JOBS: ผู้ค้นพบแรงดึงดูดของแอปเปิ้ล - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

JOBS: ผู้ค้นพบแรงดึงดูดของแอปเปิ้ล

Jobs-Movie

เรื่อง: ณัฐกานต์ อมาตยกุล

 

สตีฟ จ๊อบส์ วัยหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลา กำลังเดินเท้าเปล่าอยู่ในมหาวิทยาลัย เขากินแต่ผลไม้เป็นอาหาร โปรดปราน บ๊อบ ดีแลน ทรงผมกระเซอะกระเซิง ขอบดวงหน้าปรกไปด้วยหนวดเครา

แม้ว่าเขาจะหมดสภาพเป็นนักศึกษาแล้ว ก็ยังใฝ่รู้เข้าไปนั่งฟังบรรยายวิชาหลากแขนงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเกรดเฉลี่ยหรือเกียรตินิยม เพราะสำหรับเขา เหล่านี้คือการเรียนรู้เพื่อก้าวล้ำ…ไม่ใช่การลอกเลียนเพื่อให้เหมือนคนอื่นอีกหลายล้านคน ซึ่งใช้ชีวิตจืดๆ บนโลกทรงผลส้มใบนี้ – เพียงเท่านี้ความเท่ของเขา ก็ทำให้เราแทบกรี๊ด อยากจะเอาเยี่ยงอย่าง ขอถวายตัวเป็นหนึ่งในสาวก

แต่ในขณะที่เขาทำตัวติดดิน “ใช้ชีวิตให้ง่าย” (เหมือนการกัดแอปเปิ้ลไม่ปอกเปลือก) ซะเหลือเกินนั้น เขาก็เคลื่อนที่ประหนึ่งรถไฟฟ้าความเร็วสูง สายตามองตรงไปข้างหน้า และเหมือนจะคอยถามตัวเองเสมอว่า กำลังทำอะไรอยู่ จะมีอะไรที่ควรทำอีกบ้าง และทำอย่างไรจึงจะสำเร็จ

Jobs-Movie-1ทำอย่างไร ที่จะไม่เพียงแต่หมดลมหายใจไปในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง

คำถามที่เป็นเหมือนขุมพลังไฟฟ้า เขาไม่เพียงแต่เดินทางไปบนผิวโลก เขามั่นใจว่าเกิดมาเพื่อเปลี่ยนโลก

ในขณะที่รถไฟความเร็วสูงเทคโนโลยีล้ำยุคขบวนนี้ตรงดิ่งไปข้างหน้าเป็นตัว ‘I’ อัตตายืดขยายไปตามราง ทัศนียภาพด้านข้างก็เริ่มพร่ามัว เขาเริ่มมองไม่เห็นคนรอบข้างที่ร่วมเดินทางกันมา

“บริษัทนี้โตเกินไปแล้วสำหรับผู้บริหารอย่างพวกเขา”

“ไม่ต้องมีเขาก็ได้”

“เขาไม่ศรัทธาในวิสัยทัศน์ของบริษัท”

ฯลฯ

การไล่ออก คือ คำสั่งการของนายขบวน ผู้ตัดสินชะตาว่า ใครจะมีงาน และใครจะตกงาน ใครควรจะถูกเตะลงไปกลางทาง เพราะไม่เอื้อต่อการเพิ่มความเร็วของรถไฟ

และในขณะเดียวกันก็พุ่งชนทุกอย่างที่กีดขวาง เพราะไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเบรก

เขาปฏิเสธความเป็นพ่อของลิซ่า เด็กหญิงที่เกิดขึ้นมาด้วยความพลาดพลั้ง ปากตะโกนขับไล่แฟนสาวออกไปจากบ้าน ยืนกรานว่านั่น ‘ไม่ใช่ของเขา’ แต่ในใจของจ๊อบส์จะเชื่อเช่นนั้นหรือเปล่า เราไม่อาจรู้ได้ เขาเกือบจะไม่เซ็นเอกสารเพื่อรักษาสิทธิ์ในการพบลูกในอนาคตด้วยซ้ำ อาจเพราะกลัวว่าการเซ็นจะถือเป็นการยอมรับว่าตนเองได้ทอดทิ้งชีวิตของใครบางคน เพื่อแลกกับการอุทิศชีวิตที่เหลือของตนให้กับงาน  งานซึ่งถือเป็นภารกิจที่สำคัญกับคนทั้งโลก ไม่ใช่คนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

เขากลัวไปถึงไม่ทันเวลากระมัง

แต่แล้ว…เขาก็พลั้งลื่นตกราง ใครๆ บอก เพราะเขามุทะลุเร่งความเร็วเกินไป แต่อาจจะเป็นสาเหตุอื่นก็ได้ เช่น อากาศร้อนรางขยาย อากาศเย็นรางหด กิ่งไม้หล่นทับ เป็นข้ออ้างที่ไม่น่าเกลียด อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุด เขามาถึงจุดที่ต้องหยุดนิ่ง อย่างไม่เต็มใจ

เขากราดเกรี้ยว เดือดใส่ผู้คนที่ทรยศ อาจมองเรื่องนี้เป็นเคราะห์ร้าย แต่อย่างน้อย เขามองเห็นภาพรอบข้างชัดเจนกว่าที่เคย แล้วลุกขึ้นยืนใหม่ สองเท้าในรองเท้าผ้าใบเดินโขยกเขยก ก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง

“อย่าหยุดความกระหาย อย่าคลายความเชื่อ” วาทะโด่งดังของสตีฟ จ๊อบส์ตัวจริง อาจก้องอยู่ในหัวของผู้ชมที่กำลังจ้องมองนัยน์ตาเด็ดเดี่ยวของ แอชตัน คุชเชอร์ ผู้รับบทเป็นตัวละครตัวนี้

วันเวลาผ่านไป เขาเรียนรู้อะไรมากขึ้น แต่เขา ก็ยังเป็นเขา ยังคงมุ่งมั่นจะเปลี่ยนโลก

ตัว ‘I’ ตัวเดิมยังตั้งดิ่ง แต่อาจลดขนาดลงมาเป็น ‘i’ ตัวพิมพ์เล็ก

จุดกลมๆ ข้างบนนั้น อาจเป็นลูกโลกที่เริ่มหมุน เร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้น

จากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้งานง่าย เครื่องเล่นเพลงนับแสนที่ไม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อน สมาร์ทโฟนที่สั่งได้เพียงนิ้วสัมผัส แทบเล็ตที่ทำให้พกเอกสารมากมายได้ในแผ่นบางๆ และอีกมากมาย แพร่กระจายไปทุกหนทุกแห่ง

มนุษย์ในทั่วทุกภาคพื้นทวีปต่างครอบครอง i เป็นของตนเอง พวกเขาใช้ชีวิตฉับไวไปบนลูกโลกจำลองเหล่านั้น

ความฝันของจ๊อบส์เป็นจริง เราเห็นแววตาเปี่ยมสุขในกรอบแว่น สะท้อนกับพื้นผิวเงาวับของผลิตภัณฑ์ i ต่างๆ ที่มีอยู่ในตอนนี้ ไม่เว้นแม้แต่กรอบสีลูกกวาดของ iPhone 5c

แววตานั้นทำให้เราขนลุกเกรียว พร้อมๆ ที่ผู้ชมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ร่วมใจกันปรบมือสนั่น

พวกเรา ผู้ครอบครองบรรดา i ต่างก็เคลื่อนที่กันไวเหลือเกิน ไวจนบางทีก็ตามความคิดตัวเองไม่ทัน

แต่พวกเราต่างก็ตัวเล็กกระจิริดเหลือเกิน – เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของชายผู้นี้ และสิ่งที่เขาได้ทำมาในช่วงชีวิตของคนคนหนึ่ง

 

 

author
อภิรดา มีเดช
อดีตภูมิสถาปนิกที่สนิทสนมกับตัวหนังสือมากกว่าต้นไม้ สารพัดขนแมวที่ติดอยู่บนเสื้อสีดำเป็นเครื่องหมายแสดงความจิตใจดี เป็นเครื่องประดับแสดงความเป็นทาสแมว สนใจด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา ประวัติศาสตร์ การเมือง รวมถึงการวิพากษ์สังคมและบุคคลอย่างตรงไปตรงมา
(กองบรรณาธิการ WAY ถึงปี 2559)