สหรัฐอเมริกา: ในแต่ละวันมีเด็ก 19 คนทั่วสหรัฐเสียชีวิตจากอาวุธปืน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เดวิน เคลลีย์ (Devin Kelley) วัย 26 ปี อดีตทหารอากาศบุกเข้ากราดยิงที่โบสถ์ในซัทเธอร์แลนด์สปริงส์  (Sutherland Springs) เมืองเล็กๆ ในรัฐเท็กซัส มีผู้เสียชีวิตกว่า 26 คน ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนที่อายุเพียง 12-14 ปี หดหู่กว่านั้น ผู้เสียชีวิตอายุน้อยสุดคือเด็กอายุ 18 เดือน

นับเป็นเหตุเศร้าสลดที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาหลังการกราดยิงในลาสเวกัสเพียงเดือนกว่า และกลายเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้สังคมตั้งคำถามต่อประเด็นกฎหมายควบคุมปืนร้อนแรงกว่าเดิม

แม้ โดนัลด์ ทรัมป์ จะออกมาแถลงว่า เหตุกราดยิงที่เท็กซัสไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายปืน เพราะมือปืนมีอาการป่วยทางจิตขั้นรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

คำถามคือ “ไม่เกี่ยวกับกฎหมายปืนจริงๆ หรือ”

รู้กันอยู่แล้วว่าที่สหรัฐอเมริกามีหลายรัฐอนุญาตให้พกปืนและหาซื้อง่ายดาย ผลที่ตามมาคือการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุปืน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้เสียชีวิตคือเด็ก กล่าวได้ว่า การที่เด็กสหรัฐเสียชีวิตด้วยกระสุนปืนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าดูในสถิติทั่วประเทศ ในหนึ่งวันทั่วสหรัฐอเมริกามีเด็กบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากปืนมากกว่าที่เกิดในเหตุยิงกราดในเท็กซัสเสียอีก

เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2016 วารสารวิชาการ Pediatrics ได้เผยแพร่งานวิจัยหัวข้อการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากปืนของเด็กอเมริกัน ซึ่งเป็นการศึกษาร่วมกันระหว่างศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) และมหาวิทยาลัยรัฐเท็กซัส (University of Texas) อธิบายไว้ว่า ในแต่ละวันจะมีเด็ก 19 คนทั่วสหรัฐเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากปืน แม้ตัวเลขนั้นจะเป็นการคาดการณ์ แต่หากดูข้อมูลระหว่างปี 2012-2014 ก็ไม่ถือว่าพูดเกินความจริง เนื่องจากมีเด็กเสียชีวิตจากการถูกยิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,300 คน และบาดเจ็บเฉลี่ย 5,790 คน

ความน่าสนใจคือเนื้อหารายงานที่ระบุอีกด้วยว่า เด็กที่ถูกยิงเสียชีวิตมากที่สุดคือเด็กผิวดำ คือ 4.1 คนจาก 100,000 คน ในขณะที่เด็กผิวขาวอยู่ที่ 1.5 คนจาก 100,000 คน โดยเฉลี่ยอายุอยู่ที่ 13-17 ปี และเป็นเด็กผู้ชายมากถึง 82 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเด็กผิวขาวและอเมริกันอินเดียนมีสถิติการฆ่าตัวตายด้วยอาวุธปืนมากที่สุด

นอกจากนั้น งานวิจัยนี้ยังใกล้เคียงกับบทวิเคราะห์ของ Washington Post เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งได้หยิบยกข้อมูลเมื่อปี 2015 มาคลี่ดูก็พบว่าเฉลี่ยแล้วแต่ละวันจะมีเด็กอเมริกันเสียชีวิตด้วยอาวุธปืนประมาณ 23 คน

แม้ภาพรวมทั้งหมดเป็นความรุนแรงและอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากหลายๆ ปัจจัย เช่น ความยากจน การว่างงานหรือสภาพชุมชนที่แออัด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าอาวุธปืนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยแบบเมื่อวันอาทิตย์อีกครั้ง

เมื่อเด็กเสียชีวิตจากการถูกยิงเมื่อไหร่หมายความว่า ภาพมายาของความปลอดภัยในสังคมที่เคยสร้างเอาไว้ได้แตกสลายอย่างสมบูรณ์

– อาเธอร์ ลูริจิโอ (Arthur Lurigio) นักจิตวิทยาคลินิกกล่าว

 


อ้างอิงข้อมูลจาก:
splinternews.com
washingtonpost.com

 

Editorial Staffสหรัฐอเมริกา: ในแต่ละวันมีเด็ก 19 คนทั่วสหรัฐเสียชีวิตจากอาวุธปืน

Related Posts

6 สิ่งที่เด็กเกิดปี 2018 อาจไม่ได้สัมผัส

เมื่อทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าจนมนุษย์อย่างเราวิ่งไล่ตามไม่ทัน บางอย่างพัฒนามาเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ปัจจุบันพบเห็นได้แค่ในร้านขายของเก่าหรือหนังสือสารานุกรมเสียแล้ว และไม่แน่ว่าหกสิ่งต่อไปนี้ที่เรากำลังจะกล่าวถึง เด็กที่จะเกิดในปี 2018 นี้อาจไม่ได้สัมผัสอีกต่อไป

บ้านดอกทานตะวัน: มอบการศึกษา คุ้มครองจากความเศร้า

พูดคุยกับ ตู่-พวงทอง ทะกัน ผู้อำนวยการ และ มาลี-มาลี คำมงคล เจ้าหน้าที่โครงการ ศูนย์คุ้มครองสิทธิเด็กเชียงของ จ.เชียงรายที่ทำงานกับกลุ่มเด็กในพื้นที่เสี่ยงต่อปัญหาการค้ามนุษย์ ค้าประเวณีและการแสวงหาผลประโยชน์ทุกรูปแบบ โดยตั้งต้นว่า การศึกษาคือหนึ่งในช่องทางเพิ่มโอกาสให้กับเด็กที่มองไม่เห็นโอกาส

Small Smile Center: คุยเรื่องเพศกับสาวปาน พี่ปาน และยายปาน

พูดคุยกับ ปาน-ปภาดา ทะอาจ ผู้อำนวยการศูนย์บริการสาธารณสุขด้านสุขภาวะทางเพศเด็กและเยาวชน 'Small Smile Center' ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ถึงประเด็นปัญหาเรื่องเพศของเด็กและเยาวชนในทุกวันนี้ที่มาจาก 'ความไม่รู้' 'ความไม่เท่าเทียมทางเพศ' และ 'โครงสร้างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา'