ชู 3 นิ้วแบบผิดๆ อาจมีโทษถึงตาย

ถ้าใครเคยดู Inglourious Basterds ของ เควนติน ทารันติโน คงจำกันได้ว่ามีฉากหนึ่งที่ความลับเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของ อาร์ชี ไฮคอกซ์ (รับบทโดย ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) สายลับอังกฤษผู้ปลอมตัวเป็นทหารนาซีถูกเปิดเผย ขณะกำลังนั่งดื่มกับพวกนาซีเยอรมัน

ความลับของไฮคอกซ์ ไม่ได้ถูกค้นพบจากการสืบสาวข้อมูลของฝ่ายทหารนาซีแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มันเกิดจากตัวไฮคอกซ์เองที่ดันไป ‘ชู 3 นิ้ว’ แบบผิดๆ

ในฉากนั้น ไฮคอกซ์หันหน้าไปสั่งเหล้า 3 แก้ว จากบาร์เทนเดอร์ โดยการชูนิ้วชี้ กลาง และนาง อย่างมั่นใจ นั่นทำให้ทหารนาซีเยอรมันรู้ทันทีว่าเขาเป็นหนอนบ่อนไส้ เพราะคนเยอรมันจะชู 3 นิ้ว ด้วยการใช้นิ้วโป้ง ชี้ และกลาง

เมื่อนั้นฉากสนทนาก็เป็นกลายเป็นฉากสาดกระสุนในไม่กี่อึดใจ

ฉากดังกล่าวนับเป็นความฉลาดในการเขียนบทของทารันติโน เพราะเป็นที่รู้กันว่าคนในประเทศแถบยุโรปตะวันตก เช่น ชาวออสเตรีย อิตาเลียน หรือเยอรมัน มีวิธีการนับเลข 1 โดยเริ่มต้นจากนิ้วโป้งและไปจบที่นิ้วก้อย ขณะที่ประเทศที่พูดภาษาอังกฤษมักจะเริ่มต้นจากนิ้วชี้และไปจบที่นิ้วโป้ง หมายความว่า กระทั่งการนับเลขด้วยนิ้วมือก็ยังมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมคอยกำกับอยู่

สำหรับการชู 3 นิ้ว โดยใช้นิ้วกลาง นาง ก้อย ที่คล้ายสัญลักษณ์ ‘OK’ แม้จะเป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่า คือการแสดงตัวในทำนองว่า ไม่เป็นไร ยังไหวอยู่ และตกลงเห็นชอบด้วย แต่ในบางวัฒนธรรมการทำท่า OK ก็มีความหมายลบด้วย เช่น สำหรับชาวฝรั่งเศส โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ทางใต้ ท่า OK จะถูกมองว่าหมายถึง การไร้ค่า หรือมีค่าเป็นศูนย์ หรือในบางประเทศท่า OK ก็มีความหมายในเชิงการดูถูก (และสะท้อนแฝงทัศนคติเหยียดเพศ) เพราะความกลมในท่า OK ถูกมองว่าหมายถึงรูทวาร ซึ่งถูกแปลว่าผู้ทำท่า OK กำลังกล่าวหาว่าบุคคลที่เขากำลังสื่อสารด้วยเป็นพวกร่วมเพศทางทวารหนัก

เรื่องราวข้างต้นเตือนเราว่า ลักษณะท่าทางมีบริบททางวัฒนธรรม (หรือกระทั่งทางการเมือง) คอยกับกำกับอยู่เสมอ การชูนิ้วหรือทำท่าที่ ‘โอเค’ ในบริบทหนึ่ง อาจ ‘ไม่โอเค’ เมื่อนำไปใช้ในบริบทอื่น การแสดงออกทางกายภาพจึงไม่ได้มีความหมายแบบสากลเสียทีเดียว เพราะภาพยนตร์ Inglourious Basterds ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า การชู 3 นิ้วแบบผิดๆ อาจมีโทษถึงตาย

อ้างอิง

Author

อภิสิทธิ์ เรือนมูล
นักเขียนประจำกองบรรณาธิการ WAY ผู้ร่ำเรียนนิติศาสตร์ แต่สนใจปรัชญา เพราะปรัชญามอบคำอธิบายถึงชีวิตทั้งในมิติ fiction และ non fiction มีความเชื่อว่าชีวิตในและนอกตำรา ทฤษฎีและการปฏิบัติ ไม่อาจแยกขาดออกจากกัน
Share via

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend