บุญเลิศ วิเศษปรีชา

บุญเลิศ วิเศษปรีชา เป็นนักมนุษยวิทยาเจ้าของวิทยานิพนธ์ดีเด่น จากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดพรมแดน: โลกของคนไร้บ้าน กรุงเทพฯ - โตเกียว - มะนิลา คือสนามศึกษาที่ บุญเลิศ พาตัวเองเข้าไปเป็นโฮมเลส กินแบบโฮมเลส นอนแบบโฮมเลส และคิดอ่านแบบโฮมเลส นอกจากเรื่องเล่าและสีสันที่เก็บมาจากการศึกษาภาคสนาม คอลัมน์ ‘สายสตรีท: เรื่องเล่าข้างถนนจากมะนิลา' ใน waymagazine.org คือความพยายามและทะเยอทะยานส่วนบุคคลของบุญเลิศ วิเศษปรีชา ที่จะเลือนและหลอมพรมแดนระหว่าง ‘งานวิชาการ’ กับ ‘วรรณกรรม’ เข้าไว้ด้วยกัน

จากตากาล็อก 101 ถึง ภาษาข้างถนน

'จากตากาล็อก 101 ถึง ภาษาข้างถนน' เป็นเหมือนบันทึกเบื้องหลังเรื่องเล่าและเรื่องราวใน 'สายสตรีท' เป็นเหมือนเบื้องหลังการถ่ายทำที่ทำให้เราเห็นวิธีการทำงานและวิธีคิดของผู้กำกับภาพยนตร์ บุญเลิศ วิเศษปรีชา ใช้เวลา 2 ปี เรียนภาษาตากาล็อกที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ก่อนลงสนามจริงที่ข้างถนนกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ คอลัมน์ 'สายสตรีท' คือผลลัพธ์ปลายทางที่พวกเราได้อ่านกัน

ยามเจ็บ ยามป่วย

สำหรับคนไร้บ้านในฟิลิปปินส์ สิ่งหนึ่งที่พวกเขาและเหล่าคนจนแทบไม่มีโอกาสเข้าถึงคือ การรักษาพยาบาล แม้กระทั่งยามเกิดเหตุฉุกเฉิน 'พวกเขา' ยังต้องซื้อสำลีและยาใส่แผลเอง ไม่นับรวมการถูกปฏิเสธการได้รับการรักษาตามสิทธิที่มนุษย์คนหนึ่งพึงมี นี่คือเรื่องราวเจ็บปวดอีกประการของเหล่าคนไร้บ้าน

ตาตายโฮเซ่ คนที่ร้อย

ตาตายโฮเซ่ หนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์ของ บุญเลิศ วิเศษปรีชา เป็นชายเก็บของเก่าที่มีเรื่องราวชีวิตแปลกกว่าคนอื่นๆ นอกจากคำบอกเล่าที่ว่า เขามีบ้าน มีครอบครัวฐานะดี แต่ชีวิตที่ไร้แก่นสารนำพาเขาไปพบกับคำสอนของพระเจ้า และคำสอนของพระเจ้านี่เองที่เบิกทางชีวิตใหม่ให้กับเขา

บ้านข้างถนนของครอบครัวคาเรล

คาเรล เป็นเสมือนผู้จัดการและผู้ดูแล ‘โอติสคอนโดมีนุม’ ที่อยู่ของบรรดาคนไร้บ้าน นิยามของ 'คนไร้บ้าน' นี้ควรเป็น 'housless' มากกว่า 'homeless' หรือเปล่า ยังไม่มีข้อสรุป แต่สำหรับคาเรล เธอไม่สงสัยคำวิชาการ เพราะคำว่า“feel at home” ก็สามารถอธิบายทั้งหมดได้แล้ว

ห่อเปี๊ยะจากถุงขยะของนกนก

หากห้องครัวคือหัวใจของบ้าน ถังขยะก็น่าจะเป็น 'หัวใจ' ของบ้านของคนไร้บ้าน เจโสนมีรายได้จากการขายห่อเปี๊ยะรีไซเคิล หรือห่อเปี๊ยะที่มาจากถุงขยะร้านเบเกอรีที่ทิ้งเจ้าขนมนี่ เพราะหมดอายุแล้ว บุญเลิศ วิเศษปรีชา คุ้ยลึกเข้าไปในหัวใจของบ้าน เจโสนมาอยู่บ้านหลังนี้ที่ริมถนนมะนิลาได้อย่างไร จากหัวใจของบ้านสู่หัวใจของคนในนั้น

เอ็นริเล่ เบื้องหลังฮีโร่

เอ็นริเล่ แตกต่างจากคนไร้บ้านคนอื่นในกรุงมะนิลา พ่อแม่และเขาต่างเรียนจบปริญญาตรีตามมาตรฐานชนชั้นกลาง เขาเกือบได้เป็นวิศวกรเดินเรือ แต่จุดพลิกผันในชีวิตจับเขาโยนลงเรือมาเป็นแรงงานราคาถูกทำหน้าที่ขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือ และความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในครอบครัวของเขา คือความไว้วางใจขาดสะบั้นในครอบครัว ทำให้เขาเลือกที่จะพาตัวเองออกมายังข้างถนนกรุงมะนิลา

ไปเฟียสตากับโจอี้

‘เฟียสตา’ (fiesta) คืองานคืนถิ่นประจำปีของคนฟิลิปปินส์ที่สำคัญพอๆ กับวันคริสต์มาส ‘คนไร้บ้าน’ หลายคนจดจำวันเฟียสตาของท้องถิ่นตัวเองได้แม่นยำ โจอี้-เป็นคนไร้บ้านที่ดีกว่าอีกหลายคน อย่างน้อยเขายังมีบ้านของพี่สาวให้กลับไปหา

วันรวมญาติของดานี่

ที่มาของดานี่ต่างไปจากคนไร้บ้านคนอื่น ครอบครัวของเขาเป็นชนชั้นกลางที่สามารถเขยิบฐานะได้ในสังคมฟิลิปปินส์ แต่ดานี่เลือกพาตัวเองออกมาเป็นคนไร้บ้าน ดอกไม้หน้าที่ฝังศพพ่อแม่คือสิ่งยืนยันเดียวที่บอกแก่พี่น้องว่า เขายังมีชีวิตอยู่