อะโวคาโด เซเลบริตีระดับ A List ในโลกอาหาร - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

อะโวคาโด เซเลบริตีระดับ A List ในโลกอาหาร

รู้หรือไม่ว่าโลกของอาหารก็มีเซเลบริตีเหมือนกัน ผักและผลไม้บางชนิดกลายเป็นซุป’ตาร์ระดับ A list ผักผลไม้บางชนิดเหล่านั้นมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนและอาหารการกินของพวกเขา พวกมันเข้าไปควบคุมพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของคนมากมาย และรวมถึงมีอิทธิพลในฐานะพืชเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

เราคงจะเคยได้ยินชื่อของ ‘อะโวคาโด’ ทำไมผลอะโวคาโดถึงได้ก้าวมายืนในระดับแนวหน้าของโลกอาหาร ขณะที่แครอทหรือผักกาดกลับไม่สามารถเฉิดฉายบนพรมแดงแถมยังเป็นผักผลไม้ปลายแถวในสายตาของคนทั่วไป คำตอบของเรื่องนี้ซับซ้อนและไม่ง่ายที่จะเกิดขึ้นได้

นี่คือเรื่องเล่าของอะโวคาโดพิชิตโลก

อะโวคาโดพิชิตโลกได้อย่างไร? หลายคนคงอยากจะรู้คำตอบ ว่าทำไมอะโวคาโดกลายเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในหมู่มนุษย์มิลเลนเนียล มันมีคำตอบจากมิติของคุณค่าในตัวเองของอะโวคาโด และการถูกเพิ่มมูลค่าทางการตลาด

เราจะพบอะโวคาโดได้ทั่วไปในร้าน bistro หรือร้านข้าวแกงแบบฝรั่ง ที่เน้นความรวดเร็วในการรับประทาน เป็นที่นิยมในหมู่มนุษย์มิลเลนเนียล ภายในร้านเน้นขายเมนูที่ง่ายไม่ซับซ้อน มีบรรยากาศและพิธีรีตองน้อยกว่าร้านอาหารภัตตาคาร เมนูที่มีอะโวคาโดเป็นส่วนประกอบได้รับความนิยมและมีราคาสูงลิ่ว

แต่ผลอะโวคาโดกลับมีพลังในการจัดการกับความหิวของมนุษย์มิลเลนเนียลได้เป็นอย่างดี การยอมรับให้มีอะโวคาโดอยู่ในจานของแต่ละมื้อ กลายเป็นว่าอะโวคาโดคืออาหารที่มนุษย์มิลเลเนียลต้องพบเจอในทุกวัน และไม่ใช่แค่เป็นอาหาร ผลอะโวคาโดยังมีอิทธิพลในวงการต่างๆ ในฐานะผลไม้ทำเงินให้หลายร้านและหลายบริษัทอีกด้วย

CEO ขององค์กรอะโวคาโดในวอชิงตัน ดีซี. ได้พูดถึงอะโวคาโดไว้ว่า ผลอะโวคาโดเป็นผลไม้ที่ขายได้ง่าย อร่อย และเต็มไปด้วยสารอาหาร อะโวคาโด สามารถใช้แทนเนื้อสัตว์ และเป็นที่นิยมในหมู่ของ ‘ชาววีแกน’ (vegan) นี่เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ทำให้อะโวคาโดฮิตในคนทุกกลุ่ม

ผลอะโวคาโดประกอบด้วยวิตามินทั้งหมด 20 ชนิดและแร่ธาตุอย่าง โพแทสเซียมที่มีสรรพคุณช่วยป้องกันความดันโลหิต ลูทีนที่เป็นประโยชน์ต่อดวงตา และโฟเลตที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

นอกจากนี้อะโวคาโดยังเป็นแหล่งกำเนิดวิตามินบี ที่ช่วยให้เราต่อสู้กับโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้วิตามินซีและอี ร่วมถึงสารเคมีจากธรรมชาติบางตัวที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง อะโวคาโดมีระดับน้ำตาลต่ำ แถมยังเต็มไปด้วยไฟเบอร์ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มอย่างยาวนาน คนจึงนิยมรับประทานเพื่อควบคุมน้ำหนัก นี่คือมิติด้านคุณค่าในตัวเองของอะโวคาโด ที่ทำให้มันโดดเด่นเหนือใคร กลายเป็นขวัญใจของคนรักสุขภาพ

แต่ถ้าเป็นมิติของการถูกเพิ่มคุณค่าแล้วล่ะก็ น่าสนใจทีเดียว อะโวคาโดไม่ได้โด่งดังหรือมีซีนแค่ในร้านอาหารเท่านั้น เพราะในฐานะพืชเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลในชีวิตประจำวันและการใช้ชีวิตของคนทั่วไป บริษัทเดินรถไฟชื่อดังจากสหราชอาณาจักร อย่างบริษัท Virgin Train ได้อาศัยความนิยมของอะโวคาโดเพื่อเพิ่มยอดขายของบริษัท โดยมีการออกโปรโมชั่นที่เรียกกันว่า #Avocard หากผู้โดยสารที่มีอายุอยู่ระหว่าง 26-30 ปี นำผลอะโวคาโดมาแสดงที่สถานี จะได้รับส่วนลดในการซื้อตั๋วรถไฟทันที

แม้ว่ามนุษย์ได้นำผลอะโวคาโดมาทำอาหารเป็นระยะเวลานานหลายพันปีแล้ว แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ปรากฏการณ์ที่มนุษย์มิลเลนเนียลเป็นผู้บริโภคผลอะโวคาโดเป็นจำนวนมากกว่าคนกลุ่มอื่นเป็นความจริงและเป็นเรื่องใหม่ และเป็นครั้งแรกที่ผู้คนที่มีอายุอยู่ระหว่าง 20-30 ปี มีความต้องการดื่มกินผลอะโวคาโดในจำนวนพุ่งขึ้นสูงมากที่สุด ตามรายงานจาก International Trade Centre องค์กรการค้าระหว่างประเทศระบุว่า ทั่วโลกมีมูลค่าของการนำเข้าผลอะโวคาโดสูงถึง 4,820 ล้านดอลลาร์ ในปี 2016

ความโด่งดังของอะโวคาโดไล่ลุกลามไปถึงวงการการแพทย์ ศัลยกรรมพลาสติกในลอนดอน ปี 2017 มีการรักษาคนไข้ที่บาดเจ็บจากการหั่นผักผลไม้จำนวนมาก ทำให้สต๊าฟของโรงพยาบาลเรียกอาการบาดเจ็บเช่นนี้ว่าเป็น ‘การบาดเจ็บแบบ avocado hand’ เพื่อเป็นการเปรียบเทียบว่าคนถูกมีดบาดจากอะโวคาโดเป็นจำนวนมาก จนนำมาตั้งชื่ออาการที่ถูกมีดบาดว่า avocado hand

เราจะเห็นว่า มีหลายเหตุการณ์ หลายสถานที่ และหลายที่มา ที่ทำให้อะโวคาโดกลายเป็นผลไม้ที่อยู่ในกระแสและถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง แต่ยังมีอีกหนึ่งเหตุผลที่ความนิยมของผลอะโวคาโดพุ่งสูงมากขึ้นในหมู่ผู้บริโภค และเหตุผลที่สำคัญนั้นคือ

“เมื่อราชาอะโวคาโดได้เสด็จมาถึงจานอาหารของพวกท่านแล้ว ท่านจะไม่ให้เกียรติพระองค์ด้วยการถ่ายรูปพระองค์ลงอินสตาแกรมเลยหรือ?… ”

ใช่แล้ว โซเชียลมีเดียและอินสตาแกรมนี่เอง ที่ทำให้อะโวคาโดกลายเป็นผลไม้ระดับซุป’ตาร์ที่เฉิดฉายไปทั่วโลก เมื่ออะโวคาโดปรากฏบนเฟรมรูปภาพอาหารของเหล่าเซเลบริตีชื่อดังทั้งหลาย ใครๆ ก็อยากจะกินอาหารอย่างเซเลบเขากินกัน ใครๆ ก็อยากจะถ่ายรูปอาหารสวยๆ ลงแอคเคาท์ส่วนตัวของตัวเอง ซึ่งก็ทำให้มูลค่าของอะโวคาโดเพิ่มสูงขึ้น สูงขึ้น และสูงขึ้น จนทำให้ผลอะโวโดกลายเป็นอาหารเศรษฐกิจในที่สุด

อะโวคาโดได้เดินทางไปสร้างความนิยมไปทั่วโลก ในตลาดอะโวคาโดปรากฏตัวพร้อมกับอุปสงค์หรือความต้องการของผู้บริโภคที่สูงมากทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย รวมถึงประเทศจีน ชาวจีนให้ความสนใจกับผลไม้ชนิดนี้อย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากการโพสอินสตาแกรมของเซเลบริตี เช่น คิม คาร์เดเชียน (Kim Kardashian) และลายสักรูปอะโวคาโดของไมลีย์ ไซรัส (Miley Cyrus) ที่แขนของเธอ

นอกจากอะโวคาโดแล้ว ผักผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่เดินทางบนถนนสายซุป’ตาร์แบบเดียวกันกับอะโวคาโด ไม่ว่าจะเป็นอาหารตระกูลซูเปอร์ฟู้ด อย่าง อาซาอิเบอร์รี (acai berry) เมล็ดเซีย (chia seed) หรือแม้แต่เคล (kale) ผักใบเขียวที่ดูธรรมดาๆ ก็โด่งดังขึ้นมาด้วยสองปัจจัย จากคุณค่าในตัวเองและการเพิ่มมูลค่าทางการตลาด

ขณะที่อะโวคาโดคือราชันย์แห่งผลไม้ เคลก็เป็นราชันย์แห่งผัก เคลกลายมาเป็นที่ต้องการในหมู่คนทั่วไปอย่างมาก ครั้งหนึ่งอดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ ได้สาธิตวิธีการปั่นเคลสมูธตี แค่นั้นก็ทำให้เคลเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

เราจะเห็นได้ว่า อิทธิพลของโซเชียลมีเดีย การตลาด หรือแม้แต่การบริโภคของเหล่าเซเลบริตี ล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลและส่งผลต่อความคิดของผู้คน และเข้าไปกำกับและเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คน เพราะโลกมันซับซ้อนขึ้น การดื่มสมูธตีอะโวคาโดเป็นอาหาร หรือมีชิ้นส่วนของอะโวคาโดสไลซ์วางอยู่ข้างจานอาหารเช้า อาจจะไม่ใช่เหตุผลง่ายๆ เพียงเพราะเราอยากกิน แต่มันอาจจะมาจากหลายเหตุผลที่ต้องกินมันอย่างที่เล่าไปข้างต้น

 

อ้างอิงข้อมูลจาก:
bbc.com
fruitnet.com
webmd.com

 

สนับสนุนโดย

Author

รุ่งรวิน แสงสิงห์
อดีตนักศึกษาการเมือง ดื้อดึง อวดดีและจอมขบถ ผู้หลงรักในการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา เธอปรารถนาที่จะแสดงออกให้ชัดเจนที่สุดโดยเฉพาะบนตัวอักษรที่ออกมาจากมือของเธอ

Illustrator

ชาลิสา พุทธรักษา
นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ งานอดิเรกยามว่างคือดูสไตล์การแต่งตัวในช่วงนี้ และเป็นผู้ที่ถือคติว่าห้ามแต่งตัวซ้ำกันในแต่ละวัน