เป็นอาจารย์ก็นัดหยุดงานได้เหรอ?

ภาพประกอบ: Shhhh

 

 

เมื่อวันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์เดินทางมาถึง นักศึกษามหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ (University of Helsinki) จำนวน 32,000 คนต้องตกใจ (หากไม่ได้อ่านประกาศล่วงหน้า) เมื่อพบว่าไม่มีใครมาทำงานเลย เพราะเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

  • การเรียนการสอนถูกยกเลิกหมด (หากอาจารย์คนไหนยังสอนอยู่ นักศึกษาจะได้รับแจ้งเป็นรายวิชาไป) รวมทั้งในส่วนของมหาวิทยาลัยเปิดแห่งมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ
  • จุดบริการนักศึกษางดให้บริการทั้งหมด
  • บริการการสอบออนไลน์ปิดหมดยกเว้นศูนย์อเล็กซานเดรีย (Aleksandria)
  • หอสมุดแห่งชาติและห้องสมุดแห่งมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิปิดทำการ
  • โรงอาหารมหาวิทยาลัย 4 ใน 9 แห่งปิดบริการ
  • พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติปิดทำการ
  • โรงเรียนเฮลซิงกิ นอร์มอล ลูเซียม (The Normal Lyceum of Helsinki) ส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ซึ่งมีนักเรียนจำนวน 1,500 คน รวมถึงโรงเรียนวีกกิ (University of Helsinki Viikki Normal School) ปิดทำการ

ส่วนที่ยังเปิดทำการอยู่คืออนามัยประจำมหาวิทยาลัยบางส่วน สโมสรกีฬา และโรงพยาบาลสัตว์ ว่าง่ายๆ คือสวัสดิการที่เกี่ยวกับสวัสดิภาพมนุษย์และสัตว์ยังเปิดให้บริการอยู่

มหา’ลัยขาลง

การนัดหยุดงานครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประเทศฟินแลนด์ที่มีอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าร่วมด้วย เป็นครั้งแรกที่อาจารย์มหาวิทยาลัยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมนัดหยุดงานพร้อมกับพนักงานมหาวิทยาลัย โดยมีชนวนเหตุจากสภาพการทำงานที่แย่ลง เพราะทั้งผู้ช่วยและเงินเดือนต่างก็ลดลง พร้อมๆ กัน หากมองภาพใหญ่ เงินจำนวน 400 ล้านยูโรที่ลดลงจากงบประมาณการศึกษาเดิมตั้งแต่ปี 2015 นั้นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาในฐานะสวัสดิการของประชาชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งขัดกับสิ่งที่รัฐบาลฟินแลนด์พยายามจะนำเสนอมาตลอดว่า ‘การศึกษา’ ถือเป็นงานสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ

photo: yhl.fi

หยุดงานกันมโหฬารขนาดนี้ได้เหรอ

ได้!

การนัดหยุดงานเป็นสิทธิตามกฎหมายแรงงาน โดยแผนก IT จะอยู่นอกเหนือการนัดหยุดงานตามสัญญาการจ้างงานหมวด 4 มาตรา 20 เพื่อดูแลความเรียบร้อยของเครือข่ายและอุปกรณ์ IT ของมหาวิทยาลัย อันเนื่องมาจากทั้งมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในห้องทดลองจำเป็นต้องใช้ระบบไฟฟ้าและ IT อยู่ นอกจากนี้ผู้ที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานจะได้รับเงินชดเชยจากการหยุดงานจำนวน 50 ยูโรต่อวัน ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมการหยุดงานโดยการถือป้ายแสดงออกทางความคิดเห็น สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ตามลิงค์ของมหาวิทยาลัย

– ส่วนหนึ่งของประกาศจากมหาวิทยาลัยตัมเปเร (University of Tampere) เพื่อเตรียมการนัดหยุดงาน 7 มีนาคมที่จะถึงนี้

และนอกเหนือจากการประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว มหาวิทยาลัยตัมเปเรยังออกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อให้อาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัยสามารถแสดงความจำนงจะยืนถือป้าย โดยสามารถระบุสถานที่ที่ตนต้องการถือป้ายแสดงความคิดเห็น และจำนวนเวลาซึ่งแบ่งเป็นกะละหนึ่งชั่วโมงได้ โดยทำได้มากที่สุดไม่เกินสามกะ

ถือเป็นการนัดหยุดงานที่มีการจัดการอย่างจริงจังและเป็นระบบระเบียบอย่างยิ่ง

เกิดอะไรขึ้นกับมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในฟินแลนด์ (มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิก่อตั้งครั้งแรกที่เมืองตูร์กุ (Turku) ปี 1640 และตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นในเมืองเฮลซิงกิเมื่อปี 1829)

Ilman rahaa ei arvostusta

ไม่มีเงินก็ไม่มีคุณค่า

ผศ.อันนา เกสกิ-ราห์โกเนน (Assistant Professor Anna Keski-Rahkonen) จากคณะแพทยศาสตร์ อธิบายว่าเธอเข้าร่วมการนัดหยุดงานครั้งนี้เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจกับสถานการณ์เรื่องเงินเดือน พวกอาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัยได้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับเรื่องการปลดพนักงานประจำและพนักงานสายสนับสนุนชั่วคราว จนทำให้อาจารย์และนักวิจัยไม่สามารถทำงานที่ตัวเองควรทำได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ เธอกล่าวต่อว่า

“ฉันเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ แต่ตอนนี้งานของฉันรวมถึงการเอาขยะไปทิ้งด้วย”

อาจเป็นคำกล่าวที่ดูแล้งน้ำใจ แต่สิ่งที่ ผศ.อันนาพยายามบอกคือ การลดจำนวนพนักงาน และการไม่ปรับขึ้นเงินเดือนมาเป็นระยะเวลาพักใหญ่แล้วนั้น อันเป็นผลต่อเนื่องจากการตัดงบประมาณของรัฐบาลกลางที่ได้กล่าวไปข้างต้น ส่งผลโดยตรงกับการทำงานของเธอและความรู้สึกที่เธอมีต่อนายจ้างอย่างยิ่ง

สหภาพแรงงานต้องการให้เพิ่มเงินเดือนพนักงานร้อยละ 1 ในปีแรก และร้อยละ 1.1 ในปีถัดไป และเงื่อนไขนี้ต้องครอบคลุมพนักงานทุกคนตามขั้นเงินเดือนที่ทุกคนพึงได้รับ รวมถึงเงินได้ตามประสิทธิภาพการทำงาน

การที่กลุ่มนายจ้างไม่ยอมรับเงื่อนไขการขึ้นเงินเดือนนี้โดยให้เหตุผลว่าข้อเสนอไม่ได้ตรงตามเป้าหมายที่นายจ้างต้องการ ถือเป็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาดมาก แสดงให้เห็นว่าพวกนายจ้าง

“ตบหัวพวกคนทำงานในภาคการศึกษาด้วยหัวเหล็กของรองเท้าบูท” โอลลิ ลูกไกเนน (Olli Luukkainen) ประธานกลุ่ม JUKO หรือองค์กรฝึกอบรมบุคลากรด้านการศึกษากล่าว เช่นเดียวกันกับที่ ศาสตราจารย์เมรวิ เฮลกุลา (Mervi Helkula) แห่งภาควิชาภาษาฝรั่งเศสได้กล่าวไว้ว่า

“การปลดพนักงานออกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมาก และเมื่อพนักงานธุรการขึ้นอยู่กับส่วนกลางงานที่ทำอยู่ก็ยากลำบากมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นการนัดหยุดงานเกิดขึ้นเพราะฉันรู้สึกว่ามหาวิทยาลัยมองไม่เห็นคุณค่าของพนักงาน และพวกเราไม่มีส่วนในการตัดสินใจใดๆ พวกเขาไม่มาถามความคิดเห็นของเราเลย สำหรับพวกเรา เราต้องการได้รับการชื่นชมสนับสนุนในฐานะนักวิทยาศาสตร์ และให้ความสำคัญกับเราที่เนื้องานซึ่งรวมทั้งงานสอนและงานวิจัย (ซึ่งต้องการการสนับสนุนจากบุคลากรจากสายงานอื่นๆ) นอกจากนั้นเรายังต้องการอิสระในการทำงานอีกด้วย”

ข้อเรียกร้องเรื่องเงินนี้ยังซ่อนเรื่องของการไม่ฟังเสียงลูกจ้างเอาไว้อีกชั้นหนึ่งด้วย ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองโลก เตย์โว เตย์ไวเนน (Teivo Teivainen) แห่งมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิกล่าวว่า เขาเองไม่ได้กังวลเรื่องค่าจ้างเท่ากับเรื่องที่นายจ้างของตัวเองกำลังใช้การปกครองแบบบริษัท ถือการออกคำสั่งจากบนลงล่างเป็นใหญ่ และไม่ฟังความเห็นของพนักงาน นี่คือตัวบ่อนทำลายกระบวนการมีส่วนร่วม ซึ่งในสังคมมหาวิทยาลัยนี้ โดยปกติทุกคนมีส่วนร่วมกันตัดสินอนาคตของตนเองมาตลอด แน่นอนว่าเหล่าอาจารย์ไม่ได้รับผลกระทบเท่ากับพนักงานมหาวิทยาลัย และผู้คนเหล่านี้ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบมาเป็นเวลานานนั้นควรได้รับการปกป้อง

photo: motiivilehti.fi

กลุ่มอาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัยมองว่าเมื่อการเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จ การนัดหยุดงานเป็นเวลา 24 ชั่วโมงจึงต้องเกิดขึ้น และจะมีการเดินขบวนประท้วงต่อมาหน้าอาคารมหาวิทยาลัย กลุ่มมหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้แก่ มหาวิทยาลัยอาล์โต (Aalto), ฮังเกน (Hanken), ตัมเปเร, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งตัมเปเร (Tampere University of Technology), มหาวิทยาลัยศิลปะแห่งเฮลซิงกิ (University of Arts Helsinki) และมหาวิทยาลัยวาซา (Vaasa) ได้ออกแถลงการณ์เตือนว่าจะเข้าร่วมการนัดหยุดงานในวันที่ 7 มีนาคมนี้เช่นกัน

จากนั้นกลุ่มอาจารย์และพนักงานจากมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกของฟินแลนด์ อันได้แก่มหาวิทยาลัย ยูแวสกูและ (Jyväskylä), ลัปปิ (Lappi), โอวลุ (Oulu), ตูร์กุ (Turku), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งลัปเปนรันตา (Lappeenranta University of Technology) และออโบ อกาเดมี (Åbo Akademi) ออกแถลงการณ์เตือนนัดหยุดงานเช่นกันในวันที่ 14 มีนาคม ทั้งหมดนี้เพื่อกดดันให้เกิดการเจรจาที่รวดเร็วขึ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งผลที่น่าพอใจมากขึ้น

นอกจากนั้นสหภาพอาชีพอื่นยังสนใจเข้าร่วมนัดหยุดงานเพื่อแสดงความเห็นใจกลุ่มอาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัย หรือที่เรียกว่า sympathy strike อีกด้วย

การนัดหยุดงานครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ควรจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การศึกษาฟินแลนด์ เนื่องจากแสดงถึงความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในวงการการอุดมศึกษา โดยมีตัวตั้งตัวตีเป็นมหาวิทยาลัยอันเก่าแก่เป็นเสาหลักของแผ่นดินฟินแลนด์อย่างมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ และยังทำท่าจะลุกลามใหญ่โตไปทั่วประเทศอีกด้วย

ในทางหนึ่ง การเล่าเรื่องนี้อาจเป็นเพียงข่าวคราวจากประเทศห่างไกลที่เราไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรนัก หากแต่กระบวนการเรียกร้องนี้สะท้อนให้เห็นถึงสังคมที่ให้คุณค่ากับทุกอาชีพอย่างเท่าเทียมกันผ่านกระบวนการที่ทุกฝ่ายมีตัวแทนอย่างมีกิจจะลักษณะ และสามารถเจรจาอย่างเป็นระบบระเบียบ เมื่อเกิดความไม่ยุติธรรมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การมีตัวแทนดูแลจะเป็นผู้ดูแลเรียกร้องความยุติธรรมให้ได้ โดยแลกกับเงินค่าสมาชิกเพื่อสนับสนุนองค์กรเหล่านี้ให้ยังทำงานเป็นปากเป็นเสียงแทนคนทำงานต่อไป

ถึงแม้จะเป็นบุคลากรในสายการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับภาพลักษณ์ความเป็นผู้ให้ หรือการทำไปเพื่อกุศลบุญใดๆ เพราะทุกอาชีพคือมืออาชีพ เมื่อทำงานเป็นอาชีพแล้วก็ควรได้รับการยอมรับและค่าตอบแทนที่เหมาะสมเหมือนกันหมด


หมายเหตุ: สหภาพแรงงาน JHL หรือ The Trade Union for the Public and Welfare Sectors เป็นตัวแทนแรงงานในภาครัฐทั้งที่เป็นส่วนกลาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบริษัทต่างๆ ที่มีสมาชิกกว่า 220,000 คนทั่วฟินแลนด์ ร่วมกับ JUKO องค์กรฝึกอบรมบุคลากรด้านการศึกษา และ PARDIA หรือสหพันธ์พนักงานเงินเดือนแห่งฟินแลนด์ ถือเป็นสามองค์กรหลักที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันการเจรจราครั้งนี้

อ้างอิงข้อมูลจาก:
sss.fi
yle.fi
helsinki.fi
All Points North Podcast#4 by Yle Finland

กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ

กุลธิดา รุ่งเรื่องเกียรติ 'ครูจุ๊ย' นักวิชาการอิสระ เคยมีประสบการณ์ด้านการศึกษาจากฟินแลนด์ ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีความก้าวหน้าด้านการเรียนรู้ในโลกสมัยใหม่ ตลอดจนมีโอกาสไปค้นคุ้ยตำราเรียนของเกาหลีเหนือ ในคอลัมน์ 'เล่า/เรียน' ครูจุ๊ย คุณครูสาวพร้อมแว่นสีสด จะ 'เล่า' เรื่องราวในห้องเรียน สถานที่แลกเปลี่ยนความรู้ของเด็กและครู ให้ผู้อ่านได้ 'เรียน' ไปพร้อมๆ กัน

กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติเป็นอาจารย์ก็นัดหยุดงานได้เหรอ?

Related Posts

Master AI คุณครูปัญญาประดิษฐ์

ปัจจุบันมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในหลากหลายวงการ ตั้งแต่อุตสาหกรรมยันธุรกิจ เกษตรกรรมยันการแพทย์ การศึกษาเองก็เช่นกัน ที่ ครูจุ๊ย-กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ จะนำมาเล่าให้ฟังว่า 'AI' ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้เป็นตัวช่วยสำคัญในการศึกษาสมัยใหม่ได้มากทีเดียว

เมื่อโรงเรียนรัฐมีเอกชนร่วมพัฒนา ผลที่ตามมา ใครได้-ใครเสีย

'โรงเรียนร่วมพัฒนา' คือโรงเรียนรัฐที่ได้รับการสนับสนุนจากเอกชน ทั้งเงินทุนและมีส่วนร่วมในการบริหาร แต่จากโรงเรียนหลายหมื่นแห่งทั่วประเทศ โรงเรียนโชคดีเหล่านี้มีแค่หยิบมือ นี่คือความต่างทางการศึกษาที่กำลังเกิดขึ้น

เพศศึกษา วาระแห่งชาติ

มีสถิติบอกว่า อัตราการตั้งครรภ์ในคุณแม่วัยรุ่นของไทยนั้นวิ่งเป็นเส้นตรงตั้งแต่ยุค 30-40 ปีก่อน นับว่าเราไปไม่ถึงไหน มองในระดับโลก หลายประเทศยกประเด็น 'เพศศึกษา' เป็นวาระแห่งชาติจริงจังว่าควรสอนเด็กตั้งแต่ตอนไหน มากกว่าการถกปัญหาปลายทางเรื่อง 'ตู้ขายถุงยาง'