Beholder 2: ทะเยอทะยานเข้าไว้ ในอนาคตนายอาจเป็นท่านผู้นำคนใหม่ของเราก็ได้!

คุณกำลังหางานใหม่อยู่รึเปล่า? ลองมาเป็นเด็กฝึกงานในกระทรวงนี้สิ! ขอแค่มีความตั้งใจและความทะเยอทะยาน อนาคตที่สดใสกำลังรอคุณอยู่ เพราะการไต่เต้าตำแหน่งในกระทรวงนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่คุณต้องทำตัวให้กลมกลืนกับเพื่อนร่วมงาน คอยจับตามองความผิดพลาดของพวกเขาและจัดการในพริบตาเดียว อะไร? ทำไมทำหน้าแบบนั้น คุณกำลังรู้สึกลังเลเหรอ วางความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของตัวเองลงซะ เพราะถ้าไม่มีความดีความชอบอะไร คุณก็ไม่มีวันได้เลื่อนขั้นหรอกนะ

Beholder 2 เป็นเกมแนว Strategy Adventure Indie ที่มีกลิ่นอายคล้ายกับนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ (George Orwell) เพราะอยู่ภายใต้รัฐเผด็จการที่จะจับตามองคุณทุกฝีก้าว ทุกอย่างในชีวิตคุณขึ้นอยู่กับท่านผู้นำผู้ปราดเปรื่อง ความคิด คำพูด หรือการกระทำอะไรใดๆ ก็ตามของคุณต้องเป็นไปตามที่ท่านผู้นำว่าไว้เท่านั้น สิ่งที่จำเป็นในการเล่นเกมนี้มีแค่การเก็บข้อมูลและลงมือ คุณก็แค่ต้องมีหูตาที่ไวและจดจำในสิ่งที่ ‘ใช้การได้’ ก็พอ

ในตัวเกมเราจะรับบทเป็น อีวาน เรดเกรฟ (Evan Redgrave) ที่พ่อเสียชีวิตลงอย่างเป็นปริศนาหลังจากที่เราเข้ามาทำงานได้ไม่นาน เนื้อเรื่องในส่วนแรกไม่ได้บอกอะไรกับเรานัก เพราะอีวานก็ไม่ได้สนิทกับพ่อสักเท่าไหร่ ดังนั้นการมาใช้ชีวิตในกระทรวงแห่งนี้จึงเหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเราจริงๆ เพราะต้องเรียนรู้ตั้งแต่วิธีการทำงานไปจนถึงการเอาตัวรอดในกระทรวงแห่งนี้ที่ว่ากันว่าเต็มไปด้วยงูพิษ ถ้าอยากจะอยู่รอดเราก็ต้องเป็นงูที่มีเขี้ยวที่คมและพิษแรงที่สุด เพื่อเก็บกวาดเพื่อนร่วมงานหรือใครก็ตามที่มาขัดขวางอนาคตอันรุ่งโรจน์ของเรา

วิธีการเล่นเกมนี้ก็ไม่ยาก ขอเพียงแค่จัดการเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดของเราในแต่ละวันว่าจะใช้มันไปกับอะไรบ้าง ถ้าหากเลือกที่จะทำงานประจำก็ต้องคำนวณระยะเวลาให้ดี เพราะบางทีก็ต้องเผื่อเวลาไว้สำหรับภารกิจอย่างอื่น ความยากในเกมนี้จะอยู่ที่การวางแผนของเราซะมากกว่า เพราะบางครั้งก็ต้องเสี่ยงทำในสิ่งผิดกฎหมาย และถ้าหากโดนจับได้ถึง 2 ครั้ง ก็จะถูกปรับเป็นเงินหรือแลกกับชื่อเสียงที่เราจำเป็นต้องนำไปใช้ทำอย่างอื่น ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไปสักอย่างต้องวางแผนให้ดี เพราะมีสิ่งที่จะเกิดขึ้นเสมอเมื่อถูกจับได้

งานเอกสารน่าเบื่อ แต่เรื่องของเพื่อนร่วมงานไม่น่าเบื่อ

ช่วงแรกของเกม เราจะได้อยู่ในแผนกเอกสารที่คอยทำเอกสารให้กับประชาชนที่มายื่นคำร้อง ช่วงนี้อาจจะน่าเบื่อบ้างเพราะเป็นเพียงแค่งานเอกสาร แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการเล่าเรื่องสภาพสังคมของเกมผ่านบทสนทนาที่ดูจะมีอะไรที่ไม่ปกติอยู่ สิ่งที่เรามักจะเจอบ่อยๆ คือเรื่องราวเกี่ยวกับท่านผู้นำ มีตั้งแต่คนมาร้องเรียนเรื่องมีคนลบหลู่ท่านผู้นำ ไปจนถึงคนที่เสนอตัวที่จะเป็นคู่ชีวิตของท่านผู้นำ เราจะเจอเรื่องของท่านผู้นำแทบตลอดเวลา และรับรู้ได้เลยว่าท่านผู้นำสำคัญกับผู้คนที่นี่มากจริงๆ

อย่างไรก็ตาม เราก็คงไม่คิดที่จะอยู่ในแผนกเอกสารนี้ไปตลอด ดังนั้นวิธีการที่จะทำให้เลื่อนขั้นขึ้นไปอยู่ชั้นถัดไปได้คือต้องมีความดีความชอบ และทางเลือกที่เกมนี้มอบให้ก็มีอยู่ 2 ทาง คือการขุดคุ้ยประวัติข่าวคาวของหัวหน้าในชั้นที่เราอยู่ หรือจะกำจัดเพื่อนร่วมงานของเราเพื่อนำไปแลกกับรางวัลที่เป็นชื่อเสียงสำหรับใช้ในการเลื่อนขั้น

แทบจะทุกตัวละครในเกมล้วนมีความลับและบาดแผลที่รอให้เราขุดคุ้ย ตัวละครบางตัวสามารถทำประโยชน์ให้เราค่อนข้างมากถึงแม้ว่าจะนิสัยไม่ค่อยดี เราสามารถผูกมิตรกับคนไปทั่วและรีดเอาผลประโยชน์จนถึงขีดสุด แล้วค่อยแจ้งรัฐบาลเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายที่เขาทำเพื่อแลกรางวัลได้ ซึ่งตัวเกมจะปล่อยให้ผู้เล่นสามารถเลือกวิธีการเล่นของตัวเองได้อย่างอิสระ เราสามารถตีสนิทเพื่อนร่วมงานเพื่อค้นหาจุดอ่อนและใช้มันกลั่นแกล้งพวกเขาแลกกับของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ จากเพื่อนร่วมงานอีกคนที่เราอยากจะสนิทด้วย เมื่อเราสนิทกับตัวละครบางตัวมากๆ จนถูกนับเป็นเพื่อน บางทีเขาก็จะไว้ใจเรามากพอที่จะเล่า ‘ความลับ’ ของตัวเองให้ฟัง

แน่นอนว่า การมีข้อมูลย่อมนำมาซึ่งโอกาส บางคนอาจจะชักชวนให้เราไปขายยาด้วย ซึ่งสามารถทำเงินได้ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับงานเอกสารที่เราทำทุกวี่วัน เราสามารถตอบตกลงกับข้อเสนอนี้ได้แล้วทรยศเพื่อให้ได้รับประโยชน์ 2 ต่อ แต่เราอาจจะต้องใจแข็งสักนิด เพราะทันทีที่เราแจ้งเบาะแสอะไรสักอย่างที่นับว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทางรัฐก็จะส่งเจ้าหน้าที่มาควบคุมตัวคนคนนั้นทันทีและนำไปประหารต่อหน้าสาธารณชนเพื่อเป็นการ ‘เตือน’ พลเมืองของรัฐคนอื่นๆ

แต่ถ้าหากเราใจแข็งมากกว่านั้น การกำจัดเพื่อนร่วมงานก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลย ภายในเกมจะมีคนที่คอยขายสิ่งผิดกฎหมายและรอให้เราไปซื้อเพื่อนำไปซุกไว้ในลิ้นชักของเพื่อนร่วมงานที่เราต้องการจะกำจัด หลังจากนั้นเราก็แค่ทำแบบเดิมคือ โทรแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐและปล่อยให้เขาลากคอเพื่อนร่วมงานของเราไป เพียงเท่านี้เราก็สามารถกำจัดเพื่อนร่วมงานของเราได้อีกคนแล้ว ไม่ยากเลยจริงๆ

อย่างไรก็ตาม เกมก็ไม่ได้บังคับว่าเราต้องกำจัดเพื่อนร่วมงานหรือเปิดโปงหัวหน้าของเราเสมอไป ถ้าหากเราพอใจที่จะค่อยๆ ทำงานและรวบรวมชื่อเสียงจากการทำงานก็ยังสามารถทำได้ แต่อาจต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าปกติหลายเท่าตัว เพราะทั้งเงินและชื่อเสียงของเราจากการทำงานนั้นจะได้มาทีละน้อยนิด เราคงต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงไปกับการเข้าทำงานและเครียดกับเงินที่อาจจะน้อยจนไม่พอสำหรับจ่ายบิลที่ถูกรัฐเรียกเก็บทุกวันด้วยซ้ำ

ฝึกฝนทักษะให้มาก เพราะการเป็นเป็ดไม่ได้แย่สักเท่าไหร่หรอกนะ

ภายในห้องของตัวละครจะมีทั้งหนังสือและโทรทัศน์ให้เราได้ใช้เพื่อเพิ่มพูนทักษะ เราควรจะจัดสรรเวลาของเราไว้สักชั่วโมงสองชั่วโมงสำหรับเรื่องพวกนี้ด้วย เพราะทักษะที่รอให้เราเรียนรู้นั้นค่อนข้างมีประโยชน์มาก เช่น วิธีการแฮ็คคอมพิวเตอร์ของเพื่อนร่วมงาน เทคนิคการงัดแงะ วิธีการลดค่าน้ำค่าไฟ หรือแม้แต่หลักเศรษฐศาสตร์ที่สามารถลดค่าเช่าให้กับเราได้ ส่วนโทรทัศน์ก็จะมีช่องต่างๆ ที่ถูกฉายไว้เพื่อให้ประชาชนในประเทศได้ดู เพื่อนร่วมงานของเราหลายคนก็มีช่องที่ชื่นชอบของตัวเอง ถ้าอยากจะสนิทกับพวกเขามากขึ้นก็ใช้รายการพวกนี้เป็นหัวข้อในการตีสนิทกับพวกเขาได้

จะเข้าร่วมหรือต่อต้าน

เมื่อทำงานไปได้สักพัก เราก็จะถูกชวนให้เข้าร่วมกับกลุ่ม NEW TOMORROW ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการจะปฏิวัติ และเราก็เป็นอีกคนที่ถูกเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม เพราะเรามีโอกาสค่อนข้างมากในเรื่องการไต่เต้าตำแหน่ง และทางกลุ่มก็ต้องการคนที่จะเข้าไปแทรกซึมภายในรัฐเผด็จการที่แข็งแกร่ง ดังนั้นถ้าหากได้สมาชิกดีๆ ที่สามารถขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้สักคน ความหวังที่จะล้มท่านผู้นำคนเดิมคงจะไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป แต่ทุกอย่างก็ยังขึ้นอยู่กับเราอยู่ดีว่าจะให้ความร่วมมือกับคนในกลุ่มนี้ไหม ถ้าหากเราเลือกที่จะพอใจกับตำแหน่งท่านผู้นำที่สักวันอาจจะกลายเป็นของเราแทน เราก็สามารถใช้ประโยชน์จากคนกลุ่มนี้ได้และทรยศพวกเขาในท้ายที่สุด

แต่ถ้าหากว่าเราศรัทธาในมนุษยธรรมและรังเกียจในการกระทำของรัฐเผด็จการก็สามารถเข้าร่วมกับกลุ่มนี้ได้อย่างสบายๆ เพราะกลุ่ม NEW TOMORROW นั้นเคารพและศรัทธาในความเป็นมนุษย์ ซึ่งทางกลุ่มจะคอยให้ความช่วยเหลือเราในการไต่เต้าตำแหน่งขึ้นไปเรื่อยๆ ในด้านการเงินบ้าง ด้านชื่อเสียงที่จำเป็นต้องใช้ในการเลื่อนขั้นบ้าง การมีอยู่ของกลุ่มนี้ทำให้เราสามารถเล่นเกมได้ง่ายขึ้น แต่ก็คงจะเป็นทางเลือกของเราอีกว่า ในท้ายที่สุดแล้วเราจะยัง ‘เลือก’ มนุษยธรรมรึเปล่า ในเมื่อโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตนั้นอยู่ตรงหน้าเราจริงๆ

ทางเลือกเป็นของเราเสมอ

ตัวเกม Beholder 2 ให้โอกาสเราได้เลือกทุกครั้งไม่ว่าจะเกิดบทสนทนาอะไรขึ้นและปล่อยให้เราตัดสินใจ ทุกอย่างที่เราเลือกจะส่งผลต่อตัวละครตัวอื่น และผลลัพธ์ที่ได้หลังจากนั้นก็เป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับว่าเราได้ตัดสินใจทำมันลงไปจริงๆ บางครั้งมันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่โหดร้าย แต่ถ้าเรามองว่ามันคุ้มค่ามากพอที่จะทำก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร 

เรามีสิทธิ์เลือกเสมอว่าจะเป็นคนแบบไหนในเกม เราจะเป็นอีวานที่แสนดี ไม่กำจัดใคร ยอมทำงานตามขั้นตอนที่อาจจะเสียเวลามากหน่อย แต่ก็สามารถไต่เต้าตำแหน่งขึ้นไปได้ตามระบบราชการทั่วไป หรือเราจะเป็นอีวานที่กำจัดทุกคนทั้งเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าชั้น เราก็สามารถทำได้ เราสามารถเป็นได้แม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานนิสัยเสียที่แกล้งเพื่อนร่วมงานแรงจนสติแตกแล้วเอาปืนมากราดยิงคนอื่นๆ ก็ยังได้

เกมนี้ปล่อยให้เราทำแบบนั้นและให้เราขบคิดไปด้วยถึงการกระทำของเรา การตัดสินใจเล็กๆ ของเราที่บางครั้งอาจเกิดจากความคิดชั่ววูบอาจจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ร้ายแรงกว่าที่คิดจนเรานึกเสียใจในภายหลัง แต่อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในเกมก็คงจะไม่พ้นเรื่องที่ว่าเรา ‘อยาก’ จะทำอะไรกับตำแหน่งท่านผู้นำ ถ้าหากว่าเรามีโอกาสได้ขึ้นไปอยู่ในส่วนการตัดสินใจนั้น

เราจะเป็นท่านผู้นำซะเองหรือเราจะทำแบบอื่น จะสนับสนุนคนอื่นขึ้นมาเป็นคนใหม่ จะปลดปล่อยผู้คนให้เป็นอิสระหรือปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปแบบเดิม การตัดสินใจในส่วนนี้ก็คงต้องขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าอยากให้มันจบลงแบบไหน


ฐิติพร อ่อนบ้านแดง
เด็กนิเทศที่มีอีกร่างเป็นแมวสีเทา ติดเป๊ปซี่กับนิยายวาย เวลาว่างส่วนใหญ่ที่มีถูกใช้กับการหาซื้อหนังสือใหม่ๆ มาอ่านแต่ก็ไม่ได้อ่านสักที
Share via

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend