จัดเรตหนังสูบบุหรี่ ลดพฤติกรรมเลียนแบบ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

จัดเรตหนังสูบบุหรี่ ลดพฤติกรรมเลียนแบบ

 

lit cigarette on black background with smoke

องค์การอนามัยโลกเสนอแนะว่าการลดฉากสูบบุหรี่ในหนังช่วยลดพฤติกรรมเลียนแบบของผู้สูบหน้าใหม่ได้ โดยมีงานวิจัยสนับสนุน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเรียกร้องการจัดเรตฉายภาพยนตร์สำหรับเยาวชนปลอดบุหรี่

รายงาน ‘Smoke Free Movies: From Evidence to Action’ โดยองค์การอนามัยโลกเพื่อลดจำนวนเยาวชนที่หันมาติดบุหรี่ ได้แนะนำให้พิจารณาให้เรต R กับภาพยนตร์ที่มีฉากสูบบุหรี่จำนวนมาก ซึ่งผู้ชมต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป หรือพิจารณาลดฉากสูบบุหรี่ลงสำหรับภาพยนตร์ที่ต้องการได้เรตสำหรับเยาวชนและผู้ชมทั่วไป

รายงานให้ข้อมูลว่า ร้อยละ 59 ของภาพยนตร์ทำเงินระหว่างปี 2002-2014 มีฉากสูบบุหรี่ ขณะที่ปี 2014 ปีเดียว ภาพยนตร์จากฮอลลีวูดร้อยละ 44 มีฉากสูบบุหรี่ ส่วนร้อยละ 36 ของภาพยนตร์ที่ได้เรต G, PG และ PG-13 ซึ่งเป็นเรตที่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน มีตัวละครสูบบุหรี่

ในปี 2014 เจ้ากรมการแพทย์สหรัฐ แถลงว่า “การจัดเรตหนังที่มีฉากสูบบุหรี่ จะสามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ในกลุ่มวัยรุ่นได้หนึ่งในห้า และป้องกันการเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ในเด็กและวัยรุ่นได้ถึงหนึ่งล้านราย”

อัลจีน ฮาร์เม็ตซ์ ผู้สื่อข่าวและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของ New York Times ได้หาคำตอบจากผลกระทบของฉากสูบบุหรี่ ซึ่งฮาร์เม็ตซ์กล่าวถึงข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ ของหนังคลาสสิกปี 1942 อย่างเรื่อง Now, Voyager มีฉากสูบบุหรี่ที่บอกว่าเป็นเรื่องโรแมนติก ก็มีนักเรียนไฮสกูลหลายพันแห่งเลียนแบบ

ในปี 2012 วารสารวิชาการ Pediatrics เสนอสถิติการเลียนแบบพฤติกรรมสูบบุหรี่จากหนังว่า ทุกๆ ฉากสูบบุหรี่ 500 ฉากในหนังเรต PG-13 ที่เด็กๆ ได้ดู อาจส่งผลให้พวกเขาเลียนแบบเพิ่มขึ้นร้อยละ 33-49 โดยได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัครอายุ 10-14 ปี จำนวน 6,500 ราย ทีมศึกษามีความกังวลว่าหนังบล็อกบัสเตอร์จารชนชื่อดังอย่าง Skyfall (2012) ที่มีฉากสูบบุหรี่ราว 20 ฉากจะได้รับการจัดเรตใด แต่ในที่สุดหนังก็ได้เรต PG-13

เมื่อถูกกดดันจากหน่วยงานด้านสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะวิทยาลัยสาธารณสุขฮาร์วาร์ด (Harvard School of Public Health) เดือนพฤษภาคม 2007 สมาคมภาพยนตร์อเมริกา (Motion Picture Association of America: MPAA) จึงพิจารณาให้ฉากสูบบุหรี่ของตัวละครทุกตัวเป็นหนึ่งในปัจจัยการจัดเรตภาพยนตร์ ก่อนหน้านี้จะพิจารณากรณีที่มีตัวละครอายุต่ำกว่า 18 ปีสูบบุหรี่เท่านั้น

หากภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมีฉากสูบบุหรี่ จะต้องขึ้นคำอธิบายว่า “ต้องได้รับคำแนะนำและเข้าชมพร้อมผู้ปกครอง” แต่จากรายงานของ WHO แสดงให้เห็นว่า MPAA ไม่ได้ปฏิบัติตามนั้น ในปี 2012 MPAA เป็นฝ่ายแถลงว่า แม้การสูบบุหรี่ของวัยรุ่นจะเป็น ‘ปัญหาสุขภาพร้ายแรง’ แต่ควรมีการสร้างสมดุลระหว่างการนำเสนอภาพการสูบบุหรี่ที่จะไม่เป็นการจำกัด ‘เสรีภาพในการแสดงออกและการเล่าเรื่อง’

ในประเทศจีนค่าเฉลี่ยของเด็กที่เริ่มสูบบุหรี่อยู่ที่อายุ 11 ปี หนึ่งในสามของผู้ชายที่สูบบุหรี่ตั้งแต่อายุยังน้อยเสียชีวิตจากผลข้างเคียงของการสูบบุหรี่ นพ.สแตนตัน แกลนซ์ หัวหน้าโครงการ Smoke-Free Movies จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (University of California) ในซานฟรานซิสโก พยายามเรียกร้องว่า “ปัจจุบันหนังอเมริกันเป็นที่นิยมไปทั่วโลก การพัฒนาการจัดเรตภาพยนตร์ที่มีฉากสูบบุหรี่ในสหรัฐไม่ให้ได้เรตสำหรับเด็กและเยาวชน จะช่วยปกป้องเด็กทั่วโลกที่เข้าไปดูหนังเหล่านั้น”


 

อ้างอิงข้อมูลจาก:
takepart.com
who.int
articles.chicagotribune.com
smokefreemovies.ucsf.edu
hsph.harvard.edu

author
กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY