"ปล่อยเพื่อนเราให้ออกมาสู้ตามครรลอง" แถลงการณ์หน้าเรือนจำของคณะนักเขียน - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

“ปล่อยเพื่อนเราให้ออกมาสู้ตามครรลอง” แถลงการณ์หน้าเรือนจำของคณะนักเขียน

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 คณะนักเขียน กวี บรรณาธิการ สื่อมวลชน ตลอดจนประชาชนผู้เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ นำโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี เดินทางไปให้กำลังใจนิสิต นักศึกษา และนักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ยังคงถูกจับกุมคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ บางเขน และทัณฑสถานหญิงกลาง

นอกจากนี้ยังอ่านแถลงการณ์ที่มีเนื้อหาขอให้ปล่อยตัวผู้ที่ยังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ เพราะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 หลายคนสูญเสียอิสรภาพ ไม่ว่าจะเป็น พริษฐ์ ชิวารักษ์, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, ภาณุพงศ์ จาดนอก, ปฏิภาณ ลือชา, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, เอกชัย หงส์กังวาน, สุรนาถ แป้นประเสริฐ และ อานนท์ นำภา

เราขอให้รัฐหยุดการคุกคามประชาชนในทุกรูปแบบทันที ให้พวกเขาได้รับสิทธิการประกันตัว และต่อสู้ไปตามครรลองของกฎหมายที่เป็นธรรม รัฐจะต้องไม่ใช้กฎหมายล้นเกินจับกุมผู้เห็นต่างที่แสดงออกอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ การหยุดคุกคามประชาชนยังรวมถึงการทำ ‘รัฐประหาร’ ที่จะพาประเทศถอยกลับไปสู่ทางตันอย่างไม่รู้จบ

บางส่วนจากแถลงการณ์

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังสนับสนุนข้อเรียกร้องของนักเรียนนักศึกษา ว่าเป็น ‘ความฝันร่วม’ ของประชาชนที่อยากจะเห็นประเทศเดินหน้าต่อไปบนเส้นทางของระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ และอยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริง

คำประกาศ

เราคือเพื่อนกัน

ความหวัง และ ความห่วงใย

การมาในวันนี้ของพวกเรา – ในฐานะกวี นักเขียน ศิลปิน บรรณาธิการ และคนทำงานสื่อ พวกเรามาเพื่อจะบอกกับเพื่อนเรา ที่ถูกคุกคาม และถูกจับกุมอย่างไม่เป็นธรรม จนต้องเสียอิสรภาพว่า พวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยว พวกเรามาเพื่อเป็นกำลังใจ และแบ่งรับความเจ็บปวดร่วมกัน

พวกเรามาเพื่อยืนยันในเจตจำนงเสรี และจิตสำนึกที่ต้องการบอกว่า สิ่งที่พวกเขาต่อสู้เรียกร้องนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม และชัดเจน ทั้งนี้เพื่อเปล่งเสียงให้ปรากฏ เพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับปัญหาของบ้านเมือง และเพื่อนำประเทศออกจากวิกฤติเชิงโครงสร้างอันเนื่องมาจากฐานอำนาจแบบเผด็จการ

นอกจากนั้น ความฝันของพวกเขาที่เปล่งเสียงออกมานั้น ก็เป็นความฝันร่วมของพวกเราที่อยากจะเห็นประเทศเดินหน้าต่อไปบนเส้นทางของระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ และอยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริง

เรามาร่วมกัน ณ ที่นี้ เพื่อบอกกล่าวและเป็นประจักษ์พยานว่าข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม นักเรียน นักศึกษา และประชาชนหลากรุ่นหลายวัย ชัดเจน ตกผลึก และชอบธรรม ข้อเรียกร้องดังกล่าวคือ

  1. เราขอให้รัฐหยุดการคุกคามประชาชนในทุกรูปแบบในทันที ให้พวกเขาได้รับสิทธิการประกันตัว และต่อสู้ไปตามครรลองของกฎหมายที่เป็นธรรม รัฐจะต้องไม่ใช้กฎหมายล้นเกินจับกุมผู้เห็นต่างที่มาแสดงออกอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ และการหยุดคุกคามประชาชนนั้นให้รวมไปถึงการไม่ทำ ‘รัฐประหาร’ ที่จะพาประเทศถอยกลับไปสู่ทางตันอย่างไม่รู้จบ
  2. เรามาเพื่อยืนยันว่า บัดนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คือสารตั้งต้นของปัญหา ใช้ตัวเองและพวกพ้องเป็นศูนย์บัญชาการของการสืบทอดอำนาจ ดึงสถาบันเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทั้งที่ควรจะปกป้อง ‘สถาบัน’ ให้อยู่ ‘เหนือการเมือง’ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมานฉันท์ การบริหารอำนาจแบบรวมศูนย์ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และองคาพยพ ได้ทำให้ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ที่แต่เดิมนั้นต้องการ ยุบสภา ก็ได้สั่งสมความไม่พอใจจนกลายมาเป็นในปัจจุบัน คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นแกนกลางของตัวปัญหานั้น ต้องลาออกเท่านั้น แล้วให้กลไกของรัฐสภาทำหน้าที่ต่อ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ‘เฉพาะกิจ’ ก่อนยุบสภา คือการตั้ง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และเพื่อยุบเลิก ‘วุฒิสมาชิก’ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
  3. ความฝันของเรา ณ ที่นี้ อีกประการหนึ่งก็คือ เราอยากเห็นสถาบัน ในฐานะของ The Crown ที่มีความสง่างาม เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่อยู่เหนือการเมือง และอยู่ใต้รัฐธรรมนูญที่สถาปนามาจากอำนาจของประชาชน และสิ่งนี้เป็น ความฝันร่วม ที่เราทุกฝั่งฝ่ายความคิดจะต้องเปิดใจเป็นมิตรต่อกัน อย่างไม่จงเกลียดจงชัง อย่างเข้าใจว่า คำว่า ‘ปฎิรูป’ หรือ reform นั้น คือการ ‘รักษาระบอบ’ ให้สง่างาม ไม่ใช่การ ‘ทำลายระบอบ’ หรือ ‘เปลี่ยนระบอบ’ ดังนั้นจึงต้องเข้าใจให้ตรงกัน ไม่ว่าจะต่างกันทางความคิดในรายละเอียด หรือทางสถานะทางชนชั้นแบบใด เราก็ต้องเข้าใจกันและอยู่ร่วมกันบนกติกาที่เท่าเทียม แสวงหา ‘วิธี’ ที่จะสร้างให้เกิด ‘วิถี’ แห่งความปกติทางการเมือง สร้างความสง่างามให้ ‘สถาบันฯ’ ที่ตั้งอยู่บนหลักของนิติรัฐ นิติธรรม

เราในฐานะกวี นักเขียน ศิลปิน บรรณาธิการ และคนทำงานสื่ออิสระในพื้นฐานต่างๆ เราเชื่อในพลังบริสุทธิ์ของนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ที่ ‘ลงถนน’ ด้วยความสงบ และปราศจากอาวุธ เพื่อขอให้ท่านลาออก และหยุดการคุกคาม พวกเขาทั้งหลายมา ‘ชูสามนิ้ว’ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคำว่า เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ของการเห็นคนเท่ากันในเชิงโครงสร้าง และต่างยังเชื่อมั่นในสันติวิธี ในเหตุผล ในความง่าย ในความงาม และในความจริงใจ

พวกเขาเชื่อว่าความยุติธรรมและความปกติทางการเมือง ยังคงเป็นไปได้ในสังคมนี้ และดังนั้น พวกเขาจึงขอแล้วขออีกให้ท่านหยุดข่มขู่คุกคาม ให้พวกเขาใช้สิทธิตามกระบวนการของกฎหมายที่เป็นธรรม พวกเขาไม่ได้ขอมากเกินไปเลย

จงปล่อยเพื่อนเรา โดยไม่มีเงื่อนไข หยุดข่มขู่คุกคาม หยุดให้ร้ายทำลายความหวังและความปรารถนาของราษฎรที่ต้องการเห็นประเทศก้าวพ้นไปจากกับดักแห่งความพินาศ พลเอกประยุทธ์ต้องถอยก้าวแรกของท่าน โดยการลาออก

มีแต่ทางนี้เท่านั้นที่ประเทศจะพ้นไปจากกับดักแห่งอำนาจ
อย่าหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังให้เพิ่มขึ้นอีกเลย
นี่เป็นความห่วงใย และความกังวล ที่พวกเราทุกคน – ไม่ว่าจะมีความเห็นทางการเมืองต่างกันอย่างไร เราต่างต้องอยู่ร่วมบนผืนแผ่นดินเดียวกันต่อไป

หยุดทำร้ายราษฎร หยุดทำลายอนาคต อย่าทำให้อนาคต, ไม่มีอนาคต

ขอบคุณ

จาก – กวี นักเขียน ศิลปิน บรรณาธิการ และสื่อมวลชนอิสระ
เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
30 ตุลาคม 2563


รายนามนักเขียนท้ายแถลงการณ์

สุชาติ สวัสดิศรี
นิธินันท์ ยอแสงรัตน์
เวียง-วชิระ บัวสนธ์
อธิคม คุณาวุฒิ
วิภาส ศรีทอง
อุทิศ เหมะมูล
วาด รวี
สนานจิตต์ บางสพาน
ประกาย ปรัชญา
รณกร โรจน์รัตนดำรงค์

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY