อาหารออร์แกนิคลดสารพิษในร่างกายได้หรือไม่ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

อาหารออร์แกนิคลดสารพิษในร่างกายได้หรือไม่

ตอนที่ อันเดรนา เฟเบรส์ (Andreina Febres) แม่ลูกสองจากโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ลงชื่อเข้าร่วมในงานวิจัยเรื่องอาหารออร์แกนิคกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในร่างกาย เธอไม่รู้ว่าทีมนักวิจัยจะมองหาอะไรจากสมาชิก 16 คนของสี่ครอบครัวจากโอ๊คแลนด์ มินนีแอโพลิส บัลติมอร์ และแอตแลนตา – แต่เธอก็เข้าร่วมเพราะอยากรู้ เช่นเดียวกับอีกสามครอบครัว

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) และองค์กร Friends of the Earth ได้ติดตามระดับสารเคมีในสมาชิกทั้งสี่ครอบครัวนานสองสัปดาห์ สัปดาห์แรก ครอบครัวเหล่านี้กินอาหารทั่วไปที่ไม่ใช่อาหารออร์แกนิค สัปดาห์ต่อมา ทีมได้ให้พวกเขากินอาหารออร์แกนิคเต็มรูปแบบ

หลังจากวิเคราะห์ตัวอย่างปัสสาวะก็พบสารเคมีถึง 40 ชนิด แต่สารเคมีเหล่านั้นลดลงโดยรวม 60.5 เปอร์เซ็นต์ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่หลังกินอาหารออร์แกนิคติดกันหกวัน

แม้จะมีหลายเสียงี่แย้งว่าการทดสอบนี้ยังตัดสินไม่ได้ แม้จะถูกตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Environmental Research แต่รายงานผลวิจัยนี้ยังอยู่ในช่วงที่เพิ่งผ่านขั้นตอนการทบทวนจากผู้เชี่ยวชาญ (peer-reviewed) ขณะที่เฟเบรส์บอกว่า ดีใจที่เห็นปริมาณสารเคมีลดลงเร็วมากหลังผ่านไปแค่สัปดาห์เดียว

“ฉันอยากเอาสารเคมีพวกนี้ออกไปจะแย่ ทั้งจากร่างกายของฉันและของคนในครอบครัวด้วย”

สารเคมีหน้าใหม่ ปัญหาหน้าเดิม

ทีมนักวิจัยบอกว่า การศึกษานี้เน้นให้ข้อมูลสำคัญต่อผู้บริโภคที่กังวลเรื่องการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชหลายร้อยล้านปอนด์ที่ถูกใช้ในอเมริกาในปัจจุบัน

“เราได้เห็นแล้วว่าสิ่งที่คุณเอาเข้าสู่ร่างกายนั้นสามารถเอาออกได้ในเวลาไม่กี่วัน ปัญหาคือเรากินอาหารตลอดจนเราสัมผัสสารพิษเหล่านั้นทุกวัน แม้จะมีการขับถ่ายออกมาก็ตาม” เคนดรา ไคลน์ (Kendra Klein) หนึ่งในทีมเขียนรายงานฉบับนี้ และนักวิทยาศาสตร์จาก Friends of the Earth บอก

ถึงจะอ้างอิงจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ แต่ที่ผ่านมาผลการศึกษาเน้นแค่ผลจากสารพิษกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (organophosphate) เช่น คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดได้ขยายไปทดสอบสารเคมีกลุ่มใหม่อย่าง นีโอนิโคตินอยด์ (Neonicotinoids) และไพรีทรอยด์ (Pyrethroid) ที่ใช้กันแพร่หลายในอเมริกาด้วย

“จนถึงตอนนี้ เราแค่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีใหม่ๆ อย่างเพียงพอ” คาร์ลี ไฮแลนด์ (Carly Hyland) หัวหน้าทีมวิจัยกล่าว “และการศึกษาครั้งนี้ก็เน้นไปที่การสร้างฐานความรู้เพิ่มขึ้น”

แต่สำหรับเป้าหมายที่กว้างกว่านั้น ไคลน์บอกว่า “เราอยากทำความเข้าใจชนิดของยาฆ่าแมลงที่ผู้คนสัมผัสผ่านอาหาร รวมถึงความเป็นไปได้ในการลดช่องทางเหล่านั้นลง”

“หลายครอบครัวต้องการข้อมูลประเภทนี้” ถึงไม่ได้มีส่วนในงานวิจัยนี้แต่ บรูซ แลนเฟียร์ (Bruce Lanphear) ศาสตราจารย์คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยไซมอนเฟรเซอร์ (Simon Fraser University) ก็ให้ความเห็นว่า “เมื่อไม่มีระบบการดูแลผู้บริโภคที่ดีพอ งานวิจัยแบบนี้จึงจำเป็นต่อการตัดสินใจในหลายครอบครัว”

ส่วนกลุ่มบริษัทผลิตยาฆ่าแมลงต่างๆ อย่าง Dow Dupont ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น ส่วน Syngenta ออกมาบอกว่า จะไม่ให้ความเห็นใดๆ จนกว่าจะได้อ่านผลการวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์นี้ ขณะที่ วิลเลียม รีฟส์ (William Reeves) จาก Bayer Crop Science บอกว่า สารกำจัดศัตรูพืชถูกใช้ทั้งในเกษตรแบบทั่วไปและเกษตรอินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารธรรมดาหรือปลอดสาร ทาง EPA (United States Environmental Protection Agency – สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ) และหน่วยงานอื่นๆ ต่างก็มีกฎเข้มงวดในเรื่องสารตกค้าง…ข้อมูลจากหน่วยงานในยุโรป แคนาดา และอเมริกา แสดงให้เห็นว่าปริมาณสารกำจัดศัตรูพืชในอาหารอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ต้องกังวล

“เมื่ออุตสาหกรรมและรัฐบาลบอกว่า ไพรีทรอยด์ (Pyrethroids) ปลอดภัย สิ่งที่พวกเขาหมายถึงจริงๆ คือเรายังไม่ได้ทำวิจัยว่ามันปลอดภัยกับมนุษย์หรือไม่” ไคลน์บอก

ช่องว่างของราคาอาหารออร์แกนิค

“อย่างไรก็ตาม นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับอาหารออร์แกนิคมีไม่พอแล้ว หลายคนยังเข้าไม่ถึงด้วยซ้ำ ท่ามกลางเงินภาษีที่ไหลไปอุดหนุนการเกษตรที่ใช้ยาฆ่าแมลงเข้มข้น ขณะที่โครงการและการวิจัยเกษตรอินทรีย์ได้รับงบประมาณต่ำเตี้ยเรี่ยดิน” ไคลน์บอก

ค่าใช้จ่ายเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถเปลี่ยนไปเลือกบริโภคอาหารออร์แกนิคได้ โดยอาหารออร์แกนิคที่ได้รับการรับรองมีราคาโดยเฉลี่ยมากกว่าอาหารทั่วไปถึง 47 เปอร์เซ็นต์

นักการเมืองรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง อเล็กซานเดรีย โอกาซิโอ-คอร์เทส (Alexandria Ocasio-Cortez) ตัวแทนพรรคเดโมแครต ได้ยกประเด็นขึ้นว่า สังคมสมัยใหม่ไม่ควรมีใครยากจนเกินกว่าจะซื้ออาหารปลอดสารพิษได้ และทุกคนควรมีอำนาจสนับสนุนห่วงโซ่อาหารที่คุ้มครองสุขภาพของเกษตรกรและชุมชนที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีเหล่านี้เป็นด่านแรก

“ทุกคนควรได้ซื้ออาหารที่ทำให้เกษตรกรเลี้ยงชีพได้” ไคลน์บอก “แต่คนที่กำลังจะถูกบีบให้ลดต้นทุนเรื่องของสารอินทรีย์กลับเป็นเกษตรกรเอง” ดังนั้น การผลักดันตลาดอาหารออร์แกนิคจึงไม่ใช่คำตอบที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง “มันต้องเปลี่ยนแปลงการแข่งขันและระบบสนับสนุนของรัฐบาล”

ทั้งนี้ แม่อีกคนหนึ่งที่ร่วมเป็นตัวอย่างในงานวิจัยบอกว่า “สุขภาพไม่ควรถูกจำกัดด้วยรายได้ การศึกษา เชื้อชาติ เพศสภาพ หรือตำแหน่งที่อยู่ ฉันว่าทุกคนมีสิทธิเข้าถึงอาหารสะอาดและปลอดสารเคมีได้เหมือนกัน”

 

อ้างอิงข้อมูลจาก:
civileats.com
theguardian.com 

 

สนับสนุนโดย

Author

ลีน่าร์ กาซอ
แม่ลูกหนึ่งผู้ต่อกรกับโลกของเด็กเจนอัลฟ่าเป็นงานหลัก ทำงานหนังสือเป็นงานรอง เห็นแก่กินและเที่ยวเป็นสำคัญ ชอบเรื่องสยองขวัญทั้งหนังสือและหนังในระดับคลั่งไคล้ หนึ่งในความฝันคือรับบทเป็นฆาตกรโรคจิตในหนังสักเรื่อง ตอนนี้เพิ่งค้นพบว่าเป็นติ่งวง Blackpink หลังจากฟังแต่เพลงร็อกมานาน