เมื่อความรักลุกไหม้เป็นความโกรธ ปฏิกิริยาจาก #ม็อบ13กุมภา เมื่อตำรวจทำร้ายประชาชน

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 จากการนัดชุมนุมภายใต้กิจกรรม ‘นับหนึ่งให้ถึงล้าน คืนอำนาจประชาชน’ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่และประชาชนบาดเจ็บหลายราย แต่ที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในตอนนี้คงหนีไม่พ้น #ตำรวจกระทืบหมอ ที่พุ่งติดเทรนด์ทวิตเตอร์ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ภาพ คลิป และบทสัมภาษณ์ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ากระชับพื้นที่ได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ตลอดทั้งวันที่ 14 กุมภาพันธ์

 คำแถลงจาก ผบช.น.

เวลา 11.00 น. ของวันรุ่งขึ้น (14 กุมภาพันธ์) สำนักข่าวบีบีซีไทย รายงานว่า พลตำรวจโทภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงข่าวสรุปเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎรเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ว่ามีผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 1,000 คน ระหว่างการชุมนุม ผู้ชุมนุมได้ขว้างปาสิ่งของ ก้อนหิน ขวดน้ำ ระเบิดดินแรงดันต่ำ ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บรวม 20 นาย

ภายหลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุม ผู้ชุมนุมบางส่วนยังไม่เดินทางกลับและก่อความวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ประกาศให้เวลา 30 นาทีแยกย้ายกลับบ้าน เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้กำลังผลักดันออก โดย ผบช.น. ยืนยันว่าไม่มีการฉีดน้ำ ใช้แก๊สน้ำตาหรือกระสุนยางในปฏิบัติการครั้งนี้

พลตำรวจโทภัคพงศ์ระบุว่า จากปฏิบัติการเมื่อคืนนี้ ตำรวจได้ควบคุมตัวบุคคลไว้ทั้งหมด 11 ราย การสอบสวนพบว่า 3 รายไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้ก่อความวุ่นวาย แต่เมาสุรา จึงทำการเปรียบเทียบปรับและปล่อยตัว ส่วนอีก 8 ราย เป็นบุคคลที่ก่อความวุ่นวาย ทั้งหมดถูกควบคุมตัวไปที่ บก.ตชด. ภาค 1 ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ข้อหาร่วมชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ขัดคำสั่งเจ้าหน้าที่ ร่วมกันทำร้ายเจ้าหน้าที่

ผบช.น. แถลงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบุคคลที่ถูกควบคุมตัวไม่ได้มีอาชีพพยาบาล และเป็นบุคคลที่อยู่ในที่ชุมนุมและร่วมก่อความวุ่นวาย แต่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบต่อไปว่าเป็นอาสาสมัครหรือไม่

ผบช.น. ชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. นางเลิ้ง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกัน บริเวณร้านเซเว่น-อีเลฟว่น สาขาผ่านฟ้า เมื่อเวลา 21.00 น. เมื่อเดินทางไปถึง พบกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมที่อ้างตัวว่าเป็นการ์ด แจ้งว่าคนยิงหลบอยู่ในร้านจึงเข้าไปตรวจสอบ และนำตัวไป สน.นางเลิ้ง แต่จากการตรวจสอบพยานบุคคล กล้องวงจรปิด และพยานหลักฐานอื่น ยืนยันได้ว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุยิง ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามตัวมือปืนที่ก่อเหตุ

#ตำรวจกระทืบประชาชน ความโกรธของผู้คนในวันแห่งความรัก

#ตำรวจกระทืบหมอ พุ่งติดเทรนด์ทวิตเตอร์ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ลากยาวมาถึงช่วงเช้าของวันแห่งความรัก และยังคงอยู่กระทั่งล่วงเข้าสู่ช่วงบ่ายของวันวาเลนไทน์ที่ดอกกุหลาบต้องเหี่ยวเฉา หลังจากมีผู้ใช้ทวิตเตอร์และแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้เผยแพร่ภาพ คลิป และบทสัมภาษณ์ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ากระชับพื้นที่

คลิปที่ถูกแชร์กันอย่างมากคลิปหนึ่งคือคลิปที่ ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ ได้สอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับทีมแพทย์อาสารายหนึ่ง เธอเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เหตุการณ์เริ่มจากพี่ในทีมคนหนึ่งรถจักรยานยนต์เสีย ทำให้เราจอดรถดูและจะเข้าไปช่วยเขา

แต่ตำรวจกลับไม่เชื่อว่าน้องอีกคนในทีมที่มาด้วยกันเป็นทีมแพทย์ ทั้งที่ทุกคนใส่เสื้อกั๊กสีเขียว มีสัญลักษณ์ชัดเจนว่าเป็นทีมแพทย์ ไม่มีใครแฝงตัวได้อยู่แล้ว แต่ตำรวจไม่เชื่อ เขาเลยวิ่งเข้ามาล็อคและทุบตี ตรวจค้นตัว และนำตัวขึ้นรถไป

เธอเล่าต่อว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบรายละเอียดมากว่าบาดเจ็บแค่ไหน เพราะไม่สามารถติดต่อน้องได้เลย ไม่รู้ว่าโดนยึดโทรศัพท์หรือไม่ ซึ่งทีมแพทย์กำลังตามไปที่สถานีตำรวจ

“ปกติเรารักษาทั้งตำรวจและประชาชน นักข่าว แต่เขารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นทีมรักษา ทำไมถึงทำกับเราแบบนี้ อันนี้คือสิ่งที่ไม่โอเค”

นอกจากนี้ ศิลปินไทยหลายรายได้ใช้โซเชียลมีเดียในการประณามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

วี วิโอเลต แชร์คลิปเจ้าหน้าที่ทำร้ายบุคคลในชุดแพทย์อาสา ระบุว่า “มีหัวใจกันหรือเปล่า ทำร้ายทีมแพทย์นี่ยิ่งผิดหลักการสากลมากๆ ตื่นมาเจอกับสิ่งนี้ รู้สึกหดหู่สิ้นหวังมาก ขอประณามการกระทำนี้ ถ้าเป็นเมืองนอก หัวหน้าตำรวจคงจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกแล้วล่ะค่ะ”

 MILLI แรปเปอร์หญิงที่มีชื่อเสียงชาวไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คถึงแฟนแพลงต่างชาติของเธอว่า “ในเวลานี้ ประเทศไทยกำลังสิ้นหวัง การเผชิญหน้าระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยกลายเป็นเรื่องน่าอดสู ทั้งตำรวจและทหารทำร้ายประชาชน ด้วยการให้เหตุผลว่า พวกเขาต้องทำตามคำสั่ง ความรุนแรงถูกนำมาใช้กับทีมแพทย์อาสา พวกเขาไม่แสดงให้เห็นว่าจะหยุด เราอยู่ที่นี่เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย และเรียกร้องให้พวกเขาปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุม ได้โปรดช่วยเผยแพร่ข้อความนี้ออกไป เราจะสู้จนกว่าจะถึงจุดจบและทำให้แน่ใจว่ามันจะจบที่รุ่นเรา”

แถลงการณ์จากวิชาชีพแพทย์

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดปฏิกิริยาจากวิชาชีพแพทย์

ชมรมแพทย์ชนบท ออกแถลงการณ์กรณีการทำร้ายอาสาสมัครทางการแพทย์ที่เข้ามาปฏิบัติในการดูแลผู้ชุมนุม ในคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564

ระบุว่า การปฏิบัติการช่วยเหลือ ปฐมพยาบาล รักษา รวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 2 ปี 1960 การรุมทำร้ายอาสาสมัครที่เข้ามาปฏิบัติการดังกล่าวโดยไม่เลือกปฏิบัติว่าผู้บาดเจ็บเป็นฝ่ายใด ถือเป็นการละเมิดกติการะหว่างประเทศดังกล่าว และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง

แถลงการณ์ กล่าวประณามการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 กรณีที่แพทย์อาสาที่เข้ามาดูแลผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรได้ถูกทำร้ายโดยเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ และขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมทั้งดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิดโดยไม่เลือกปฏิบัติ

“ทั้งนี้ชมรมแพทย์ชนบทไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง หรือการยั่วยุให้มีการใช้ความรุนแรงในพื้นที่การชุมนุมไม่ว่าการกระทำนั้นจะมาจากฝ่ายใด” แถลงการณ์ระบุ

ขณะที่ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน 

แถลงการณ์เรียกร้องให้มีการดำเนินการสืบสวนอย่างโปร่งใส และทบทวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กรณีการใช้ความรุนแรงแก่อาสาสมัครบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ชุมนุม

“เป็นที่ทราบกันดีในหลักการสากลว่า หน่วยงานหรือกลุ่มคนที่ไม่ได้เพียงทำการรักษาพยาบาลผู้ชุมนุม หากแต่ยังสามารถช่วยเหลือประขาชนทั่วไป หรือกระทั่งตัวเจ้าหน้าที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ ในสภาวการณ์การชุมนุม ที่รถพยาบาล และบริการสุขภาพจากภายนอกพื้นที่เข้าถึงได้ช้า กลุ่มอาสาสมัครทางการแพทย์ (Street medics / Action medics) เหล่านี้ถือว่าสำคัญเป็นอย่างมาก อาจเป็นผู้ช่วยชีวิตที่สำคัญ ตามหลักการของการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล (Prehospital Care) การกระทำต่อบุคลากรทางการแพทย์เช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ และเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับประชาชนชาวไทย หรือมนุษย์ผู้เกิดมาพร้อมสิทธิเสรีภาพคนใดๆ

“สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ (สพท.) ในนามขององค์กรศูนย์กลางของนิสิตนักศึกษาแพทย์ทั่วประเทศไทย ขอเรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจควบคุมฝูงชนในฐานะผู้รับผิดชอบ ดำเนินการสืบสวนและชี้แจงเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวแก่สาธารณชนอย่างโปร่งใส สามารถนำไปสู่การดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิด และทบทวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ในภายภาคหน้ามีการปฏิบัติต่อหน่วยอาสาสมัครทางการแพทย์ และผู้ชุมนุมทุกคน อย่างถูกต้องตามหลักการพื้นฐานในการดูแลฝูงชนและหลักการสากล”

สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 ได้ถูกฉายซ้ำและมองจากหลายมุมในตลอดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของผู้คน ชัดเจนว่าเป็นอารมณ์ของความโกรธ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY

related post

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า