แคนาดา สวรรค์แห่งที่สองของมวลมหากัญชาชน

แคนาดาเป็นประเทศที่สองในโลกถัดจากอุรุกวัยที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการได้ กระแสตอบรับนโยบายของ นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ไม่ได้มีแค่เสียงเฮฮาจากบรรดากัญชาชน แต่ภาคธุรกิจก็เตรียมเปิดตลาดสินค้ากัญชามากขึ้นเช่นเดียวกัน

ในหมอกพร่างของกระท่อม/กัญชา ยารักษาหรือยาเสพติด

ขณะที่หลายประเทศที่เจริญแล้วทั่วโลก มุ่งวิจัยสรรพคุณทางยาของใบกระท่อมและกัญชา จนนำไปสู่การจดสิทธิบัตร แต่ประเทศไทย 4.0 วันนี้...ยังคงถกเถียงเวียนว่ายอยู่ในประเด็นอันคับแคบว่า กระท่อม-กัญชา เป็นยารักษาหรือยาเสพติด

ทั้งช่อดอกและก้านใบ

ลองลากเส้นตรงบนกระดาษ กำหนดให้ปลายเส้นทั้งสองฝั่งคือ ‘ผู้ปลูก’ และ ‘ผู้ใช้’ เราจะพบช่องว่างระหว่างจุดเริ่มกับจุดจบของเส้นตรงเส้นนี้ และนี่คือเส้นทางที่กัญชาเดินทางจากไร่สู่ผู้ใช้ แต่กว่ากัญชาจะเดินทางมาถึงผู้ใช้ ไม่ว่าจะใช้ทางการแพทย์ (medical use) หรือใช้เพื่อสันทนาการ (recreational use) พื้นที่ว่างระหว่างจุดปลายเส้นตรงทั้งสองจุดนี้ – ไม่สว่าง

เสรีภาพกัญชาไทย ใครกำหนด?

เปิดเวทีปรับทัศนคติเรื่องกัญชาเพื่อการรักษาและสิทธิ์ในการดูแลตนเองของประชาชน แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความเห็น เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการเคลื่อนไหวเรื่องกัญชาในเมืองไทย

กัญชาผสมอาหาร ประสบการณ์จากสหรัฐ

นอกจากกัญชาเพื่อการบำบัดรักษา สหรัฐยังเปิดช่องให้อุตสาหกรรมอาหารผสมกัญชา ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่วิทยาศาสตร์ยังไม่รับรอง ตามไปดู 5 เหตุผลที่ผู้บริโภคควรพิจารณาก่อนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารผสมกัญชา

5 ผลการรักษาด้วยกัญชา ที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจปฏิเสธ

เผยผลการรักษาด้วยกัญชาจากงานวิจัยรอบโลกที่ไม่ค่อยได้รับการเผยแพร่ในสื่อกระแสหลัก เพราะการใช้กัญชายังเข้าข่ายผิดกฎหมายในหลายประเทศทั่วโลก

6 ตำนานกัญชาและความจริงวันนี้

หลังจากถูกบัญญัติให้เป็นสารเสพติดในช่วงทศวรรษที่ 1970 เมื่อเวลาผ่านไป ผลศึกษาวิจัยที่เกิดขึ้นทั่วโลกเกี่ยวกับพืชชนิดนี้ อาจช่วยให้หลายคนหันมามองกัญชาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

กัญชาแทนคีโม

การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก เริ่มหันหน้าเข้าหากัญชาบำบัดมากขึ้น เพราะสามารถหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงและอาการเจ็บปวดรุนแรงที่อาจเกิดจากการทำเคมีบำบัดได้