ห้าเมืองตรากตรำ ทำงานหนักที่สุดในโลก

 

ผลสำรวจ ”ชั่วโมงทำงาน” ของเมืองใหญ่ทั่วโลกจาก 71 ประเทศจากดัชนีประจำปีของ UBS ในการศึกษาเกี่ยวกับ “ค่าตอบแทนและผลตอบแทน (prices and earnings) ” ผลปรากฏว่าเมืองที่มีค่าเฉลี่ยชั่วโมงทำงานสูงที่สุดได้แก่ ฮ่องกง อัตราเฉลี่ยทำงานในออฟฟิศอยู่ที่ 50.11 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ซึ่งเกินมาตรฐานมาไกลเลยทีเดียว

กรุงเทพฯ ตามมาเป็นอันดับที่ 5 ขด้วยชั่วโมงทำงานราว 42.13 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ส่วนประเทศที่มีชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์น้อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งตกเป็นของ ปารีส โดยมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 30.84 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม18 เมืองใหญ่ในยุโรปก็อยู่ในอันดับต้นๆ ของค่าเฉลี่ยชั่วโมงทำงานน้อยที่สุดต่อสัปดาห์เช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National University) รายงานว่าการทำงานมากกว่า 39 ชั่วโมงต่อสัปดาห์อาจจะส่งผลให้ร่างกายและสุขภาพจิตของเรา “สึกหรอ” ได้ เนื่องจากมนุษย์บ้างานส่วนใหญ่มักจะ “ไม่ค่อยมีเวลาเลือกทานอาหารดีๆ (ในที่นี่หมายถึงอาหารเพื่อสุขภาพไม่ใช่แค่ราคาอย่างเดียว) และไม่มีเวลาดูแลตัวเอง”

ที่มา : time.com , chinadailyasia.com

ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ

เป็นหญิงแกร่งหลังบ้าน WAY ที่แท้จริง อาจมีผลงานปรากฏสู่สายตาไม่ถี่บ่อยนัก แต่ทุกชิ้นรับประกันคุณภาพจากประสบการณ์ในสายงานข่าวที่คลุกคลี ทั้งสัมภาษณ์ บันเทิง และไลฟ์สไตล์

ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะห้าเมืองตรากตรำ ทำงานหนักที่สุดในโลก

Related Posts

ประชาธิปไตยในวงเจ้าพ่อ

วงการเจ้าพ่อฮ่องกง ใช่ว่าวิถีนักเลงจะมีแต่ความรุนแรงอย่างไร้เหตุผลทั้งหมด ภาพยนตร์ 'Election' ภาค 1-2 คือเรื่องราวการขึ้นสู่อำนาจของ 'เจ้าพ่อ' ผ่านการเลือกตั้ง และมุมมองด้านสิทธิและเสียงในอำนาจของมาเฟียสามรุ่นที่มีการรับคืนเกาะฮ่องกงจากอังกฤษเป็นเส้นคั่นเวลา

‘คลอง – ถนน – เรือ’ เส้นเลือดของเวนิสแห่งตะวันออก

ย้อนดูอดีต 'เวนิสแห่งตะวันออก' เมื่อครั้งกรุงเทพฯ ยังมีแม่น้ำคูคลองเป็นเส้นเลือดใหญ่ ก่อนจะถูกลดบทบาทไปหลังการเข้ามาของถนน การสัญจรทางน้ำเป็นวิถีการสัญจรหนึ่งที่ถูกหลงลืม นี่คือที่หนึ่งในที่มาของโครงการฟื้นฟูท่าเรือ 'Active River Station' สถานีเรือเพื่อทุกคน

ราตรีใต้บงการ

ทางเที่ยวยามค่ำคืนของคนกรุงเทพฯ ไม่เพียงฉายให้เห็นภาพไลฟ์สไตล์เฉพาะ ที่เป็นส่วนผสมระหว่างวัฒนธรรมพื้นถิ่นและกระแสนิยมต่างถิ่น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของอิทธิพลจากนโยบายรัฐที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละยุคสมัย