‘วัฒนธรรมประชาธิปไตย’ เหตุผลที่อนาคตใหม่ไม่เสนอชื่อ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ เป็นนายกรัฐมนตรี

หลังทราบคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรคอนาคตใหม่ได้ สส. เกิน 80 ที่นั่ง ด้วยคะแนนเสียงกว่า 5.8 ล้านเสียงทั่วประเทศ หลังการเลือกตั้ง 1 วัน พรรคอนาคตใหม่นำโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ออกมาแถลงท่าทีโดยย้ำจุดยืนของพรรคเรื่องเงื่อนไขการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีประเด็นสำคัญคือ ชื่อของ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในเงื่อนไขของการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นี่คือถ้อยแถลงคำต่อคำ จากพรรคการเมืองหน้าใหม่ ที่ออกมาเขย่าการเมืองไทยจากการเลือกตั้งครั้งนี้

…..

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ: กับผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2561 อย่างเเรกเลยครับทุกท่าน ผม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการบริหารพรรค เเละเเกนนำพรรคทุกคน ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ศรัทธาพวกเรา ให้ความสนับสนุนกับพวกเรา ให้สิทธิของท่านกับอนาคตใหม่ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา วันนี้ พรรคอนาคตใหม่ได้เเสดงให้เห็นเเล้วว่า พวกเรากลายเป็นพลังที่สำคัญของการเมืองไทย ในเวลา 1 ปีของการตั้งพรรคการเมืองที่ผ่านมา พรรคเราจบการเลือกตั้งได้เป็นลำดับที่ 3 มีผู้มาใช้สิทธิให้กับพรรคเราจำนวนทั้งสิ้น 5.8 ล้านเสียง ทั่วประเทศ เราก็ต้องขอขอบคุณทุกเสียงใน 5.8 ล้านเสียงนั้นจากใจจริงของผม กรรมการบริหารพรรค เเละเเกนนำพรรค รวมทั้งผู้สมัคร สส.ทั้งเขตเเละบัญชีรายชื่อ ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนพวกเรา

ทุกท่านครับ จนถึงนาทีนี้ ตัวเลขล่าสุดพรรคอนาคตใหม่ น่าจะได้ สส.ทั้งเขตเเละบัญชีรายชื่อรวมกันเกิน 80 ที่นั่ง เราพูดไว้หลายครั้งเเล้วว่า พรรคของเราจะมี สส.เขต ทุกภูมิภาค เเล้วเราก็ทำได้อย่างนั้นจริงๆ ยกเว้นเพียงภาคใต้ที่เราไม่ได้ สส.เขต เรามี สส.เขตภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก เเละในกรุงเทพฯ เเต่ภาคใต้เรายังไม่มี หลายเขตที่คะเเนนของเราใกล้เคียง เเล้วก็มีลุ้น เเสดงว่าเรายังทำงานยังไม่หนักแน่นพอ รอบหน้าในการเลือกตั้ง เราจะต้องทำงานให้หนักแน่นกว่านี้อีก เราจะต้องทำให้มี สส. ทุกภาคให้ได้ วันนี้ อย่างน้อยที่สุดแสดงให้เห็นเเล้วว่า พรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่เป็นพรรคภูมิภาค เราเป็นพรรคระดับประเทศ เราเป็นพรรคที่ก้าวผ่านการเป็นพรรคภูมิภาคไปเเล้ว

ทุกท่านครับ มากไปกว่านั้น ในกรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ได้รับคะเเนนดิบ หรือ popular vote ขึ้นเป็นอันดับ 1 หรือรวมกันเเล้ว 800,000 เสียงในกรุงเทพฯ ถึงเเม้ว่าจำนวน สส. จำนวนคะเเนนในกรุงเทพฯ เราไม่ได้อันดับหนึ่ง เเต่ว่าจำนวนคะเเนนดิบพรรคอนาคตใหม่มาเป็นอันดับ 1 ในกรุงเทพฯ ดังนั้นก็ต้องขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครที่ไว้วางใจพวกเรา ที่ศรัทธาพวกเรา

ทุกท่านครับอย่างที่ผมพูดมาโดยตลอด เเล้วก็จะย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นเพียงการเดินทางก้าวเเรกของพรรคของเราเท่านั้น หลังจากนี้เราจะเดินทางต่อ มุ่งมั่นที่จะสร้างพรรคการเมืองที่เเข็งเเกร่ง เเล้วก็ยืนหยัดในอุดมการณ์ประชาธิปไตย

วันนี้พรรคอนาคตใหม่จะแถลงจุดยืนของเรา 4 ข้อ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง วันที่ 24 มีนาคม ซึ่งได้แก่

  1. หลักการจัดตั้งรัฐบาล
  2. กลไกในการปิดสวิทช์ สว.
  3. เงื่อนไข MOU ในการร่วมรัฐบาล เเละ
  4. ข้อเรียกร้องของพรรคอนาคตใหม่ต่อ กกต.

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ทุกท่านครับ อันดับที่ 1 ผมก็ต้องเรียนว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เเต่พรรคอนาคตใหม่จะไม่เสนอชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเราต้องการยืนยันวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ถูกต้อง พรรคอนาคตใหม่จะไม่เสนอชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเราเชื่อว่าวินาทีนี้ต้องการยึดหลักการที่ถูกต้อง

พรรคอนาคตใหม่ จะไม่เสนอชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเราไม่เห็นว่าประเด็นนี้จะเป็นประเด็นต่อรองทางการเมือง เราจะไม่เอาเรื่องนี้เป็นเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเดดล็อคหรือการจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรคอนาคตใหม่เชื่อว่า พรรคอันดับหนึ่งต้องเป็นเเกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล นายกรัฐมนตรีต้องมาจากพรรคที่ได้จำนวน สส. มากที่สุดเป็นอันดับ 1 นี่คือการยืนยันหลักการประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ขอบคุณครับ

ข้อที่ 2 ข้อเสนอ เรื่องการปิดสวิทช์ สว. จนถึงวันนี้วินาทีนี้ เรายังยืนยันว่าข้อเสนอปิดสวิทช์ สว. ของพรรคอนาคตใหม่ยังเป็นไปได้ พรรคที่นำเสนอ คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี หรือพรรคที่สืบทอดอำนาจ มีอยู่ 3 พรรค ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ รปช. (รวมพลังประชาชาติไทย) เเละพรรคประชาชนปฏิรูป พลังประชารัฐจนถึงตอนนี้น่าจะได้มีที่นั่งในสภา 116 ที่นั่ง รปช. น่าจะมีที่นั่งในสภา 5 ที่นั่ง พรรคประชาชนปฏิรูปน่าจะมีที่นั่งในสภา 0 หรือ 1 ที่นั่ง ดังนั้นถ้าเรารวมพรรคที่สืบทอดอำนาจของ คสช. ออกมาแล้วเราจะได้คะเเนนที่นั่ง 122 ที่นั่ง

เงื่อนไขของการปิดสวิทช์ สว. อยู่ที่การมี สส. ของพรรคที่สนับสนุน คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา น้อยกว่า 124 ที่นั่ง ดังนั้นเงื่อนไขวันนี้ยังเป็นไปได้ ผมก็ขอเชิญชวนพรรคการเมือง นักการเมืองทุกคน ที่ยืนยันในหลักการประชาธิปไตย ที่เชื่อว่า สส. คือตัวเเทนของประชาชน เรามาจากประชาชน ต้องฟังเสียง ต้องฟังเจตจำนงของประชาชน ผมขอเชิญชวนนักการเมืองเเละ สส. ทุกคนที่ไม่ได้อยู่ในค่ายสืบทอดอำนาจ ที่ไม่ได้อยู่ในพรรคการเมืองที่เสนอชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาร่วมกันครับ มาร่วมกันรับรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคที่รวมเสียงข้างมากได้

ผมขอวิงวอน ภาคประชาสังคม พี่น้องสื่อมวลชน เเละประชาชนโดยทั่วไป มาร่วมกันเรียกร้อง มาร่วมกดดัน ให้ สส. ให้พรรคการเมืองทุกพรรค ที่ยืนยันเรื่องเจตจำนงของประชาชน ปิดสวิทช์ สว. ที่สภาล่างยังเป็นไปได้ ณ วันนี้ และผมย้ำอีกครั้ง ว่านี่เป็นวิธีที่สันติที่สุดที่จะทำให้การเมืองหลังการเลือกตั้งไม่วุ่นวาย ถ้าเราเปิดสวิทช์ สว. ถ้าเราปล่อยให้ สว. เข้ามามีบทบาทในการเลือกนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยอาจจะเดินทางไปสู่ความขัดเเย้ง ความวุ่นวายได้

ส่วนข้อเสนอข้อที่ 3 เรื่องเงื่อนไข MOU ในการจัดตั้งรัฐบาล เเละข้อเรียกร้องต่อ กกต. ผมขอมอบหมายให้เลขาธิการพรรค ปิยบุตร เเสงกนกกุล เป็นผู้นำเสนอครับ

ปิยบุตร แสงกนกกุล

รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล: เรียนพี่น้องประชาชนทุกท่านนะครับ อีก 2 ประเด็นที่เหลือที่เราจะแถลงข่าวในวันนี้ เรื่องต่อไปคือเงื่อนไขในการตกลงกันที่จะเข้ารัฐบาลนะครับ พรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่ตั้งพรรคมา เราพยายามจะสร้างมาตรฐานทางการเมืองใหม่ ยกระดับมาตรฐานทางการเมืองขึ้นมา เรื่องหนึ่งที่เราพูดบ่อยๆ ไม่ว่าจะอยู่ในเวทีปราศรัย เวทีดีเบต หรือการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เรายืนยันว่า การร่วมรัฐบาลจะต้องมีข้อตกลงร่วมกัน ข้อตกลงร่วมกันแต่ละพรรคจะต้องเสนอว่า ถ้าเราจะไปร่วม เรามีเงื่อนไขอะไรบ้าง การร่วมรัฐบาลไม่ควรเกิดจากการแลก ต่อรองผลประโยชน์ เพื่อตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ๆ เท่านั้น แต่ควรจะมีหลักการพื้นฐานว่า เราร่วมเพราะเราต้องการทำเรื่องอะไร นี่คือสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ยืนยันมาโดยตลอด ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ เราวางเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลเอาไว้ อยู่ 3 ข้อ

เขื่อนไขข้อที่ 1 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อเพิ่มเติมบทบัญญัติหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยให้มีการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยมาจากประชาชน แล้วให้สภาร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้เป็นคนจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ แล้วไปจบที่การออกเสียงประชามติ

ถ้าหากประชาชนเห็นด้วย เราจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เเทนที่ฉบับเดิมทันที ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก็คือ การเปลี่ยนผ่านรัฐธรรมนูญจาก 2534 กลายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 เราจะรื้อฟื้นจิตวิญญาณของการทำรัฐธรรมนูญ 40 ขึ้นมาใหม่ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญฉบับ 60 นี้

เขื่อนไขข้อที่ 2 พรรคอนาคตใหม่พูดอยู่เสมอว่า เราต้องเข้าไปจัดการมรดกบาป คสช. แผนปฏิรูป แผนยุทธศาสตร์ต่างๆ ในข้างต้นนี้เราเสนอวิธีการที่ง่าย เป็นไปได้มากที่สุดในเวลานี้ก็คือ ปลดมาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 279 ซึ่งเป็นมาตราสุดท้ายของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นมาตราที่ให้ความคุ้มกัน รับรองให้บรรดาประกาศคำสั่งของ คสช. การใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาและในอนาคตต่อไปนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดกาล ดังนั้นถ้าเราไม่ปลดล็อคเรื่องนี้ ไม่มีทางที่จะจัดการมรดกบาปที่ คสช. ทำไว้ได้ ดังนั้น ข้อเสนอของเราคือ เข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ยกเลิกมาตรา 279

เรื่องสุดท้าย สัมพันธ์กับวงจรรัฐประหารที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประเทศไทย เราจำเป็นต้องปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย ถ้ากองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน ถ้ารัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งอยู่เหนือกองทัพ ถ้ากองทัพมีตำแหน่งแห่งที่ที่สอดคล้องกับประชาธิปไตย การรัฐประหารในกองทัพจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย นี่คือเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อของเรา

  1. แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยมีสถาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
  2. ยกเลิกมาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
  3. ปฏิรูปกองทัพให้สอดคลองกับประชาธิปไตย

นี่คือเงื่อนไขของพรรคอนาคตใหม่ในการร่วมรัฐบาล

สุดท้ายครับ ในประเด็นสุดท้ายเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตอนนี้นะครับ ทางพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์เมื่อคืน ตลอดคืนที่ผ่านมาจนถึงกลางวัน เช้านี้ก็ยังมีเหตุการณ์ต่างๆ อยู่ ทุกคนตั้งคำถาม เรียกร้องไปที่ กกต. ตกลงแล้วการนับคะแนนเป็นอย่างไร ทำไม นับคะแนนไปถึงไหนแล้ว ตัวคะแนนอยู่ที่ไหน

ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่ขอเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะทั้งหมด ข้อมูลในเรื่องของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง คะแนนโหวตของผู้สมัครแต่ละคนที่ได้ไว้ จำนวนบัตรที่พิมพ์ จำนวนบัตรที่เอาไปใช้ลงคะแนน ทั้งหมดนี้ขอให้เปิดเผย เรียงหน่วยเลย เรียงหน่วยเลือกตั้งเลยนะครับ

ไม่ได้เปิดเผยภาพรวมทุกหน่วยนะครับ แต่ละหน่วยต้องเอาตัวเลขนี้ออกมาให้ดู ทางภาคประชาชน ทางภาคเอกชน แม้ทางภาคการเมืองเอง เราพร้อมจะเข้าไปดูข้อมูลเหล่านี้นะครับ เพียงแต่อยู่ที่ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งพร้อมจะเปิดหรือไม่

ผมเรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่เป็นข้อยกเว้นไม่ให้เปิดเผยนั้น ต้องเป็นเรื่องเฉพาะความมั่นคงของรัฐ กรณีนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความมั่นคง ตรงกันข้าม เป็นการเเสดงความโปร่งใสให้สาธารณชนได้เห็นถึงการทำงานของ กกต. ด้วย ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งมั่นใจจริงๆ ว่าตัวเองจัดการเลือกตั้งได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีเหตุผลอะไรอีกแล้วที่จะต้องปิดจำนวนข้อมูลทางสถิติเหล่านี้ไว้ ขอเรียกร้องให้เปิดข้อมูลเหล่านี้ทุกหน่วยเลือกตั้ง

พรุ่งนี้พรรคอนาคตใหม่ โดยนายทะเบียนพรรค โดยรองหัวหน้าพรรค และโดยว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของเรา 3 ท่าน เราจะเดินทางไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ นี่คือข้อเรียกร้องที่เรามีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ในส่วนของข้อสงสัยต่างๆ ในผู้สมัครแต่ละพื้นที่ของเรา ณ เวลานี้ เราได้รวบรวมมาแล้ว มีการร้องเรียนมาที่พรรค ผู้สมัครร้องเรียนมาที่พรรค ประชาชนคนทั่วไปที่ไปเฝ้าสังเกตการณ์ก็ร้องเรียนมาที่พรรค มีหลายเขตเลือกตั้งมากที่มีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร เราสำรวจดูแล้ว มีอยู่ 11 เขตที่ผู้ชนะ ชนะพรรคอนาคตใหม่ไปเพียงหลักร้อยหรือหลักพัน ประมาณ 700 – 2,000 ซึ่งคะแนนช่วงนี้เป็นคะแนนที่ไม่มาก และเรามีความสงสัยว่าการนับคะแนนนั้นมีความผิดพลาดบกพร่องหรือไม่ ดังนั้นทางพรรคอนาคตใหม่จะยื่นเรื่องไปที่ กกต. ว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องนับคะแนนกันใหม่

ในส่วนของเขตอื่นๆ ที่ร้องเรียนกันเข้ามา ตอนนี้ที่มีอยู่ในมือของผมแล้วนับรวมแล้ว กทม. 11 เขต และต่างจังหวัดอีกประมาณ 10 เขต ส่วนนี้ทั้งหมดเราจะดำเนินการต่อไป เพื่อเรียกร้องกับ กกต. ว่า การนับคะแนนนั้นมีปัญหาหรือไม่อย่างไร และขอเรียนกับพี่น้องประชาชนตรงนี้ว่า

ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งมีความโปร่งใสจริงๆ ไม่จำเป็นต้องกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะความโปร่งใส การเปิดเผย การยืนอยู่ในที่แสงสว่าง นั่นคือบทพิสูจน์ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถทำหน้าที่ได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างแท้จริง นี่คือข้อเรียกร้องของเราครับ

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ: ทุกท่านครับ นั่นก็เป็นการแถลงจุดยืนของพรรคต่อผลการเลือกตั้งใจวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา พวกเราอีกครั้ง ในนามของหัวหน้าพรรค ในนามของเลขาธิการพรรค ในนามของกรรมการบริหารพรรคและแกนนำพรรคที่ยืนอยู่ข้างหลังผมทุกคน ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน 5.8 ล้านคนอีกครั้งที่สนับสนุนพวกเรา ที่ให้สิทธิให้เสียงของพวกท่าน เลือกพวกเราในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผมขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านที่ติดตามทำข่าวและเปิดพื้นที่ให้พวกเรา ตลอดการทำงานหนึ่งปีที่ผ่านมา ขอบคุณมากครับทุกท่านครับ

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ตอบคำถามสื่อมวลชน

นายกรัฐมนตรีที่สง่างาม และการสนับสนุนพรรคที่ได้คะแนนเป็นอันดับที่ 1 จัดตั้งรัฐบาล

รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล: เรายึดหลักเรื่องนี้มาโดยตลอดนะครับก็คือว่า มันเป็นหลักการ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ร่วมกันสร้างกันมาหลายปี ก็คือต้องเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองที่ได้รับอันดับที่ 1 ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและได้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2535 ก็เป็นมาอย่างนี้โดยตลอด ครั้งที่เฉือนกันที่สุดตั้งแต่จำความได้ พรรคความหวังใหม่เฉือนพรรคประชาธิปัตย์ไป 2 คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ก็เว้นไม่ยอมจัดตั้งรัฐบาล ให้ความหวังใหม่จัดก่อน แล้วก็ พลเอกชวลิต (ยงใจยุทธ) เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 39 ถ้าจำกันได้

เช่นเดียวกันเมื่อปี 38 พรรคชาติไทยของ คุณบรรหาร (ศิลปอาชา) ก็เฉือนประชาธิปัตย์ไปนิดเดียว พรรคชาติไทยก็จัดตั้งรัฐบาลก่อน ธรรมเนียมปฏิบัติเหล่านี้มีมาโดยตลอดเวลา ครั้งนี้อันดับที่ 1 ไม่ได้เฉือนกันแค่ 1-2 ที่นั่ง เฉือนกันเป็นหลัก 10 ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่จะให้อันดับที่ 2 จัดตั้งรัฐบาล พรรคลำดับที่ 1 ต้องเป็นคนจัดตั้งรัฐบาล และเป็นนายกรัฐมนตรี นี่คือสิ่งที่เรายืนยัน

ผมเรียนพี่น้องตรงนี้อีกนิดหนึ่งว่า พรรคเราเสนอ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เข้าไปอยู่ในบัญชีแคนดิเดตเป็นนายกรัฐมนตรีตอนรณรงค์หาเสียง

เรายังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ความเป็นนายกรัฐมนตรีของธนาธรต้องมาอย่างสง่างาม สง่าผ่าเผย นั่นคือเราต้องชนะเป็นลำดับที่ 1 เราถึงเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเราได้ลำดับที่ 3 เราเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างไม่สง่างาม ต้องเปิดโอกาสให้ลำดับหนึ่งที่ 1 เป็นนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลก่อนครับ

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่หวังตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะเป้าหมายหลักคือหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ: ครับ ผมเรียนอย่างนี้ พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่ออยากได้ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี พรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลง เราไม่ได้ตั้งใจตั้งขึ้นมาเพื่อให้ได้อำนาจ แต่เราตั้งใจตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อผลักดันวาระที่ก้าวหน้า วาระที่เป็นประชาธิปไตยให้กับสังคม ดังนั้น เพื่อให้ได้วัตถุประสงค์อันนั้น เรายืนยันที่จะทำการเมืองในระยะยาว ไม่ใช่ทำการเมืองเพื่อหวังตำแหน่ง เพื่อหวังเก้าอี้ และสิ่งที่เรายืนยันมาตลอด คือการหยุดยั้งอำนาจ หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. นี่คือเงื่อนไขที่สำคัญ เราให้น้ำหนักตรงนี้

ข้อที่ 2 ผมต้องขอบอกก่อนว่าถ้าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยคือ คุณหญิงสุดารัตน์ (เกยุราพันธุ์) ผมต้องบอกว่า

คุณหญิงสุดารัตน์ได้แสดงตัวชัดเจนว่าเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้ง คุณหญิงสุดารัตน์คือผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 ของพรรคเพื่อไทย กฎกติกาการเลือกตั้งแบบนี้เองที่ทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้ตำแหน่ง สส. แต่คุณหญิงสุดารัตน์ได้แสดงความตั้งใจที่ชัดเจนที่จะอยู่ในกติกา อย่างที่บอก น้ำหนักคืออะไร น้ำหนักสำหรับพวกเราคือการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. เป็นอันดับที่ 1

พรรคอนาคตใหม่

ไม่สร้างเงื่อนไขสู่ทางตัน ยอมรับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แม้ไม่เป็น สส.

รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล: ผมเรียนอย่างนี้ พรรคอันดับที่ 1 คือพรรคเพื่อไทย ต้องเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นเป็นหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยที่จะต้องไปรวบรวม ผมเข้าใจว่ายืนยันเรียบร้อยแล้วว่าจะไปรวบรวมฝ่ายที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. มาให้ได้ และพรรคเพื่อไทยต้องเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะได้อันดับที่ 1

ในส่วนของเงื่อนไขของเราเองที่เราจะร่วมกับภูมิใจไทยได้หรือไม่นั้น อย่างที่เราเรียนว่าเรามีเงื่อนไขอยู่ 3 ข้อ คือ 1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มีการเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ กับ 2. ยกเลิกมาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้และ 3. ปฏิรูปกองทัพให้เป็นประชาธิปไตย นี่คือเงื่อนไขของเราที่จะร่วมรัฐบาลหรือไม่

ส่วนคำถามแรกเรื่องพรรคพลังประชารัฐกำลังฟอร์มรัฐบาล อย่างที่เรียนนะครับ คือตามประวัติศาสตร์ของเราตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา พรรคอันดับที่ 1 ต้องได้ตั้งรัฐบาลก่อน สมัยก่อนเฉือนกัน 2 ที่นั่งเขายังยอมให้ที่ 1 ตั้งก่อน งวดนี้เป็นหลักสิบ ต้องเปิดให้พรรคอันดับที่ 1 ตั้งรัฐบาลก่อน การทำแบบให้พรรคอันดับที่ 2 ตั้งรัฐบาลแล้วอ้างว่าไม่มีกฎหมายข้อไหนกำหนด นี่คือสิ่งที่ไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง คือบทที่ว่า

วันไหนกฎหมายกำหนด คุณก็อ้างว่ามีกฎหมายกำหนด วันไหนกฎหมายไม่กำหนด คุณก็บอกว่าไม่มีกฎหมายกำหนด สุดท้ายคุณอ้างแบบหลักลอยตลอดเวลา ถ้ามีกฎหมายที่เข้าทางตัวเองก็อ้างกฎหมาย ถ้าวันไหนไม่มีกฎหมายก็อ้างธรรมเนียม ถ้าวันไหนธรรมเนียมเข้าทางก็อ้างธรรมเนียม วันไหนมีกฎหมายแต่ไม่อยากใช้กฎหมาย ใช้ธรรมเนียม สลับไปสลับมา

ผมยืนยันว่าหลักการนี้ต้องยึดให้มั่น และนี่เป็นสิ่งที่เรายืนยัน ทำให้เราไม่เสนอให้ธนาธรเป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เพราะถ้าเราทำ นั่นหมายความว่า เราก็กำลังจะล้มหลักการนี้ และเปิดทางให้พลังประชารัฐได้ตั้งรัฐบาล ได้เป็นนายกรัฐมนตรีก่อน ดังนั้น เราจึงต้องยึดหลักการในข้อนี้ให้มั่นไว้ ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐได้มีความพยายามจะพูดถึงเรื่องป๊อปปูลาร์โหวต ว่าป๊อปปูลาร์โหวต เขาอาจจะชนะที่ 1

ป๊อปปูลาร์โหวต หมายถึงคะแนนดิบทั้งประเทศ เขาอาจจะที่ 1 ได้ 7 ล้านปลายๆ แต่ปัญหาอยู่ตรงนี้ ประเทศไทยปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ในระบอบรัฐสภา การได้เป็นนายกรัฐมนตรีคือการได้เสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าหากคุณคิดป๊อปปูลาร์โหวต นั่นคือการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงนั้น ประเทศไทยไม่ได้ใช้ ประเทศไทยนายกฯ มาจากเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร นี่คือระบบผู้แทนรัฐสภา ไม่มีความชอบธรรมอะไรเหลือที่พรรคพลังประชารัฐจะจัดตั้งรัฐบาลครับ

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ: ผมตอบอีกครั้งนะครับ เราไม่อยากจะสร้างเงื่อนไขที่นำประเทศไทยไปสู่ทางตัน เราให้น้ำหนักกับการหยุดยั้งอำนาจของ คสช. มากกว่า และคุณหญิงสุดารัตน์คือผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อของเพื่อไทย เธอแสดงความตั้งใจจริงที่จะอยู่ในระบบ เธอแสดงความตั้งใจจริงที่จะเล่นอยู่ในกติกา แต่การที่กติกา เงื่อนไขการเลือกตั้งมันเป็นอย่างนี้ ทำให้คุณหญิงสุดารันต์ไม่ได้ตำแหน่ง สส. ดังนั้นเราพรรคอนาคตใหม่เรายอมรับ ถ้าเพื่อไทยส่งคุณหญิงสุดารัตน์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหลังจากรวบรวมเสียงข้างมากได้

พรรคอนาคตใหม่

การพูดคุยระหว่างพรรคอนาคตใหม่และพรรคเพื่อไทย

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ: ก็ต้องบอกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา มีการพูดคุยคร่าวๆ แต่ยังไม่มีการตกลง ยังไม่มีรายละเอียดอะไรที่มากไปกว่าการเห็นตรงกันว่า ภารกิจอันดับ 1 ก็คือการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. นี่คือหนึ่งอย่างที่เราเห็นตรงกัน ส่วนรายละเอียดที่เหลือ ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้

ปิดสวิทช์ สว. 250 เสียง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ: คือผมเน้นอีกครั้ง ปิดสวิทช์ สว. ไม่ใช่การรวบรวมเสียงให้ได้ 251 เสียง ปิดสวิทช์ สว. คือการที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่ไม่ได้สนับสนุน คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ยกมือรับรองนายกรัฐมนตรีที่เสนอโดยพรรคที่ได้รับรวบรวมเสียงได้เป็นอันดับ 1 ในสภาผู้เเทนราษฎร นั่นคือการปิดสวิทช์ สว. ไม่ใช่รวบรวมเสียงให้ได้ 251 เสียง ไม่ใช่ เเต่หมายความว่าพรรคที่ไม่ได้เสนอชื่อ คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ยกมือรับรองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ยกมือรับรองผู้ที่ถูกเสนอชื่อจากพรรคที่รวบรวมเสียง 251 เสียง

การพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่น

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ: ไม่มีครับ จนถึงวันนี้ยังไม่มี ส่วนที่หารือกับเพื่อไทยไป ย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าไม่มีการพูดถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ไม่มีการพูดถึงตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่มีการพูดถึงกระทรวงใดๆ ไม่มีการพูดถึงเงื่อนไขใดๆ ในรายละเอียด คุยกันเรื่องเดียวว่านี่เป็นช่วงเวลาของการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.

ใจเย็นๆ นะครับทุกท่าน ผมต้องบอกว่านี่เพิ่ง 1 วันเองนะครับ นี่เพิ่ง 24 ชั่วโมงหลังการเลือกตั้งเองนะครับ (หัวเราะ) ก็อย่างน้อยที่สุด หนึ่งอย่างที่เราเห็นตรงกันเ เละเป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าสังคมต้องการ นั่นก็คือการหยุดยั้งอำนาจของ คสช. อันนี้เราเห็นตรงกัน ส่วนอะไรมากกว่านี้ใจเย็นๆ ครับนี่เพิ่ง 1 วันเอง ไม่ต้องรีบครับ

เพื่อไทยเปิดทางในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีนอกพรรค

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ: ก็ยืนยันอีกครั้งนะครับว่า พรรคอนาคตใหม่เราไม่เสนอชื่อธนาธรเพื่อให้ไปสู่ทางตัน อันนี้ไม่ใช่เงื่อนไขในการทำงานของพรรคอนาคตใหม่ เอาย้ำๆ ชัดๆ อีกครั้ง เราต้องการเปลี่ยนแปลง และวิธีที่จะเปลี่ยนแปลงก็คือการผลักดันวาระของเราให้เกิดขึ้นจริง เเทนที่จะไปต่อรองตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เราต่อรองเรื่องวาระที่ก้าวหน้าของสังคมไทย

นี่คือการเอาวาระที่ก้าวหน้าของสังคมไทย ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เอาตำแหน่งเเห่งที่หรืออำนาจ ความต้องการอำนาจของตัวเองเป็นที่ตั้ง มันไม่ใช่

ผมบอกอย่างนี้ ตัวเลขที่อยู่ในมือผม ท่านอื่นอาจจะมีตัวเลขที่ขยับมากกว่านี้เเล้ว ตัวเลขนี้เมื่อก่อนเเถลงข่าว เมื่อครึ่งชั่วโมงที่เเล้ว พลังประชารัฐมีอยู่ 116 รปช. มีอยู่ 5 ประชาชนปฏิรูปมีอยู่ 1 รวมเเล้วได้ 122 ต่ำกว่า 124 ดังนั้นทั้งในทางทฤษฎีเเละในทางปฏิบัติเป็นไปได้ถ้าทุกพรรคร่วมใจกัน ผมขอเชิญชวนทุกคน นักการเมืองทุกคน คนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้เเทน ผู้เเทนของราษฎรทุกคน ผู้เเทนของประชาชนทุกคน มาทำงานร่วมกัน ดำรงตนให้เหมาะสมกับสถานะที่เราได้รับความเชื่อมั่น ความศรัทธาจากประชาชน พอทำตรงนี้ร่วมกันได้ ยกมือโหวตให้นายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ เราจะได้ 376 เสียง นะครับ ปิดประตู สว. ได้ ยังเป็นไปได้เวลานี้

ก็คงต้องรอดูท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ คือสิ่งที่พวกเรา จริงๆ พวกเราก็รู้นะครับว่าพรรคไหนเป็นตัวเเปรบ้าง คงไม่ต้องเอ่ยชื่อพรรค เเต่ว่าเราเรียกร้องในภาพรวมว่าเพื่อน สส. เพื่อนสมาชิกสภาผู้เเทนราษฎรทุกคน ถ้าเราเห็นเเก่ประโยชน์ของประเทศ ไม่อยากให้ประเทศเดินทางเข้าสู่ความวุ่นวาย เคารพเสียงของประชาชนอย่างที่พวกเราคิด พวกเราเชื่อจริงๆ ยังมีทางอยู่ ที่จะไม่พาประเทศไปสู่ความวุ่นวาย เเละทางนั้น จากผลการเลือกตั้งเมื่อวานพิสูจน์เเล้วว่าทางนั้นยังเปิดอยู่ ทางนั้นยังเป็นไปได้อยู่ ฝากพวกเราทุกคนช่วยกันเรียกร้อง ช่วยกันรณรงค์ให้ปิดสวิทช์ สว. เป็นไปได้นะครับ

ทุกท่านครับ ถ้าอย่างนั้นถ้าไม่มีคำถามเพิ่มเติมเเล้ว อีกครั้ง ผมกรรมการบริหารพรรค เเละเเกนนำพรรคผู้สมัคร สส. ทั้งเขตเเละบัญชีรายชื่อทุกคน ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับ 5 ล้าน 8 เเสนเสียงที่สนับสนุนพวกเราพรรคอนาคตใหม่ให้จบการเลือกตั้งครั้งนี้ในฐานะพลังใหม่ของสังคม ในฐานะพรรคที่จบการเลือกตั้งเป็นอันดับ 3 ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ขอบคุณครับ

ภาพประกอบทั้งหมดเป็นวันปราศรัยใหญ่พรรคอนาคตใหม่ วันที่ 22 มีนาคม 2562 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า