สามวิชาการจัดการน่าเรียนต้อนรับเปิดเทอมใหม่

ภาพประกอบ: Shhhh

 

อากาศร้อนระอุกำลังจะผ่านไป ปีการศึกษาใหม่กำลังจะเริ่มต้น สมัยเด็กๆ เปิดเทอมใหม่ทีไร เราจะรู้สึกห่อเหี่ยวที่ต้องกลับไปนั่งคร่ำเคร่งเรียนเป็นเวลา 7-8 ชั่วโมงต่อวัน วิชาแล้ววิชาเล่า เห็นจะมีแต่การได้เล่นกับเพื่อนที่จะพอช่วยเยียวยาให้หัวใจพองโตขึ้นมาบ้าง แต่เราไปโรงเรียนเพื่อไปเรียนไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่เห็นรู้สึกอยากเรียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยล่ะ อาจเป็นเพราะวิชาที่เรียนอยู่โรงเรียนไม่ได้ตอบสนองหรือสอดคล้องกับความสนใจใดๆ ของเราเลย เรานึกไม่ออกสักทีว่าเรียนเรื่องนี้แล้วจะเอาไปใช้ทำอะไร เราจะรู้จักบูร์กีนาฟาร์โซและสภาพอากาศแบบทุนดราไปทำไม เราท่องและเขียนศัพท์ตามคำบอกทำไม อดัม สมิธ เกี่ยวอะไรกับชีวิตเรา

วันนี้จึงขอนำเสนอวิชาด้านการจัดการที่เชื่อมโยงห้องเรียนเข้ากับชีวิตจริง ที่จะทำให้วันแรกของการเรียนน่าตื่นเต้นกว่าที่เคยเป็นมา

คำเตือน: ข้อมูลของแต่ละวิชาเป็นแนวคิดคร่าวๆ สามารถนำไปปรับใช้ตามระดับอายุ ประสบการณ์ รวมถึงบริบทความต้องการของนักเรียน

เริ่ม!

1. วิชาการจัดการเงิน เงิน และเงิน

เงินเป็นเรื่องสำคัญ การจัดการเงินให้เป็นนั้นสำคัญยิ่งกว่า และที่สำคัญที่สุดคือการทำให้นักเรียนมองเห็นและเข้าใจความจำเป็น ว่าทำไมนักเรียนต้องมีความรู้และทักษะในเรื่องนี้

เนื้อหาน่าสอน:

  • การจัดการเงินในกระเป๋าตัวเองให้สมดุลกับรายจ่ายภายในครัวเรือน
  • ภาษีเงินได้
  • ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการเงินและการลงทุน เช่น เงินออม สินเชื่อ สัญญาประกันชีวิตและประกันภัยประเภทต่างๆ ตลาดหลักทรัพย์ หุ้น ฯลฯ
  • การเป็นหนี้ การจัดการหนี้ การศึกษาเงื่อนไข ความเสี่ยง และกระบวนการตัดสินใจยามต้องเป็นหนี้ เช่น ดอกเบี้ยสินเชื่อ หนี้ในระบบ หนี้นอกระบบ
  • เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น ธนาคารออนไลน์ การใช้จ่ายออนไลน์
  • การหาแหล่งทุนต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • รัฐกับการวางแผนสวัสดิการด้านการเงินให้กับประชาชน

วิชาและทักษะที่บูรณาการได้:

  • คณิตศาสตร์
  • เศรษฐศาสตร์
  • สังคมศาสตร์
  • การจัดการความเสี่ยงและการวางแผน
  • ความเห็นอกเห็นใจผู้ปกครอง หากนักเรียนได้เรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก เขาจะเข้าใจสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมที่พ่อแม่ตัวเองเผชิญอยู่มากขึ้น ไม่มีความจำเป็นต้องแยกเด็กๆ ออกจากเรื่องเงินโดยสิ้นเชิง องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OCED) แนะนำให้เริ่มสอนเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ยังเด็ก

แนะนำเพิ่มเติม:

  • ใช้การสำรวจสิ่งที่มีอยู่จริงรอบตัวนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงเนื้อหากับชีวิตจริง
  • สร้างโครงงานให้นักเรียนได้ลองวางแผนการเงินของตัวเองดู โดยสามารถเพิ่มความซับซ้อนของเป้าหมายตามระดับอายุได้
  • หากต้องการทำในเชิงเปรียบเทียบ สามารถเปรียบเทียบนโยบายและผลิตภัณฑ์ด้านการเงินกับประเทศอื่นๆ โดยเชื่อมโยงกับบริบททางเศรษฐศาสตร์ของประเทศนั้นๆ ได้อีกด้วย

ชี้เป้าแหล่งความรู้:

  • การเรียนการสอนเรื่องการเงินจาก OECD อ่านได้ ที่นี่ เลยค่ะ
  • ธนาคาร Barclays ของอังกฤษก็มีเครื่องมือสอนเรื่องการเงินให้กับเด็กเล็กจนถึงวัยรุ่นเลยค่ะ ตัวอย่างนี้ สำหรับเด็กเล็กเริ่มได้

 

2. วิชาการจัดการข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับสารสนเทศ (Information Literacy)

วิชานี้ไม่ได้เป็นวิชาใหม่ ในระดับอุดมศึกษาก็มีเรียนกันเป็นปกติ แต่เนื่องจากโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล ความรู้เป็นเรื่องที่นักเรียนหาได้จากการใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ทักษะการจัดการความรู้และข้อมูลอันมากมายหลากหลาย และความสามารถในการนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ น่าจะจำเป็นเสียยิ่งกว่าจำเป็นในยุคปัจจุบัน และต้องเริ่มต้นกันตั้งแต่วัยเด็กเลย

เนื้อหาน่าสอน:

  • ประเภทของข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น เว็บไซต์ข่าว, Wikipedia, Google Scholar
  • การค้นหาข้อมูล การประเมินความน่าเชื่อถือ และการเลือกใช้ข้อมูลอย่างเหมาะสม
  • การสืบค้นข้อมูลจากโปรแกรมค้นหา (search engine) และการศึกษากระบวนการทำงานของโปรแกรมค้นหา
  • การใช้ฐานข้อมูลออนไลน์
  • การเข้าถึงแหล่งความรู้ที่เปิดให้เข้าถึงโดยเสรี (open access) เพื่อนำไปต่อยอดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
  • การใช้ข้อมูลอย่างมีจริยธรรม เช่น การจัดทำการอ้างอิงเพื่อใช้ในงานเขียนต่างๆ
  • การคัดลอกผลงาน (plagiarism) ลักษณะการคัดลอก ปัญหาและผลเสียที่เกิดจากการคัดลอกผลงาน
  • ขั้นตอนวิธี (algorithm) ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตและกระบวนการจัดการข้อมูลโดยคอมพิวเตอร์

วิชาและทักษะที่บูรณาการได้:

วิชานี้ย่อมได้ทักษะการคิดวิเคราะห์ ประเมิน แยกแยะไปเต็มๆ พ่วงท้ายมาด้วยทักษะการจัดการและการนำเสนอข้อมูลค่ะ

แนะนำเพิ่มเติม:

  • หากไม่ได้แยกออกมาสอนเป็นรายวิชาโดยชัดเจน สามารถนำเนื้อหาเหล่านี้มาเป็นส่วนประกอบของทุกๆ รายวิชาได้ ห้องสมุด ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดโรงเรียนหรือห้องสมุดเมืองก็สามารถเข้ามาช่วยเป็นแหล่งความรู้และจัดการเรียนการสอนได้ด้วย
  • ลองให้นักเรียนทำโครงงานตามหัวข้อที่สนใจ โดยแนะนำให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลหลากหลายรูปแบบ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ และร้อยเรียงรวมกันเป็นภาพใหญ่ เพื่อให้นักเรียนสามารถมองเห็นถึงความแตกต่างของข้อมูลแบบต่างๆ และฝึกประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เลือกมา นอกจากนี้ยังสามารถนำมาสอนวิธีการเลือกใช้ข้อมูลให้เหมาะกับประเภทสื่อและการนำเสนอได้อีกด้วย ถือเป็นของแถมสนุกๆ สำหรับวิชาแบบนี้

ชี้เป้าแหล่งความรู้:

  • การเรียนการสอน เรื่องนี้ ในประเทศอังกฤษ
  • ดูตัวอย่างการอบรมของห้องสมุดของ Dundalk Institute of Technology ในเมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ได้ ที่นี่ ค่ะ

 

3. วิชาการจัดการชีวิตตัวเอง หรือขอเรียกว่าวิชา “พี่อ้อยพี่ฉอด”

จะดีแค่ไหนกันถ้าเด็กๆ จะสามารถสร้างพี่อ้อยพี่ฉอดในรูปแบบของตัวเองได้ ทักษะ “พี่อ้อยพี่ฉอด” นี้ไม่ได้เกี่ยวโยงกับเฉพาะเรื่องความรัก แต่ยังรวมถึงความเข้าใจอารมณ์ตนเอง การรู้จักตนเอง การเสริมสร้างความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเองอีกด้วย ในประเทศยูกันดา ทักษะชีวิตเป็นวิชาที่พัฒนากันอย่างจริงจังระหว่างกระทรวงการศึกษาและกีฬาแห่งยูกันดาร่วมกับองค์กรสหประชาชาติอย่าง UNESCO โดยฝึกอบรมครูให้สามารถส่งเสริมทักษะนี้แก่เด็กๆ ในประเทศได้

เนื้อหาน่าสอน:

  • ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์
  • การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น ชาติพันธุ์ต่างๆ ความเท่าเทียมกันทางเพศ
  • การสร้างความเข้าใจเพื่อนๆ ในชั้นเรียนที่มีความแตกต่างกันในเชิงวัฒนธรรม หรืออาจมีความต้องการพิเศษในการเรียนรู้
  • การสำรวจอารมณ์ตนเองเพื่อสร้างทักษะในการจัดการอารมณ์
  • การสร้างความเข้าใจเรื่องพื้นฐาน เรื่องส่วนตัว สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมอันจะมีผลต่อพฤติกรรมอันแตกต่างกันออกไปของมนุษย์
  • การสร้างความตระหนักรู้ในการเคารพตนเองและผู้อื่น
  • การจัดการความเครียด

วิชาและทักษะที่บูรณาการได้:

บูรณาการได้กับทุกสิ่ง ขอให้ทำอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอจนเป็นวิถีปฏิบัติปกติก็พอ

แนะนำเพิ่มเติม:

อันที่จริงทักษะและการตระหนักรู้เหล่านี้ไม่สามารถทำที่โรงเรียนได้อย่างเดียว หากให้พูดไปตามเนื้อผ้าแล้วนี่เป็นทักษะที่ต้องเริ่มต้นจากครอบครัว โดยพ่อแม่ต้องเริ่มปฏิบัติกับลูกก่อนเป็นอันดับแรก ทักษะเหล่านี้ไม่สามารถสอนโดยการบอกกล่าวได้ ต้องปฏิบัติและมีประสบการณ์ร่วมจนพัฒนากลายเป็นทักษะในที่สุด (ซึ่งในวัฒนธรรมไทยอาจยากสักหน่อย เพราะเรามักนิยมปกปิดความรู้สึกของตนเองด้วยความเป็นวัฒนธรรมรวมหมู่ หรือ collectivism เรามองเห็นตัวตนสำคัญน้อยกว่าสังคม)

ชี้เป้าแหล่งความรู้:

  • ไปดูว่ายูกันดาเขาทำ อะไรบ้าง ในห้องเรียนระดับประถมศึกษาค่ะ

กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ

กุลธิดา รุ่งเรื่องเกียรติ 'ครูจุ๊ย' นักวิชาการอิสระ เคยมีประสบการณ์ด้านการศึกษาจากฟินแลนด์ ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีความก้าวหน้าด้านการเรียนรู้ในโลกสมัยใหม่ ตลอดจนมีโอกาสไปค้นคุ้ยตำราเรียนของเกาหลีเหนือ ในคอลัมน์ 'เล่า/เรียน' ครูจุ๊ย คุณครูสาวพร้อมแว่นสีสด จะ 'เล่า' เรื่องราวในห้องเรียน สถานที่แลกเปลี่ยนความรู้ของเด็กและครู ให้ผู้อ่านได้ 'เรียน' ไปพร้อมๆ กัน

กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติสามวิชาการจัดการน่าเรียนต้อนรับเปิดเทอมใหม่

Related Posts

อาหารโรงเรียนฟรีและดีมีอยู่จริง

ปี 1943 ฟินแลนด์เริ่มต้นโครงการอาหารกลางวันฟรีให้กับเด็กทุกคนเป็นประเทศแรกของโลก รัฐบาลขณะนั้นมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำเพื่อสร้างมาตรฐานและคุณภาพให้ใกล้เคียงกัน โดยเริ่มจากแนวคิดที่ว่า "เด็กจะเรียนได้ดีถ้าท้องอิ่ม"

TCAS 61 ลงทุนเพื่ออนาคตไป ฉันได้อะไรมา

TCAS ตามหลักการแล้วเป็นระบบที่พยายามออกแบบมาอุดรูรั่วต่าง ๆ นานา ในระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย อาทิ ปัญหาเด็กวิ่งสอบหลายที่ ซึ่งก่อให้เกิดทั้งความเครียด และเสียค่าใช้จ่ายเยอะ ปัญหาการกันสิทธิ์คนอื่น ซึ่งล้วนแต่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำตามมาในที่สุด

Master AI คุณครูปัญญาประดิษฐ์

ปัจจุบันมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในหลากหลายวงการ ตั้งแต่อุตสาหกรรมยันธุรกิจ เกษตรกรรมยันการแพทย์ การศึกษาเองก็เช่นกัน ที่ ครูจุ๊ย-กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ จะนำมาเล่าให้ฟังว่า 'AI' ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้เป็นตัวช่วยสำคัญในการศึกษาสมัยใหม่ได้มากทีเดียว