30 วันหลังการหายตัวไปของ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

นับเป็นเวลา 30 วันแล้ว วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมผู้ทำประเด็นขับเคลื่อนทางสังคมหลากหลายหัวข้อ ถูกอุ้มหายกลางกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และในความเงียบงันของรัฐไทย ครอบครัวสัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ออกแถลงการฉบับที่ 2 เนื้อหาดังนี้

 

แถลงการณ์ ฉบับที่ 2
ครอบครัววันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

เนื่องในโอกาสครบรอบหนึ่งเดือนการหายตัวไปของวันเฉลิม

ในนามของครอบครัวนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เราขอแสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลไทย คณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร สำนักงานอัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ได้ช่วยดำเนินการทางกฎหมายและตามหานายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

พวกเราขอขอบคุณพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยที่ได้ออกแถลงการณ์ รวมถึงการนำเสนอเรื่องดังกล่าวในที่ประชุมรัฐสภาไทย

พวกเราขอแสดงความขอบคุณอย่างสูงต่อรัฐสภายุโรป ที่ได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยต่อชะตากรรมของนายวันเฉลิม โดยออกแถลงการณ์เพื่อให้ไทยและกัมพูชาดำเนินการสอบสวนกรณีนี้อย่างจริงจัง

พวกเราขอแสดงความขอบคุณอย่างสูงต่อสํานักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (OHCHR) คณะกรรมาธิการ Enforced Disappearances (CED) องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์องค์กร FORSEA สมาชิกรัฐสภาอาเซียน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล รวมไปถึงศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่ได้ดำเนินการทางกฎหมายทุกด้านและช่วยเหลือในการตามหานายวันเฉลิม

พวกเราขอแสดงความขอบคุณต่อสื่อสารมวลชนทุกแขนงที่ให้ความเมตตาช่วยกันสื่อสารและนำเสนอข้อมูล ทำให้เรื่องราวของนายวันเฉลิมได้ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะด้วยข้อเท็จจริง

ท้ายที่สุดครอบครัวของเรา ขอขอบคุณเพื่อนวันเฉลิมทุกคน นิสิต นักศึกษา ประชาชนที่ร่วมกันออกมาเรียกร้อง รวมไปถึงทุกท่านที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้งบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเราเอ่ยนามได้ไม่หมด

ความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายที่ได้รับในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาทำให้ครอบครัวรับรู้ได้ว่า วันเฉลิมนั้นเป็นที่รักของใครต่อใครหลายๆ คน รวมทั้งทำให้ครอบครัวตระหนักได้ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของวันเฉลิมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับทุกคน

เป็นที่ทราบว่า วันเฉลิมถูกอุ้มหายสาบสูญไปตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2563 บัดนี้ครบ 30 วันแล้ว ทางครอบครัวได้ประสานงานไปยังบุคคล และหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย และช่องทางอื่นๆ เพื่อตามหาวันเฉลิม

ล่าสุดทางครอบครัวได้แต่งตั้งทนายความที่กัมพูชาเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายกัมพูชาอีกทางหนึ่ง

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทางการกัมพูชาจะให้ความร่วมมือด้วยดีในการสอบสวนอย่างจริงจัง เพื่อนำตัวนายวันเฉลิมกลับมาอย่างปลอดภัย และทำความจริงให้ปรากฏ ว่าอะไรคือมูลเหตุของการอุ้มหาย ใครเป็นผู้กระทำ และนำตัวคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

การอุ้มหายสร้างความหวาดกลัวให้แก่ทุกคน เหตุการณ์ดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้และที่ใดก็ได้

ทางครอบครัวหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับวันเฉลิมจะเป็นการอุ้มหายครั้งสุดท้าย การอุ้มหายเคยเกิดขึ้นกับผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยก่อนหน้านี้เป็นจำนวน 8 คน นายวันเฉลิมเป็นเหยื่อรายที่ 9 ที่ถูกอุ้มหายขณะที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นสามารถพบศพได้เพียง 2 รายเท่านั้น ซึ่งสภาพศพแสดงให้เห็นว่าถูกกระทำอย่างโหดร้ายเหลือเกิน

อย่างไรก็ดี ทางครอบครัวของเรายังตั้งความหวังว่าผู้ก่อเหตุ รวมถึงผู้สั่งการจะมีความเมตตาต่อวันเฉลิม และปล่อยตัวเขาให้กลับคืนสู่อ้อมอกคนในครอบครัวและคนที่รักเขา

ทางครอบครัวขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย องค์กรนานาชาติ และทุกคนทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจดำเนินการตามหาตัววันเฉลิมอย่างไม่ลดละ และทำความจริงให้ปรากฏ

พวกเราขอเป็นกำลังใจ และเป็นแนวร่วมให้กับทุกคนทุกฝ่ายที่เรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ความยุติธรรม และขอให้การเรียกร้องด้านสิทธิมนุษยชนครั้งนี้ที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดหลักประกันไม่ให้เกิดการอุ้มหายขึ้นอีก

ขอแสดงความเคารพอย่างสูงสุด
นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

4 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า