โจชัว หว่อง ที่รัก ด้วยความเคารพจากพันธมิตรชานม - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

โจชัว หว่อง ที่รัก ด้วยความเคารพจากพันธมิตรชานม

โจชัว, จิตใจของคุณเป็นอย่างไรบ้างในห้องขังที่เปิดไฟขาวโพลนตลอด 24 ชั่วโมง ความหวังของคุณยังไม่ริบหรี่ลงใช่ไหมในห้องที่สว่างไสวเช่นนั้น

ฉันเป็นคนไทย ประเทศที่คุณเขียนจดหมายถึงบริษัทผลิตแก๊สน้ำตาในสหรัฐอเมริกาให้พวกเขาคำนึงถึงชีวิตพวกเราที่ต้องสู้กับรถฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตา ในการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา และอีกหลายข้อความบนโลกออนไลน์ที่คุณช่วยบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยให้โลกได้รับรู้

ตอนนั้นฉันได้แต่ขอบคุณในฐานะพันธมิตรชานมที่ทุ่มเท แต่ทำไมพวกเราต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพียงเพื่อระบบการปกครองที่แสนจะปกติธรรมดา มีอะไรไม่ปกติในความเป็นชาติของเราทั้งสอง?

13.5 เดือนกับการขังคุณไว้ในคุกที่ถูกทำให้ตัดขาดจากวันเวลา ทำให้ฉันและใครอีกหลายคนเดือดดาล

การต่อสู้กับสิ่งที่ตรึงฮ่องกงและไทยมาอย่างยาวนานไม่ใช่เรื่องง่าย ฮ่องกงท่ามกลางคนรุ่นใหม่ที่มีจินตนาการต่อความเป็นคนฮ่องกงเปลี่ยนแปลงไป คนฮ่องกงคือคนฮ่องกง ไม่ใช่คนจีนอีกต่อไป ภาพลวงตาของสิทธิเสรีภาพภายใต้ระบบการปกครองแบบหนึ่งประเทศสองระบบที่ถูกควบคุมโดยจีน อนาคตของคนฮ่องกงถูกกำหนดโดยผู้มีอำนาจจากแผ่นดินใหญ่ การทวงคืนความเป็นคนฮ่องกงเริ่มต้นขึ้นหลังพวกคุณรักประชาธิปไตยมากกว่าชาติที่ชื่อว่า จีน ขณะที่ในไทยคนรุ่นใหม่ไม่อาจทนกับรัฐบาลเผด็จการที่ภักดีต่อชาติ แต่ไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชนได้อีกต่อไป พวกเราเหมือนถูกหลอกจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่เป็นเพียงเครื่องมือในการชุบตัวของเผด็จการ แต่กระบอกปืนในมือพวกเขายังคงเล็งมาที่ประชาชน คนที่เห็นต่างจากรัฐบาลถูกคุกคามมากขึ้นทุกขณะ เราต้องการปลดแอกตัวเองขึ้นจากเหวลึกที่ไร้อนาคตแห่งนี้

การประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยบนท้องถนนเริ่มเป็นเรื่องของคนอายุน้อยลงเรื่อยๆ สถานการณ์ในไทยกลับมาตึงเครียดอีกครั้งหลังเหล่าผู้นำประเทศตระหนักว่ามีความรู้สึกใหม่เกิดขึ้นในหมู่ผู้ชุมนุมบางส่วน คนที่ไม่มีความเหนียวแน่นต่อสถาบันกษัตริย์เหมือนแต่ก่อนถูกหมายหัว ประเด็นเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ นาทีนั้นเองที่ความคิดในประเทศไทยแตกออกเป็นสองฝ่ายอีกครั้งคล้ายกับสมัยเสื้อเหลือง-เสื้อแดง

พวกเราไม่คิดว่าจะได้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำรุนแรงต่อผู้ชุมนุมอย่างไร้ซึ่งความเป็นคนเช่นนี้ น้ำมีพิษสีฟ้า สีม่วงถูกฉีดใส่ผู้ชุมชนจนตัวปลิว กระสุนยางและแก๊สน้ำตาถูกระดมใส่ผู้ชุมนุมโดยไม่สนใจเครื่องแบบนักเรียนนักศึกษาบนตัวพวกเขา ผู้ชุมนุมบางคนถูกกดลงกับพื้นถนนหรือถูกอุ้มไปโรงพัก ภาพเหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่เคยเกิดขึ้นในฮ่องกงถูกนำมาฉายซ้ำกับผู้ชุมนุมชาวไทย

หากการปฏิเสธความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับจีน ทำไม่ได้ในฮ่องกงของคุณ การตั้งคำถามกับสถาบันและรัฐบาล ก็ทำไม่ได้ในประเทศฉันเหมือนกัน

การต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกงและไทยเดินทางมาถึงจุดที่ศาลและกฎหมายกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้จัดการกับผู้ชุมนุม แกนนำหลายคนถูกไล่ล่าโดยกฎหมาย คุกเต็มไปด้วยผู้คนที่ไม่ยอมหุบปากและก้มหัวให้กับเผด็จการ การชุมนุมเคลื่อนไหวเริ่มถูกทำให้กลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายง่ายขึ้นทุกที ความน่าละอายของกระบวนการยุติธรรมไทยดำเนินมาถึงจุดที่เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหากับนักเรียนและนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหว อนาคตของพวกเราถูกทำให้เป็นเรื่องการเมือง คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกนำมาใช้สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ชุมนุมในไทย ไม่ต่างจากที่ฮ่องกงต้องเผชิญกับกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่ออกโดยจีนแผ่นดินใหญ่ ในฮ่องกงผู้ชุมนุมอาจติดคุกได้เพียงเพราะออกมายืนกลางร่มบนท้องถนน ขณะที่ในไทยต่อให้คุณแต่งชุดไทยมาเข้าร่วมการชุมนุมก็อาจถูกหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ในคดี 112 ได้เช่นกัน

สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกหรือการเคลื่อนไหวของเราทั้งสองดินแดน ถูกควบคุมด้วยกฎหมายที่ค้ำคอพวกเราอยู่ – รัฐบาลจับตาดูเราทุกฝีก้าว

ราคาที่พวกเราต้องจ่ายเพื่ออนาคตของคนรุ่นเราและคนรุ่นถัดไป แพงขึ้นทุกที เมื่อใครสักคนคิดจะลงถนนเปิดหน้าสู้กับผู้ที่ควบคุมการหมุนของเวลาในสังคมมาอย่างยาวนาน เขาต้องยอมแลกบางอย่างในชีวิตเพื่อความหวังและความเปลี่ยนแปลง เหมือนอย่างที่คุณไม่มีวันกลับไปเป็นคนธรรมดาในฮ่องกงได้อีกต่อไป อย่างน้อยก็ในสายตาของจีน

ฮ่องกงเปลี่ยนไปแล้ว เงาใหญ่จากแผ่นดินอื่นที่เคยปกคลุมฮ่องกงเลือนรางลงไปทุกที ด้วยร่มในมือคนฮ่องกง

ไม่ต่างจากประเทศไทย ความไร้ขีดจำกัดของผู้นำปลุกให้เราลุกขึ้นสู้ทั้งที่ยังอยู่ในชุดนักเรียน อนาคตของชาติถือกระเป๋าหนังสือลงถนนมากขึ้นเรื่อยๆ

ตอนนี้ฉันมีเพียงคำถามเดียว…โจชัว ห้องขังไม่ได้ทำลายจิตใจแห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคุณและเพื่อนลงใช่ไหม

หวังว่าคุณยังคงยืนยันที่จะ “ไม่หยุดจนกว่าฮ่องกงจะกลับมาเป็นฮ่องกงอีกครั้ง”

แต่ต่อให้คุณคิดที่จะถอยห่างจากการต่อสู้ครั้งนี้หลังพ้นโทษออกมา ฉันก็เคารพในการตัดสินใจและนับถือในการต่อสู้ที่ผ่านมาของคุณ ฮ่องกงจุดพลังให้คนไทยอย่างมาก

“คืนเอกราชให้ฮ่องกง” เคยถูกผู้ชุมนุมชาวไทยตะโกนก้องถนนมาแล้ว

สุดท้าย ในฐานะที่เราจบการศึกษาในปีเดียวกัน ภาพคุณในชุดครุยบัณฑิตสีดำที่ถูกแทนที่ด้วยชุดนักโทษสีน้ำตาลของเรือนจำฮ่องกง ทำให้ฉันในฐานะนักศึกษากฎหมายรู้สึกผิดเกินกว่าจะเข้าร่วมพิธีรับกระดาษแผ่นนั้นได้ ในเมื่อโทษจำคุกที่คุณและผู้ชุมนุมชาวไทยได้รับเป็นผลมาจากการกระทำของกฎหมาย และการรวมหัวกันของกระบวนการยุติธรรมกับเผด็จการ กฎหมายถูกทำให้บิดเบี้ยวเพื่อรับใช้ผู้มีอำนาจไม่ว่าจะในไทยหรือฮ่องกง

หลังการจำคุกสิ้นสุดลง ในวันที่คุณได้ออกจากเรือนจำขอให้สถานการณ์ในฮ่องกงและไทยดีขึ้น อนาคตของพวกเราไม่ถูกย่ำยีโดยผู้มีอำนาจ และประชาธิปไตยกลับมาเป็นของประชาชนอีกครั้ง

ผู้มีอำนาจไม่ควรประเมินวันเวลาแห่งอนาคตที่เป็นของพวกเราต่ำไป แต่พวกเขาควรนั่งนับวันคืนที่เหลือเพียงนิ้วมือนิ้วเท้าของตัวเองให้จงดี

โจชัว ฉันบอกคุณและเพื่อนได้เพียงว่า “นกบางตัวไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในกรง ขนของพวกมันสดใสเกินไป”

พวกคุณคือนกตัวนั้น

#MilkTeaAlliance

Author

วรรณา แต้มทอง
อดีตนักเรียนกฎหมายที่เลือกทำความเข้าใจความยุติธรรมผ่านวรรณกรรม จึงล้มลุกคลุกคลานกับเปาบุ้นจิ้นอยู่หลายปีกว่าจะเรียนจบปริญญาโท หวั่นไหวกับหนังสือ วรรณกรรม
สารคดี จนอยากเป็นนักเขียน ชอบฟังเพลงที่แปลไม่ออก