมิธรรม เวชยชัย โฆษกพรรคเพื่อไทย

ภูมิธรรม เวชยชัย โฆษกพรรคเพื่อไทย เริ่มต้นแถลงแทนพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มี มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ว่าติดภารกิจ และได้ติดต่อเพื่อยืนยันแล้ว โดยทางพรรคเศรษฐกิจใหม่นั้นได้ยืนยันจุดยืนที่เคยประกาศมาโดยตลอด ดังนั้นเศรษฐกิจใหม่จึงเป็นพรรคที่ 7 ที่ได้เข้าร่วมในส่วนนี้

ภูมิธรรมเรียกร้องให้ กกต. ประกาศคะแนน 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเก็บคะแนนไว้ เมื่อประกาศผลแล้วพบปัญหาตรงใด ก็สามารถตรวจสอบแก้ไขได้ แต่การประกาศคะแนน 95 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เกิดความคลางแคลงใจและสงสัยเกิดขึ้น

โฆษกพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า จะไม่ยอมให้มีรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจอย่างชัดเจน “เราอยากเห็นประชาชนมีการเปลี่ยนแปลง มีชีวิตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจาก 5 ปีที่ผ่านมา และมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริงโดยเร็ว” ก่อนเริ่มอ่านแถลงการณ์ร่วมดังนี้

 

แถลงการณ์ร่วม

การลงสัตยาบันเพื่อลงนามการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. วันที่ 27 มีนาคม 2562

ตามที่ได้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มีนาคม 2562 และได้รับทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการไปแล้วนั้น บัดนี้ พรรคการเมือง ตามรายชื่อท้ายแถลงการณ์นี้ ซึ่งได้ยืนยันว่ารวมรวบเสียงในสภาผู้แทนราษฎรเกิน 255 เสียง ได้ลงสัตยาบันร่วมกันในการหยุดยั้งการการสืบทอดอำนาจของ คสช.

จึงขอแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ลงชื่อ

พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

พลตำรวจเอกเสรีพิสุทธิ์ เตมียะเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ

นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย

อนึ่ง จากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ 6 พรรคที่เข้าร่วมแถลงมีจำนวนที่นั่งเกิน 255 เสียงเป็นอย่างต่ำ โดยพรรคเพื่อไทยได้ที่นั่ง 137 ที่นั่ง พรรคอนาตใหม่ 88 ที่นั่ง พรรคเสรีรวมไทย 12 ที่นั่ง พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 ที่นั่ง พรรคประชาชาติ 7 ที่นั่ง พรรคเพื่อชาติ 5 ที่นั่ง พรรคพลังปวงชนไทย 1 ที่นั่ง

ขณะที่เมื่อเวลา 16.00 น. ฝั่งพรรคพลังประชารัฐได้ออกมาแถลงว่า ปัจจุบัน กกต. ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นยังไม่สามารถพูดได้ชัดว่าใครจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล

นี่เป็นการสรุปความเคลื่อนไหวล่าสุดจากพรรคการเมืองที่ประกาศจุดยืนตรงข้าม คสช. หลังจากการเลือกตั้งผ่านไป 3 วัน ดูเหมือนว่าการต่อสู้ที่สร้างความกังขาให้กับผู้คนทั้งในและต่างประเทศ ถึงวิธีการจัดตั้งรัฐบาล จะยืดเยื้อไปจนกว่ากระบวนการการเลือกตั้งทั้งหมดสิ้นสุดในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 หรืออีก 1 เดือนครึ่งข้างหน้า

 

ช่วงตอบคำถามสื่อมวลชนของแกนนำสองพรรคการเมืองหลัก

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

“การยืนยันเจตนารมณ์ ในการร่วมลงนามในแถลงการเป็นการลงสัตยาบันยืนยันในการจะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ และเป็นสัตยาบันที่เราประกาศเจตนารมณ์ที่พวกเราทั้งหมดจะรักษาและสร้างให้เกิดระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากัษตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศไทยให้แข็งแกร่ง แข็งแกร่ง และยุติขบวนสืบทอดอำนาจให้ได้

“250 สว. คือโรดแมปที่ฝ่ายอำนาจเขียนไว้อยู่แล้ว เราก็เรียกร้องมาตลอดว่า สว. 250 ควรจะทำตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชชน ถ้าแม้ว่าเขาจะไม่ได้มาจากพี่น้องประชาชน แต่ในการคัดสรรก็ใช้เงินของพี่น้องประชาชน เขาก็ควรทำตามฉันทามติของพี่น้องประชาชน”

 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

“ผมอยากให้ทุกท่านมองภาพให้ตรงกัน ทุกพรรคตรงนี้มีอยู่ 255 เป็นอย่างต่ำ และสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้คือการคอนเฟิร์มกับ กกต. นั่นคือเหตุผลที่ว่า กกต. ต้องเผยข้อมูล เราเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยข้อมูลออกมา หลังจากนี้จะเป็นใบแดง ใบส้ม ก็เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องจับตาถึงว่าเป็นธรรม โปร่งใส่หรือเปล่า

“ผมยืนยันว่าในระบอบประชาธิปไตย นี่สมบูรณ์แล้วในการรวมกันจัดตั้งรัฐบาล สเต็ปต่อไปก็คือ สว. พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องว่า สถานการณ์เข้าเงื่อนไขแล้ว รวมตัวตั้งรัฐบาลได้แล้ว เรามีเกิน 250 ขณะที่พรรคพลังประชารัฐและรวมพลังประชาชาติไทย และพรรคที่สนับสนุน คสช. รวมกันแล้วได้ 221 สิ่งที่จะต้องคุยกันต่อ พรรคที่อยู่ตรงกลางตรงนี้ เห็นร่วมกัน อยากจะเข้าร่วม ทำให้เกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น พรรคที่แนวนโยบายไม่ตรงกัน เป็นฝ่ายค้าน ก็ยังยืนหยัดเป็นประชาธิปไตยได้

“ถึงแม้ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน การยกมือรับรองรายชื่อนายกรัฐมนตรีที่รวมเสียงข้างมาก ถ้าทำตรงนี้ได้ สว. 250 เสียงมันจะไม่ทำงาน

“ดังนั้นสเต็ปของมันก็คือ ยืนยันแล้วว่า 250 ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ต่อไปเราต้องยืนยันตัวเลขกับ กกต. อย่าให้มันเนิ่นนานเกินไป อย่าให้ประชาชนมีข้อกังขากับการเลือกตั้ง ยิ่งเร็วทุกฝ่ายจะได้ชัดเจน พรรคที่เหลือก็สามารถตัดสินใจได้ว่าจะเข้ามาร่วมกับฝั่งที่ได้ สส. มากที่สุดหรือเปล่า ถ้าไม่ร่วมก็ยังเป็นประชาธิปไตยได้ สว. ก็ทำอะไรไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่จะทำให้สังคมเดินไปข้างหน้า

อนาคตใหม่คิดว่าคุณหญิงสุดารัตน์เป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เธอเป็นแคนดิเดตอันดับ 1 ของเพื่อไทย เธอมีสถานะที่เหมาะสมที่สุด พรรคอนาคตใหม่ยืนยันตามนี้ ถ้าเพื่อไทยจะเสนอชื่อแคนดิเดตคนอื่นมา ก็มานั่งคุยกันหลังพิจารณาแล้ว แต่วันนี้รายชื่ออันดับ 1 ยังเป็นคุณหญิงอยู่”

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY