ส่องแฮชแท็ก Weibo: #一场同学会6人确诊 เลี้ยงรุ่นครั้งเดียวติดเชื้อ 6 คน - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

ส่องแฮชแท็ก Weibo: #一场同学会6人确诊 เลี้ยงรุ่นครั้งเดียวติดเชื้อ 6 คน

มีเรื่องจะเล่าให้ฟังจ้า  ข่าวใหญ่ช่วงนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากไวรัสโคโรน่าที่เกิดขึ้นในจีน หลายคนคงจะรู้ความเป็นมาเป็นไปในระดับหนึ่งแล้ว คงไม่ต้องเล่าเนื้อข่าวเนอะ แต่ที่จะมาเล่าคือ เวลาเราเล่น Weibo (ฟังก์ชั่นคล้ายๆ เฟซบุ๊คสนธิกับทวิตเตอร์) เราก็ชอบไปดูพวกแฮชแทคที่เขาฮิตๆ กัน เพราะเราอยากรู้ว่าตอนนี้คนจีนคุยอะไรกันอยู่

ล่าสุด (29 มกราคม 2563) เราไปเจอแฮชแท็กอันหนึ่งที่ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง  #一场同学会6人确诊 นี่คืองงจ้า…ไม่เก็ท แบบ…เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้น ด้วยความอยากรู้เลยเข้าไปอ่านว่าคนที่ติดแฮชแท็กนี้เค้าคุยอะไรกัน

เท่านั้นแหละ…โอ้โห มีคนเข้ามาอ่านแฮชแท็กนี้ถึง 35 ล้านแอคเคาท์ และมีความเห็นมากถึง 42,000 ความเห็นในไม่กี่ชั่วโมง จากการสืบเสาะจึงได้ความมาว่า

“พบผู้ป่วยชาย 6 คนอายุประมาณ 22-24 ปีในเมืองเหอเฝย์ มณฑณอานฮุย ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เนื่องจากเข้าร่วมงานเลี้ยงรุ่น ซึ่งหนึ่งในคนที่ติดเชื้อเพิ่งเดินทางกลับจากอู่ฮั่นในวันที่ 19 มกราคม แล้วไปงานเลี้ยงรุ่นที่เหอเฟย์วันที่ 21 มกราคม วันต่อมาเขาพบว่ามีไข้ และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จนท้ายที่สุดในวันที่ 28 มกราคม ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา ส่วนเพื่อนๆ อีก 5 คน (ที่อยู่ในเหอเฝย์ตั้งแต่แรก) ก็ป่วยและได้รับการวินิจฉัยเช่นเดียวกัน”

หลังจากข่าวนี้ดังขึ้น ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง จนเกิดกระแส #一场同学会6人确诊 แปลเป็นไทยก็ประมาณ #เลี้ยงรุ่นครั้งเดียวติดเชื้อ 6 คน เนื้อหาส่วนใหญ่บอกว่า ช่วงนี้อย่าออกไปไหน ให้เก็บตัวอยู่บ้าน การไปเที่ยวสังสรรค์ถือเป็นการทำร้ายคนอย่างหนึ่ง แต่ที่หนักกว่านั้นคือ ประณามคนที่เดินทางออกมาจากอู่ฮั่นว่าไม่ควรไปพบเจอใคร มันจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน เขาก็น่าจะหมายถึงคนที่กลับจากอู่ฮั่นแล้วมาแพร่เชื้อในงานเลี้ยงนั่นแหละ แต่!!!!!! ประเด็นมันไม่ได้มีคนนี้คนเดียวไง

คือหลังจากที่รัฐบาลจีนประกาศปิดเมืองอู่ฮั่นวันที่ 23 มกราคม ทำให้คนที่ติดอยู่ในอู่ฮั่นส่วนหนึ่งพยายามหนีออกจากเมืองด้วยวิธีการต่างๆ เท่านั้นยังไม่พอ ถึงขนาดอัดคลิป ถ่ายรูป ลงสื่อออนไลน์ว่าหนีออกมาแล้วบ้าง จะไปปล่อยเชื้อบ้าง

อย่างแอคเคาท์นี้โพสต์คลิปวีดีโอขณะขับรถออกจากเมืองอู่ฮั่น พร้อมแคปชั่นว่า “หนีออกมาได้แล้ว สู้ๆ นะชาวอู่ฮั่น”

บางคนก็มาโพสต์เลยว่า “หนีออกมาจากอู่ฮันและจะมาแพร่เชื้อให้กับคนอื่นต่อ” จนมีคนคอมเมนต์ไปถามตรงๆ เลย ดังนี้

คนไม่โอเคกับคนแพร่เชื้อ1 : ทานโทษนะคะ คุณสบายใจมากหรอที่แพร่เชื้อให้คนในบ้านคุณ

คนไม่โอเคกับคนแพร่เชื้อ2 : ขำตายหละ ภูมิใจมากใช่ไหมกับการทำร้ายคนอื่นเนี่ย

คนที่จะแพร่เชื้อ : (ตอบกลับคนไม่โอเคกับคนแพร่เชื้อ 2) กลัวก็ดีแล้ว พวกเราชาวอู่ฮั่นตอนนี้อารมณ์ไม่ดี ก็จะเอาเชื้อมาแพร่พวกคุณเนี่ยแหละ ระวังตัวให้ดี

คนไม่โอเคกับคนแพร่เชื้อ2 : แม่เจ้า คนอู่ฮั่นเป็นแบบนี้กันหรอ กลัวแล้ววว

ส่วนอันนี้เค้าก็ไปก๊อปโพสต์พวกที่หนีจากอู่ฮั่นมาโพสต์ต่อว่า “คนประเภทนี้อย่าออกไปทำร้ายผู้อื่นเลย อยู่บ้านรักษาตัวดีดีเถอะ”

 

แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นประมาณ เตือนทุกคนว่าอย่าออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน โดยเฉพาะการรวมกลุ่มกันหลายๆ คนอย่างแอคเคาท์นี้โพสต์ว่า

 

“#เลี้ยงรุ่นครั้งเดียวติดเชื้อ 6 คน ตรุษจีนปีนี้เธอออกไปงานเลี้ยงไหม เพื่อความปลอดภัยของตนเองและสุขภาพของผู้อื่น เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัส ตรุษจีนปีนี้จึงอยากขอให้งดการไปงานเลี้ยงสังสรรค์ และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด #ตรุษจีนปีนี้คุณไปงานเลี้ยงหรือยัง”

จริงๆ แล้วใน weibo มีแฮชแท็กเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่าเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น

#รู้ได้ไงว่าเพื่อนเราติดไวรัส

#3 ตัวยายับยั้งไวรัส

#มีคนเป็นโคโรน่ามากกว่าซาร์

#รัซเซียส่งเสบียงมาให้จีน

แต่เรารู้สึกว่าแฮชแท็ก #一场同学会6人确诊 เลี้ยงรุ่นครั้งเดียวติดเชื้อ 6 คน มันมีเรื่องเล่าของคนกลุ่มหนึ่งที่ส่งผลในวงกว้าง แม้ว่าแฮชแท็กนี้จะอยู่ในท๊อปชาร์จเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ทำให้คนในสังคมตระหนักเรื่องการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะการอยู่ร่วมกัน มันได้สร้างวิธีปฏิบัติขึ้นมาใหม่โดยไม่ต้องผ่านการนำเสนอของรัฐ และเรายังได้เห็นวิธีคิด วิธีการตอบโต้ของคนสองกลุ่ม ที่อาจจะเรียกว่า ‘คนกลุ่มติดเชื้อ’ กับ ‘คนกลุ่มไม่ติดเชื้อ’ หรือจะเป็น ‘คนอู่ฮั่น’ กับ ‘คนเมืองอื่น’ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากว่าการกำเนิดของไวรัส มันสามารถสร้างเส้นแบ่งระหว่างคนสองกลุ่มได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ภายใต้ชาตินิยมจีนเดียวกัน

จุดจบของไวรัสโคโรน่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ คงต้องรอดูกันต่อไป แต่ถ้ามีแฮชแท็กอะไรแซ่บๆ จะมาเล่าให้อ่านเพิ่มนะคะ

 

Author

กนกอร แซ่เบ๊
เราเคยแซวกันว่า "กนกอรเป็นคนจีนที่พูดไทยได้" หรือ "เป็นฮองเฮาประจำสำนัก WAY" ซึ่งไม่ผิดนัก เธออาจมองว่าภาษาจีนเป็นเรื่องสามัญในครอบครัว แต่สำหรับกองบรรณาธิการ หน้าที่ประการหนึ่งของอดีตนักศึกษามานุษยวิทยาคือการเปิดหน้าต่างบานใหม่ให้ WAY มองสิ่งต่างๆ ได้ไกลและกว้างกว่าที่เคยเป็น