กินๆ นอนๆ เวลาเดิมตั้งแต่เด็ก ลดความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน

ข้อสรุปดังกล่าวไม่ใช่สมมุติฐานตั้งต้นในงานวิจัยของ ซาราห์ แอนเดอร์สัน (Sarah Anderson) นักระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยโอไฮโอ (The Ohio State University) ในสหรัฐ หากพบโดยบังเอิญว่า การกำหนดตารางให้เด็กๆ วัยก่อนเข้าโรงเรียนกินและนอนเวลาเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กอายุ 11 ปีด้วยกัน เด็กที่มีกิจวัตรซ้ำเดิมมีความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนน้อยกว่า แอนเดอร์สันทำการศึกษากับนักเรียนในประเทศอังกฤษ บันทึกกิจวัตรประจำวันของเด็กๆ ตั้งแต่อายุ 3 ขวบจนพวกเขาอายุ 16 ปี

อีกงานวิจัยในปี 2010 แอนเดอร์สัน และ โรเบิร์ต วิเทเคอร์ (Robert Whitaker) เผยแพร่งานวิจัยที่ให้ผลใกล้เคียงกัน แต่ตัวอย่างศึกษาคือเด็กๆ ในสหรัฐกว่า 8,550 คน พบว่า เด็กที่มีกิจวัตรสามอย่างที่ชัดเจน คือ กินอาหารเย็นกับครอบครัว เข้านอนในเวลาเดิม และถูกจำกัดเวลาดูโทรทัศน์ แม้พวกเขาจะหาว่าเป็นยาขมที่น่าเบื่อ นอกจากจะให้ตัวเลขว่าเด็กกลุ่มนี้เสี่ยงอยู่ในภาวะอ้วนน้อยกว่าอีกกลุ่มอยู่ 40 เปอร์เซ็นต์แล้ว พวกเขายังเสนอว่า การกินอาหารเย็นพร้อมหน้าพร้อมตา ยังส่งผลต่อนิสัยการกินที่ดี และสุขภาพจิตของเด็กๆ เมื่อพวกเขาโตขึ้นด้วย

คำอธิบายงานวิจัยทั้งสองชิ้นมีว่า เพราะร่างกายของคนเราขึ้นอยู่กับแสงแดดและความมืดมิดที่มีมาสม่ำเสมอในทุกๆ วัน ร่างกาย โดยเฉพาะระบบเผาผลาญของเราจึงถูกเซ็ตค่าอย่างเป็นระบบ และถ้ามันถูกขัดจังหวะ ก็อาจหมายถึงระบบที่ถูกเซ็ตไว้ย่อมแปรปวน


อ้างอิงข้อมูลจาก: npr.org
Editorial Staffกินๆ นอนๆ เวลาเดิมตั้งแต่เด็ก ลดความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน

Related Posts

พัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมให้เด็กไทย

เด็กในวันนี้ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า พวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Learning Skills: SEL) เช่น การร่วมมือ การสื่อสาร และการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นหัวใจของการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และเป็นทักษะสำคัญสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต

ปกรณ์ สันติสุนทรกุล: ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Dek-D’ 18 ปี ที่วัยรุ่นไม่เคยเปลี่ยน

ชวน ปกรณ์ สันติสุนทรกุล ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Dek-D คุยด้วยความสงสัยว่าทำไม Dek-D ถึงไม่ยอมแก่ และในฐานที่แอบดูวัยรุ่นคุยกันในบอร์ดมากว่า 18 ปี เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรที่มัน 'จ๊าบๆ' ในวัยรุ่นสมัยนี้บ้าง?!

เด็กในศตวรรษที่ 21  ต้อง “ไม่” ให้มากกว่า ‘เชื่อ’  

เมื่อทักษะการเล่าเรียนด้วยการท่องบทอาขยาน ท่องจำ ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อีกต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ในยุคนี้คือ 'วินัยทางสติปัญญา' ในโลกที่ข้อมูลล้นจนแทบทะลัก ทักษะในการคิดก่อนเชื่อ คิดวิเคราะห์ ศึกษาให้ลึกและการมีวิจารณญาณจึงสำคัญที่สุด