ชาร์ล็อตส์วิลล์: การกลับมาของลัทธิคนขาวสุดโต่ง

credit: i.amz.mshcdn.com

You’ll not replace us

Jews not replace us

White lives matter

Blood and soil

คือเสียงจากกลุ่มลัทธิขวาสุดโต่ง ‘Unite the Right’ เมื่อวันศุกร์ที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มชาวผิวขาวกว่าร้อยชีวิตเดินขบวนไปยังมหาวิทยาลัยรัฐเวอร์จิเนีย (University of Virginia) ณ บริเวณสถานที่ตั้งของอนุสาวรีย์ ประธานาธิบดีโธมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) เพื่อต่อต้านแนวคิดของสภาเมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ (Charlottesville’s City Council) ที่ต้องการจะทำลายอนุสาวรีย์ นายพลโรเบิร์ต อี. ลี (Robert E. Lee – 1807-1870) ผู้นำฝ่ายสนับสนุนการค้าทาสในยุคสงครามกลางเมืองของสหรัฐ

ไม่หยุดแค่นั้น วันถัดมา พวกเขากลับมาเดินขบวนอีกครั้ง และครั้งนี้มากกว่าเดิม มุ่งหน้าไปยังสวนสาธารณะแห่งการปลดปล่อย (Emancipation Park) ที่เมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย พลางตะโกนถ้อยคำที่ชาวอเมริกันหลายคนไม่คาดคิดว่าจะได้ยินมันอีก

เหตุการณ์นี้นำมาสู่การปะทะกันอย่างรุนแรงกับกลุ่มต่อต้าน ถึงขั้นนองเลือด จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามายับยั้ง ภาพความสับสนอลหม่านเกิดขึ้นในเมืองที่เคยได้รับเกียรติให้เป็น ‘เมืองที่มีความสุขที่สุดในสหรัฐ’ (America’s Happiest City) เมื่อปี 2014 จากศูนย์วิจัยทางเศรษฐกิจแห่งชาติ (National Bureau of Economic Research)

ย้อนประวัติศาสตร์กลับไปสมัยสงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกาปี 1861-1865 ชาร์ล็อตส์วิลล์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีแนวคิดการค้าทาสรุนแรงที่สุด จนมีอนุสาวรีย์เชิดชูเหล่านายพลที่สนับสนุนการค้าทาส จนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวเมืองส่วนหนึ่งยังเชื่อถือในลัทธินีโอนาซิสม์ (Neo-Nazism) อีกด้วย

แม้วันเวลาผ่านไป แต่แนวคิดและความเชื่อดังกล่าวยังคงยึดโยงอยู่ในคนบางกลุ่ม

ปรากฏการณ์ครั้งนี้ จึงไม่ใช่อยู่ดีๆ ชาวผิวขาวสุดโต่งอยากออกมาเดินขบวนโดยไม่มีเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาตินิยมขวาสุด ลัทธิถือสีผิว KKK หรือกลุ่มหัวรุนแรงก็ตาม

อนุสาวรีย์ นายพลโรเบิร์ต อี. ลี

ชนวนที่ทำให้พวกเขาออกมาแสดงพลังมาจากเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สภาเมืองชาร์ล็อตส์วิลล์จัดการโหวตลงคะแนนว่า จะทำลายอนุสาวรีย์ นายพลโรเบิร์ต อี. ลี หรือไม่ (จากรายงานของ CNN ระบุว่า แผนการดังกล่าวถูกชะลอเอาไว้)

หลังจากนั้น เดือนมิถุนายน สภาได้ลงมติเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อ สวนสาธารณะโรเบิร์ต อี. ลี (Robert E. Lee Park) และ สวนสาธารณะสโตนวอลล์ แจ็คสัน (Stonewall Jackson Park) ที่ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่วีรบุรุษผู้มีแนวคิดสนับสนุนการค้าทาสเมื่อสมัยสงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา เป็นชื่อสวนสาธารณะแห่งการปลดปล่อย (Emancipation Park) และสวนสาธารณะแห่งความยุติธรรม (Justice Park) แทน

สาเหตุสำคัญที่สภาเมืองตัดสินใจเช่นนั้น คือ เพื่อเป็นการชำระประวัติศาสตร์อันน่าอับอาย ว่าครั้งหนึ่งดินแดนแห่งความศิวิไลซ์นี้มีการค้าทาสเกิดขึ้น – ลักษณะเดียวกันกับรัฐนิวออร์ลีนส์ เมืองเซนต์หลุยส์ และเมืองออสติน

แต่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับมติของสภาเมือง – โดยเฉพาะในเมืองแห่งนี้

การต่อต้านแนวคิดของสภาครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม ริชาร์ด สเปนเซอร์ (Richard Spencer) แกนนำกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัฐเวอร์จิเนีย ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่สภาจะทำ

สองเดือนถัดมา กลุ่มผิวขาวหัวรุนแรง Klu Klux Klan (KKK) รวมตัวกันกว่า 50 คน ต่างสวมหมวกยอดแหลม หน้ากากและชุดคลุมสีขาว พร้อมทั้งถือธงประจำกลุ่ม เดินขบวนเฉลิมฉลองให้กับ นายพลสโตนวอลล์ แจ็คสัน – โชคยังดี เหตุการณ์ครั้งนั้นดำเนินไปอย่างสงบ มีเพียงการตะโกนด่าทอโต้กันไปมา ระหว่างกลุ่ม KKK และผู้ไม่เห็นด้วยที่เดินผ่านเท่านั้น

ส่วนเหตุการณ์ครั้งล่าสุด รุนแรงและดุเดือดยิ่งกว่า เมื่อกลุ่มฝ่ายขวาหัวรุนแรงปะทะกับผู้ชุมนุมต่อต้าน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วสามคน

credit: abcnews.com

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทันทีที่ทราบเรื่องราวทั้งหมด ก็ได้กล่าวโจมตีกลุ่มที่สร้างความรุนแรงเกิดขึ้นจาก ‘กลุ่มหลายกลุ่ม’ โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ความรุนแรงเริ่มต้นจากฝ่ายใด

เพราะการไม่ระบุให้ชัดเจน ทำให้หลายฝ่ายต่างเป็นกังวลและแสดงท่าทีว่า ในฐานะประธานาธิบดี ทรัมป์ควรออกมาระบุให้ชัดเจนว่า ความรุนแรงนั้นเริ่มต้นจากกลุ่มคนขาว

อาจด้วยกระแสที่โดนกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐได้ออกมาแถลงโจมตีอย่างรุนแรงตามแบบฉบับโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า

ลัทธิเหยียดสีผิวคือปีศาจ ใครก็ตามที่ก่อความรุนแรงภายใต้นามดังกล่าว ถือว่าเป็นอาชญากรรมและเป็นพวกฆาตกร เราขอประณามต่อการแสดงท่าทีแห่งความเกลียดชัง ความคุ้มคลั่งและความรุนแรงในครั้งนี้ พวกเขาเหล่านี้จะไม่มีที่ยืนใดๆ ในสหรัฐอเมริกา

เน้นย้ำให้ชัดเจนกว่านั้น เขายังเอ่ยชื่อประณามกลุ่ม Ku Klux Klan, นีโอนาซิสม์ และ White Supremacist ว่า เป็นพวกน่ารังเกียจ

ปัจจุบันสถานการณ์ที่เมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ถูกประกาศให้อยู่ในสภาวะฉุกเฉิน พร้อมกันนั้น ทางวอชิงตันยังส่ง FBI ออกมาสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยตนเอง


อ้างอิงข้อมูลจาก: aljazeera.com
edition.cnn.com
nytimes.com
theatlantic.com
bbc.com
Editorial Staffชาร์ล็อตส์วิลล์: การกลับมาของลัทธิคนขาวสุดโต่ง

Related Posts

เปิดเบื้องหลังสามเจ้าภาพ World Cup ‘United 2026’ ธุรกิจหรือฟุตบอล

ก่อนหน้าฟุตบอลโลก 2018 จะเปิดฉากคือชัยชนะของ 'United 2026' ที่ได้รับการประกาศว่าได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลกปี 2026 ซึ่งเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก

สงครามเยเมน: จากสงครามกลางเมืองสู่วิกฤติมนุษยธรรมร้ายแรงที่สุดในโลก

รวบรวมข้อมูลระหว่างสามปีที่ผ่านมา ประเทศเยเมนตกอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมือง จนล่าสุด ความเสียหาย การบาดเจ็บและเสียชีวิตทำให้องค์การสหประชาชาติออกคำประกาศว่าสงครามในเยเมนขณะนี้คือ 'วิกฤติด้านมนุษยธรรมที่ร้ายแรงที่สุดในโลก'

‘ไม่มีเหนือ-ใต้ มีแค่เกาหลี’ เสียงจากชาวโสม เมื่อสันติภาพแห่งคาบสมุทรผลิบาน

หลังการเกิดขึ้นของปฏิญญาปันมุนจอมที่เป็นหมุดหมายสำคัญของสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี เราสอบถามคนที่นั่นโดยใช้คำถามเรียบง่ายว่า "คุณคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร?" และนี่คือคำตอบของพวกเขา