'ถีบ' เพื่อเศรษฐกิจและสุขภาพ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

‘ถีบ’ เพื่อเศรษฐกิจและสุขภาพ

bike 01

นโยบายสวัสดิการสุขภาพที่ถูกผลักดันโดยบารัก โอบาม่า หรือ โอบาม่า แคร์ ที่ใช้ในปัจจุบันเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านค่ารักษาพยาบาลแก่คน 3 กลุ่ม คือ คนชรา ผู้มีรายได้น้อยกว่าเกณฑ์  และ ข้าราชการบางกลุ่ม และในสวัสดิการก้อนนี้ยังรวมถึงการพัฒนาและสนับสนุนการปั่นจักรยาน  แต่จากรายงานของ  Wall Street Journal  85 เมืองใหญ่ของสหรัฐ ยังไม่มีการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นที่เอื้อต่อการใช้จักรยาน เช่น เลนจักรยาน ระบบยืม/เช่าจักรยาน ฯลฯ

แต่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ CDC  ออกมาให้ข้อมูลและชี้ให้เห็นประโยชน์ของการทำให้เมืองเป็นมิตรกับจักรยาน

“การผสมผสานสุขภาพเข้ากับการเลือกวิธีเดินทางที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น  คือ ศักยภาพในการดูแลและปกป้องชีวิตให้ปลอดจากโรคเรื้อรัง   ลดและป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกิดจากอุบัติเหตุและยานพาหนะ  รวมทั้งพัฒนาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น  ขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญเป็นวิธีที่ง่ายและเข้าถึงประชาชนทุกคน”

นอกจากนี้ CDC  ตระหนักว่า ปัจจุบัน มีเพียง 2  ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้คนยังต้องขับรถคือ การขาดทางเลือกการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและความกลัวที่จะปั่นจักรยานในสภาพการจราจรหนาแน่น

…แต่เส้นทางจักรยานที่ปลอดภัยจะกระตุ้นให้คนหันปั่นจักรยานมากขึ้น และจะช่วยประหยัดงบประมาณด้านสุขภาพไปหลายพันล้านดอลลาร์  ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากการศึกษารื่อง “การลงทุนและผลประโยชน์ของการปั่นจักรยานในเมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา” ของ โทมัส กอทส์ชิ ในปี 2100 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Physical Activity and Health  ที่แสดงข้อมูลว่า

ภายในปี 2040  เงินลงทุนเพื่อส่งเสริมการปั่นจักรยานในชีวิตประจำวัน ราวๆ 138 – 605 ล้านดอลลาร์ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา จะทำให้ประหยัดงบประมาณด้านสุขภาพราวๆ 388 – 594 ล้านดอลลาร์  ประหยัดงบประมาณด้่านพลังงาน 143-218 ล้านดอลล่าร์ และ ประหยัด มูลค่าชีวิตเชิงสถิติ ราว 7-12 พันล้านดอลล่าร์

และข้อสรุปงานศึกษาชิ้นนี้ คือ การลงทุนเรื่องจักรยาน ในเมืองต่างๆ ของสหรัฐ คือการลงทุนที่คุ้มค่าและได้ผล

 

bike 03

อีกการศึกษาหนึ่งของ โจนาธาน แพทซ์ และ แมกกี้ กราโบว์ จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน  หัวข้อ “คุณภาพอากาศและการออกกำลังกายที่ได้รับประโยชน์จากการลดปริมาณการใช้รถยนต์ในภาคตะวันตกของสหรัฐอเมริกา”  ทีตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Health Perspectives ก็ให้ผลสรุปไม่ต่างกับ โทมัส กอทส์ชิ

แต่ที่น่าสนใจกว่าพวกเขาสรุปจากข้อมูลที่น่าสนใจว่า ให้เห็นว่า คนอเมริกัน ชอบรถในระยะทางสั้น…เหลือเชื่อ

“ชาวอเมริกัน ประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์ การเดินทางด้วยรถยนต์ในระยะทางน้อยกว่า 1.6 กิโลเมตร  ซึ่งเป็นระยะทางที่ชาวยุโรป เดินกัน  และ อีก 41 เปอร์เซ็นต์ เดินทางด้วยรถยนต์ด้วยระยะทางน้อยกว่า 3.2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่ชาวยุโรปจำนวนไม่น้อยนิยมปั่นจักรยานหรือไม่ก็เดิน
และ 69 เปอร์เซ็นต์ ใช้รถยนต์เดินทางด้วยระยะทางน้อยกว่า 2 ไมล์ ซึ่งในหลายๆ ประเทศทดแทนได้ด้วยสาธารณูปโภคที่เอื้อให้คนเดินและปั่นจักรยาน”

จากการศึกษาในหลายประเทศ ประชาชนราว 31.3 ล้านคน และ พื้นที่ราว 37,000 ตารางไมล์ อัตราการตายจะลดลงโดยเฉลี่ย 1,295 รายต่อปี ถ้าได้อยู่ในคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น และ การออกกำลังกายมากขึ้น

การปั่นจักรยานระยะสั้นๆ  เพิ่มขึ้นในสัดส่วนราว 50 เปอร์เซ็นต์ จะช่วยประหยัดงบประมาณได้ราว 3.8 พันล้านต่อปี  เพราะมูลค่าความสุญเสียด้านชีวิตงบประมาณด้านสุขภาพที่ลดลง  และผลประโยชน์โดยรวมจากการพัฒนาคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพจะเพิ่มงบประมาณเข้าคลังได้ราว 8 พันล้านดอลล่าร์ต่อปี

งานวิจัยชิ้นของแพทซ์และกราโบว์ ยังสรุปด้วยว่า ผลประโยชน์ที่สำคัญด้านสุขภาพและเศรษฐกิจเหล่านี้จะเป็นไปได้ ถ้าการปั่นจักรยานเข้าไปแทนที่การขับรถยนต์ระยะทางใกล้ๆ  และการพึ่งพายานยนต์น้อยลงในพื้นที่เมืองจะส่งผลให้ประชาชนสุขภาพดีขึ้น

 

……………………………………………………….

ที่มา : momentummag.com,treehugger.com

 

สนับสนุนโดย

author
ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ
หญิงแกร่งที่ทำงานทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านให้กับ WAY ถ้าเป็นนักฟุตบอลนี่คือผู้เล่นผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ในสายงานข่าว ทั้งคลุกคลี สัมภาษณ์ บันเทิง ไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้การเป็นคุณแม่ซึ่งมีลูกสาวย่างเข้าวัยรุ่นยังช่วยส่งเสริมให้สามารถปั่นงานด้านเด็กและเยาวชนอย่างเชี่ยวชาญ