The Lucky Black Sunset: สุดลัคกี้รูหู เมื่อเอเชียนอินดี้แท็คทีมกันสาดพลังใส่คนดู

เรื่อง: ชลิตา สุนันทาภรณ์ / ณขวัญ ศรีอรุโณทัย
ภาพ: ณขวัญ ศรีอรุโณทัย

วันนั้นเป็นวันที่ร้อนระอุ แม้ฟ้าจะมืดครึ้ม แถมพยากรณ์อากาศยังบอกว่าวันนี้ฝนจะตก แต่ฉันก็ไม่เชื่อ ก็นะ ประเทศนี้เอาแน่เอานอนได้เสียทีไหนกัน

ฉันดื้อดึง ไม่ฟังสิ่งที่พยากรณ์อากาศบอก แล้วออกจากบ้านมาถึงสถานที่จัดงานคอนเสิร์ต ‘The Lucky Black Sunset’ ที่ Seen Scene Space พาศิลปินสี่วง สี่สัญชาติ มารวมตัวกันโดยนัดหมาย พร้อมใจกันโชว์พลัง ‘เก้วกาด’ สาดใส่ฝูงชน

Plastic Plastic (ไทย)
落日飛車 Sunset Rollercoaster (ไต้หวัน)
검정치마 The Black Skirts (เกาหลีใต้)
LUCKY TAPES (ญี่ปุ่น)

และเป็นวันที่ฉันจะได้พบกับวงโปรดที่ตั้งหน้าตั้งตารอ / ยิ้มกริ่ม

“เก็บอาการหน่อย”

คือถ้อยคำแสนห่วงใยจากพี่อาร์ตไดฯ ซึ่งวันนี้ทำหน้าที่เป็นตากล้องเฉพาะกิจกระซิบข้างๆ เมื่อเห็นฉันสติแทบแตก

1

วอร์มอัพด้วยวง Plastic Plastic วงสวีดิชป๊อปสัญชาติไทย (เอ๊ะ ยังไง 55) ที่มีสมาชิกเป็นสองพี่น้องคือ ป้อง-ปกป้อง จิตดี และ เพลง-ต้องตา จิตดี เพอร์ฟอร์แมนซ์ของวงขับเคลื่อนไปด้วยความสดใส ทั้งเสียงร้องและรอยยิ้มรสหวาน แต่งเติมด้วยรายละเอียดของดนตรีแต่ละชิ้น ทั้งคีย์บอร์ด ขลุ่ย และเครื่องดนตรีแห่งความหลังของใครหลายคนตอนเป็นนักเรียน, เมโลเดียน

ปกติเคยฟังแต่ในซีดี (อัลบั้ม Stay at Home ออกมาตั้งแต่ปี 2016 ยืนยันว่าเพลินทุกเพลง) แต่มาซึมซับความละมุนหูตรงหน้าก็ช่าง ‘ดจีย์มากกก’ (โปรดทำสำเนียงลิ้นเปลี้ยเพื่อเพิ่มอรรถรส) แทร็คที่เราลงความเห็นว่าประทับใจในความละมุนจนแทบลอยคือเพลง ‘Gardening’

2

We are pregnant rock.

Tseng Kuo Hung นักร้องนำและมือกีตาร์กล่าว พลางหัวเราะลั่น

ไม่รู้ว่าห้องพักนักดนตรีเล็กไปหรือจำนวนสมาชิกที่พวกเขาขนกันมาเจ็ดชีวิต (Tseng Kuo Hung – นักร้องนำและมือกีตาร์ Lo Tsun Lung มือกลอง Chen Hung Li มือเบส Wang Shao Hsuan มือคีย์บอร์ด Huang Hao Ting มือกีตาร์และแซ็กโซโฟน Huang Shih Wei เพอร์คัสชั่น / ดรัมแมชชีน และ Cheng Kai Yuan ซาวด์เอนจิเนียร์ของวง) จนทำให้ห้องเล็กไปถนัดตา บทสนทนาไร้ล่าม ระหว่างสื่อและพวกเขาดำเนินไปอย่างไหลลื่น

Sunset Rollercoaster คือวงอินดี้สัญชาติไต้หวันที่ Tseng Kuo Hung เล่าว่าเขาเริ่มตั้งวงนี้ตั้งแต่สมัยโลกยังมี myspace.com เขาอัพโหลดเพลงสดๆ ของเขาขึ้นสู่โลกอินเทอร์เน็ตครั้งแรก จากวันนั้นเมื่อปี 2008 จนทุกวันนี้ก็ 10 ปีแล้ว เรียกได้ว่า Sunset Rollercoaster คือพี่ใหญ่ของวงการอินดี้ไต้หวันก็ว่าได้

ฟรอนท์แมนพาเราลอยละล่องไปกับเพลงของเขา มือกีตาร์อีกคนสลับไปมาระห่างเล่นกีตาร์กับเป่าแซ็กโซโฟน เพลงของ Sunset Rollercoaster มีกลิ่นอดีตของวงร็อคยุค 60s-70s ชัดเจน โอบอุ้มด้วยเสียงซินธิไซเซอร์ คีย์บอร์ด และเสียงร้องนุ่มๆ แต่ก็มีกรูฟชวนโยกคลึงกึ่งเร็วกึ่งช้า กับความโรแมนติกปนห่ามที่เราสัมผัสได้ในมวลอากาศอย่างที่เขาบอกเองว่า เป็น “pregnant rock” โดยไม่ต้องพึ่ง tinder

เราถามเขาว่าแผนต่อจากนี้ Sunset Rollercoaster จะทำอะไรกันต่อ ฟรอนท์แมนสุดขี้เล่นตอบเรามาว่า ปีนี้ถือเป็นปีทอง เพราะพวกเขากำลังเดินสาย world tour กันอยู่

ยิ่งกว่านั้น ภายในเดือนหน้า พวกเขาเตรียมออกอัลบั้มเต็มชื่อว่า Cassa Nova เป็นเรื่องราวต่อเนื่องจาก EP ‘Jinji Kikko’ (หรือ My Jinji) ว่าด้วยความรักของ จินจิ หญิงสาวผู้สามารถข้ามเวลาได้ โดยอัลบั้มใหม่ที่กำลังจะออกนั้นจะเป็นการเล่าผ่านมุมมองของทางฝั่งชาย

แต่บางทีชื่ออัลบั้ม (รวมไปถึงเนื้อเพลง) ของพวกเขา ก็ไม่มีความหมายอะไรนัก เหตุผลหลักๆ คือเขาตั้งชื่ออัลบั้มว่า Cassa Nova คือ อยากให้มันมี 4 พยางค์เหมือนอัลบั้มที่แล้ว และเล่นคำจากอัลบั้มเดบิวต์แรกของเขาเมื่อปี 2011 Bossa Nova

Tseng Kuo Hung ขยายความว่า “เนื้อเพลงที่ผมเขียนไม่ค่อยมีความหมายอะไรหรอกครับ มันเหมือนไดอะล็อกในหนังของ เควนติน ทารันติโน (ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอเมริกัน) น่ะ พูดอะไรก็ได้ ส่วนมากจะนอนเซนส์ 555 แต่ก็มีมู้ดบางอย่างอยู่นะ”

แล้วใครกันที่มีอิทธิพลต่อแนวเพลงของ Sunset Rollercoaster มากที่สุด Tseng Kuo Hung ตอบอย่างรวดเร็วว่า “Father of Bossa Nova, Antonio Carlos Jobim”

เมื่อเริ่มวง พวกเขาแต่ละคนไม่ใช่นักดนตรี full-time อย่างเช่น มือคีย์บอร์ดเป็นชาวสวนปลูกข้าวโพด หรือมือเบสก็เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ แต่ถึงวันนี้ดนตรีเป็นสิ่งที่พวกเขาจริงจังขึ้นเรื่อยๆ “ตอนนี้เราเป็นนักดนตรีเต็มเวลาครับ”

แล้วอยู่กันได้เหรอ เราคนหนึ่งสงสัย “ซีนดนตรีในไทเปค่อนข้างแคบ เราต่างก็รู้จักกันหมด และดีที่รัฐบาลสนับสนุน วงอินดี้อย่างเราสามารถเขียนโครงการขอทุนได้ด้วยครับ” รวมไปถึงไลฟ์เฮาส์ขนาดย่อมๆ ที่มีวงอินดี้ไปเล่นสับเปลี่ยนหมุนเวียน Tseng Kuo Hung ชี้เป้าให้เราไปลองดูได้หากอยากเห็นบรรยากาศซีนดนตรีของไต้หวัน เช่นที่ PIPE, Korner หรือ Revolver ในไทเป

เราได้ยินแบบนี้ชักอยากไปเยือนขึ้นมาทันที

โปรดสังเกตเสื้อ รู้เลยโอชิใคร 555

Are we a cheesy band? lol
So listen to this cheesy song

นั่นคือประโยคเปิดก่อนเข้าเพลงฮิตของเขา ‘My Jinji’ ฟังแค่นี้ก็คงพอรู้ว่าวงนี้ยียวนประมาณไหน เหมือนตอนช่วงสัมภาษณ์ที่เราถามเขาว่า พวกคุณเป็นคนโรแมนติกเหมือนเพลงของวงมั้ย และเขาก็ยิ้มตาหยี ตอบว่า ในชีวิตจริง เราโรแมนติกแต่ไม่แสดงออกน่ะ แทร็คโปรดของเราคือ ‘New Drug’ ที่แสนจะ high และขอแนะนำว่าถ้าพวกคุณอยากเริ่มรู้จักวงนี้ ให้ฟัง ‘My Jinji’ ที่เจ้าตัวบอกว่า cheesey นี่แหละ แต่เชื่อว่าคุณจะหลงรัก

โดยเฉพาะท่อนบรรเลงวนลูปประหนึ่งเหตุการณ์อุบัติซ้ำตอนท้าย Jinji คงยังเดินทางข้ามเวลาไม่เสร็จ สะกดจนเราเคลิ้มกึ่งตื่นกึ่งฝัน แต่ทันใดมันก็จบลง ฉับพลัน เหมือนใครกระตุกปลั๊กตู้แอมป์

นั่นเป็นเพลงสุดท้าย (อย่างเป็นทางการ) แต่ Sunset Rollercoaster เดินกลับมาแถมให้อีกเพลง

นักร้องนำกล่าวแนะนำเพลงสุดท้ายว่าเป็นเพลงคัฟเวอร์ ร้องภาษาแมนดาริน “เป็น Pregnant Pop 555” คนดูเริ่มฮือฮา ว่ามันต้องกวนตีนแน่ๆ ซึ่งก็จริงตามคาด เพราะเขาเล่นเพลง ‘Liu Xing Yu’ (ฝนดาวตก) ของ F4

“ถ้าผมมีโอกาสได้ไปเล่นที่กรุงเทพฯ ผมจะลองคัฟเวอร์เพลง F4 ดูนะครับ” – Tseng Kuo Hung กล่าวครั้งให้สัมภาษณ์กับ FUNGJAI เมื่อปลายปีที่แล้ว

พี่ๆ เขาโรแมนถิกยียวนขนาดเน้ จะไม่ชอบไงไหว

3

จากนั้นเป็นวง The Black Skirts เราสังเกตได้ว่าแฟนคลับเริ่มจับจองพื้นที่หน้าเวทีหนาแน่นขึ้น มองจากไกลๆ พวกเขาเหมือนเด็กหนุ่มเนิร์ดหกคนในรั้วมหาวิทยาลัย

แม้จะเป็นวงที่ไม่ได้สัมภาษณ์ แต่ในฐานะที่อยู่ในวงการเพลงเกาหลีมาอย่างยาวนาน (แม้จะเป็น เคป๊อป ก็ตาม) แต่ก็พอจะรู้ว่า The Black Skirts เป็น one man band นามว่า Bryan Cho (ชื่อเกาหลี: 휴일 ฮูอิล) ภายใต้สังกัด High Ground ซึ่งเป็นค่ายเล็กๆ จากค่ายใหญ่ YG Entertainment

‘That’s not me’ เพลงแรกของคอนเสิร์ตครั้งนี้และเพลงแรกจากอัลบั้มล่าสุดTeam Baby ที่ปล่อยออกมาเมื่อปีที่ผ่านมาดังขึ้น สไตล์บัดลาดทุ้มลึก ท่ามกลางเสียงกรี๊ดดังสนั่นแต่กลับไม่สะทกสะท้าน The Black Skirts ซึ่งปักหลักยืนสงบนิ่งกลางเวที ส่งผ่านเสียงดนตรี หวานอมขม โศกลึกๆ หม่นด้วยความทึมเทา ถ้าเป็นภาพถ่าย เพลงของเขาก็น่าจะเป็นรูปพรีเวดดิ้งแต่เป็นโทนฟิล์มขาวดำติดอันเดอร์

You’re my EVERYTHING…

ท่อนแรกจากเพลง ‘EVERYTHING’ ซิ้งเกิลที่เปิดตัวอย่างโด่งดังเมื่อปี 2016 ตามมาด้วยเพลงโปรดของเราไล่เรียงกันมา อย่าง ‘Hollywood’ เพลงตั้งแต่ปี 2015 และเพลง ‘Who do you love’ จากอัลบั้มล่าสุด แม้จะเป็นเพลงเศร้าที่ฟังแล้วชวนฟุ้ง แต่โชว์ของเขาก็ไต่ระดับจาก slowcore พอให้เคลิ้ม สู่เพลงที่มีจังหวะจะโคนแบบร็อคมากขึ้น บิลด์ขึ้นไปช้าๆ ด้วยเมโลดี้ประเภทที่มหาชนฮัมตามและสนุกที่จะขยับร่างกาย

ตบท้ายด้วยเพลงน่ารักแบบฉบับ The Black Skirts จากอัลบั้มล่าสุด Big Love ที่ขนของเล่นประดามี ทั้งโปรยขนมแจก ทั้งลูกบอลเป่าลมที่โยนให้คนดูเสิร์ฟเล่นกันสนุกสนาน และปิดฉากด้วยมินิฮาร์ทโปรยปรายจากเพดานฮอลล์ รู้ตัวอีกทีเหล่าแฟนคลับก็ฟินหน้าเปื้อนยิ้มกันถ้วนทั่ว

4

ฉันตีหน้าเนียนสวมวิญญาณผู้มีประสบการณ์มากล้นและไล่เรียงคำถามที่เตรียมมาเพื่อพูดคุยกับ LUCKY TAPES วงอินดี้สัญชาติญี่ปุ่น ที่มีสมาชิกวง 3 คนได้แก่ ไค ทาคาฮาชิ (Kai Takahashi) มือคีย์บอร์ดและร้องนำ เคโตะ ทากุชิ (Keito Taguchi) มือเบส และสุดท้าย เคนสุเกะ ทาคาฮาชิ (Kensuke Takahashi) มือกีตาร์

เปรียบเทียบเหมือนเป็นแรงโน้มถ่วง (gravity) หรือความกดดันที่เราแบกอยู่ ถ้าเราหลุดจากแรงโน้มถ่วงตรงนี้เราจะเป็นอย่างไร เราจะเป็นอิสระหรือเปล่า หรือว่าเพราะมีแรงโน้มถ่วง ‘อิสระ’ ถึงมีอยู่

ไค ทาคาฮาชิ อธิบายคอนเซ็ปต์ของ EP ล่าสุด Visual Gravity ฉันแอบว้าวในใจกับคอนเซ็ปต์ที่สุดลึกล้ำ โดยไคยังอธิบายต่ออีกว่าสี่เพลงใน EP นี้ถ้าฟังแล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังอ่านนิยายหนึ่งเล่ม เพราะเรื่องราวของทั้งสี่นั้นถักทอและร้อยเชื่อมกันอยู่

คนที่ว่าแน่นแล้ว พอ LUCKY TAPES กำลังเตรียมขึ้น ยังแน่นขึ้นได้อีก จากที่ติดตามวงนี้มาสักพัก เพลงของพวกเขาไพเราะละมุนละไมด้วยเครื่องเป่าและคอรัสเสียงสวย เพื่อนที่แอบมาดูตอนซาวด์เช็คกระซิบบอกว่าเด็ดแน่ๆ แต่ใครจะคิดว่าพวกเขาจะเดือดและดีดได้ขนาดนี้

“นี่มันหน้าตามัธยม เพอร์ฟอร์มมหา’ลัยชัดๆ”

ฉันคิดในใจเมื่อเห็นมือกีตาร์โชว์พลังโซโล่เดี่ยวตั้งแต่ช่วงต้น พลางย้อนคิดถึงระหว่างสัมภาษณ์ที่ทุกคนนั่งให้สัมภาษณ์อย่างเรียบร้อย แม้จะคุยผ่านล่ามตะกุกตะกักนิดหน่อย แต่ก็เฟรนด์ลี่และมีออร่าของความสนุกสนานแผ่ออกมาจนรู้สึกได้ แต่บนเวทีพวกเขาเกรี้ยวกราด เพอร์ฟอร์มแน่นจนคาดไม่ถึง ทุกคนในโชว์ต่างดีดกันถ้วนหน้า ทั้งภาคริธึ่มทั้งกลองและเบส ที่ตบเบสหนุบหนับกระจุยกระจายจนแม้คนเป็นโรคเท้าช้างก็คงอดขยับแข้งขยับขาเคาะเท้าไม่ได้ ทรัมเป็ตและแซ็กโซโฟนเติมสีสันได้ฉูดฉาดถึงใจ แถมยังออกสเต็ปโยกซ้ายขวาแบบซ้อมมา

กระทั่งคอรัสหนึ่งเดียวคือ UKO (เธอเป็น solo artist) นอกจากจะร้องคลอเสียงสวยๆ ยังช่วยเติมความสนุกสนาน เรารู้สึกว่าทีมเวิร์คดีมาก พวกเขารับ-ส่งกันอย่างลื่นไหล ท่อนโซโล่กีตาร์ เคนสุเกะก็ใส่เต็มด้วยเสียงอวบหนาแบบไม่แคร์ความชิลล์ที่สั่งสมมา

“ถ้าต้องแนะนำเพลงในอัลบั้มตัวเองให้คนที่ไม่รู้จักฟังจะเลือกเพลงอะไร” ทั้งสามนั่งนิ่งกันสักพัก ก่อนเคนสุเกะจะอาสาตอบคนแรกว่า ‘シェリー’ (Sherry)

‘Gravity’ ไคโพล่งออกมาพร้อมกับให้เหตุผลว่าเพลงนี้คือเพลงที่เขาแต่งออกมาจากข้างใน แล้วตรงใจแทบทุกอย่าง เคโตะคนสุดท้ายบอกว่าเพลง ‘Lady Blues’ เพราะเป็นเพลงที่เต้นได้ และนั่นเป็นเพลงที่ทั้งสามร้อง เล่น เต้นกันอย่างสุดเหวี่ยง

“แล้ว… อะไรคือความ lucky ในชีวิตของพวกคุณทั้งสามคน” โยนคำถามสุดท้ายไป ทั้งสามนั่งนึกสักพัก ไคทำฉันยิ้มแป้นอีกครั้งเมื่อเขาตอบว่า โชคดีของเขาคือการมาเล่นที่เมืองไทย เพราะนี่เป็นครั้งแรกของพวกเขา ส่วนใครที่มาคอนเสิร์ต The Lucky Black Sunset แล้วได้ยินเพลงสองเพลงที่ฟังไม่คุ้นหู ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน Lucky แล้วล่ะ คุณได้ฟังเพลงใหม่ของพวกเขาเรียบร้อยแล้วคือ ‘Tokyo’ และ ‘Balance’ (นิคเนมชั่วคราวของเพลงใหม่สองเพลงนี้)

แล้วช่วงนี้ ชอบฟังเพลงของศิลปินวงไหนอยู่ ทั้งสามคนหันมาตอบเป็นเสียงเดียวเพลง ‘Dance’ ของวงสัญชาติเกาหลีใต้ OFFONOFF ฉันยิ้มแก้มปริอีกครั้ง เพราะนั่นก็เป็นอีกวงที่ฉันชอบเหมือนกัน

การชอบอะไรเหมือนกับคนที่เราชื่นชมนี่มันฟีลกู๊ดจริงๆ

จบโชว์ พวกเขาเดินลงเวที ผู้ชมเริ่มขออังกอร์ คิดอยู่ว่าในมวลอากาศอินดี้แห่งนี้ ยังไม่ได้ยินเพลงมหาชนเลย แต่ทันใดนั้น พวกเขาก็ขึ้นเมโลดี้คุ้นๆ เล่น ‘Koisuru Fortune Cookie’ เรียกเสียงฮามาให้ครืนใหญ่ เพราะนั่นเป็นเพลงที่พวกเราบอกเขาว่า ตอนนี้ที่ไทยกำลังฮิตกัน ฉันยิ้มกว้างก่อนจะฮากว่าเดิมเมื่อมันเกือบล่ม (เพราะผู้ชมชาวไทยงึมงำ ‘คุ้กกี้เสี่ยงทาย’ ฉบับภาษาไทยของวง BNK48 เบาไปหน่อย) ดีที่ประคองจนเข้าฮุคทัน และปิดท้ายจริงๆ ด้วยเพลง ‘Tonight!’ ที่ผู้ชมต่างอิ่มเอมกลับบ้านฝันดี

เจอกันคอนฯ หน้านะ 🙂

https://twitter.com/__1961/status/967467588551782400

Editorial StaffThe Lucky Black Sunset: สุดลัคกี้รูหู เมื่อเอเชียนอินดี้แท็คทีมกันสาดพลังใส่คนดู

Related Posts

사랑해 (ซารังแฮ) ซึ – แทน – ดิง – เอ – คึ! ค่ำคืนอุ่นใจกับ ‘Standing Egg’

Standing Egg วงดนตรีสัญชาติเกาหลีอินดี้ แนวอะคูสติก พาชาว WAY ไปสัมผัสกับประสบการณ์บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านดนตรีที่ฟังง่าย เป็นกันเองและทิ้งทายให้แฟนชาวไทยเกิดมวลอารมณ์เหงาระคนความคิดถึงเมื่อจากลา