Safeguard Hong Kong: ม็อบชนม็อบ การปะทะของคนสองรุ่น และการหายไปของขื่อแป - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

Safeguard Hong Kong: ม็อบชนม็อบ การปะทะของคนสองรุ่น และการหายไปของขื่อแป

ภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นในคืนวันอาทิตย์ ช่วงเวลา 22.30 น. ของวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ถูกเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย ในวิดีโอปรากฏภาพของกลุ่มชายฉกรรจ์สวมเสื้อยืดสีขาว สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าจำนวนหลายร้อยคน พวกเขาใช้กระบองไล่ทุบตีและทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ยืดเยื้อมาแรมเดือน นอกจากกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงแล้ว ยังมีการทำร้ายร่างกายนักข่าวและประชาชนทั่วไปที่อยู่ภายในสถานีรถไฟบริเวณชานชาลาและโบกี้รภไฟในเขตเหยินหลง (Yuen Long) ประเทศฮ่องกง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 45 คน สาหัส 5 คน

ตำรวจฮ่องกงไม่จับกุมกลุ่มชายชุดขาว

ต่อมาในเวลา 05.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม Yau Nai-keung ตำรวจผู้ช่วยผู้บัญชาการอาชญากรรม แถลงข่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 22:41 น. ได้รับแจ้งถึงการข่มขู่ทางโทรศัพท์เกี่ยวกับเหตุความรุนแรงครั้งนี้ จึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ โดยพบกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 100 คนมารวมตัวกันในสถานีรถไฟ

แม้ยังไม่มีความชัดเจนว่า กลุ่มชายชุดขาวเหล่านี้เป็นใคร หรืออะไรเป็นแรงจูงใจให้โจมตีประชาชน แต่ในขณะนี้ตำรวจยังไม่มีการจับกุมกลุ่มชายชุดขาวดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าตรวจสอบแล้วไม่พบอาวุธใดๆ และไม่แน่ใจว่าใครคือผู้ลงมือก่อเหตุบ้าง

“แค่เขาสวมชุดสีขาว มันไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีส่วนร่วมในการปะทะ เราจึงไม่สามารถจับกุมพวกเขาได้ เพียงเพราะเสื้อผ้าของพวกเขา เราต้องยุติธรรมกับทุกฝ่าย”

“พวกเขาคือฮีโร่?”

นอกจากภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นข้างต้น สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือภาพของ จูเนียส โฮ (Junius Ho) นักกฎหมายในกรุงปักกิ่งกำลังจับมือกับชายชุดสีขาว (อาจเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุ) โดยภาพของทั้งคู่ปรากฏขึ้นในตอนเย็นวันอาทิตย์ที่เกิดเหตุ โดยที่นักกฎหมายที่สนับสนุนจีนต่างยกย่องพวกเขาในฐานะวีรบุรุษ

ต่อมา จูเนียส โฮ นักร่างกฎหมายที่ถูกอัดคลิปขณะเดินเข้าไปจับมือกับกลุ่มคนชุดขาวได้แถลงต่อนักข่าวว่าเขาไม่มีส่วนร่วมกับการโจมตี “การปรากฏตัวของผมในเมืองเป็นเรื่องปกติเพราะคะแนนเสียงของผมส่วนมากมาจากประชาชนในเขตเหยินหลง ผมไม่ได้มีส่วนร่วมในการวางแผนหรือส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นในเหตุการณ์เมื่อคืน”

มีรายงานว่า นอกจากภายในสถานีรถไฟใต้ดินแล้ว กลุ่มคนชุดขาวรุมทำร้ายประชาชนตามท้องถนนเช่นกัน มีผู้ถ่ายคลิปกลุ่มคนชุดขาวเดินเคียงข้างเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นมิตร ไม่มีรายงานว่าตำรวจจับกุมกลุ่มคนชุดขาวแต่อย่างใด

The Guardian รายงานว่ามีการตั้งข้อสงสัยว่ากลุ่มคนชุดขาวเป็นกลุ่มที่ถูกจ้างมา เพราะการประท้วงในฮ่องกงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2014 มีกลุ่มผู้ประท้วงเชื่อว่ามีการว่าจ้างกลุ่มคนมาจากประเทศจีน เพื่อข่มขู่และทำร้ายผู้ประท้วงในลักษณะคล้ายกับกรณีกลุ่มคนชุดขาว

โดยทางตำรวจให้เหตุผลว่า ไม่เข้าจับกุมกลุ่มคนชุดขาวเนื่องจากไม่พบเห็นอาวุธและ “ไม่สามารถระบุได้ว่าใครคือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง”

การเมืองสองมิติและการปะทะกันระหว่าง 2 เจเนอเรชั่น

“ความรุนแรงเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ เราทุกคนกำลังเป็นทุกข์กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านของเรา พวกเราทุกคนควรจะยืนหยัดและสนับสนุนตำรวจฮ่องกงเพื่อสังคมที่สงบสุขและบ้านเมืองที่มีขื่อมีแปตลอดไป” ซอล ปุย (Tsol Pui) ทหารผ่านศึกวัย 85 ปี ชาวฮ่องกงกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์

ฝูงเรือประมงราว 12 ลำ บริเวณอ่าววิคตอเรียที่อยู่ใกล้ๆ กับสถานที่ชุมนุมได้ติดป้ายแบนเนอร์ไว้ข้างลำเรือ มีข้อความว่า “เลิกต่อสู้กันเสียที มาร่วมกันเพื่อฮ่องกงเถอะ” และ “แด่ฮ่องกงที่รัก พวกเราลงเรือลำเดียวกัน”

นี่เป็นตัวอย่างบางส่วนของร่องรอยทางความคิดของกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มที่สวมใส่เสื้อผ้าสีขาว ประกอบด้วยคนวัยกลางคนและคนสูงอายุเป็นหลัก พวกเขาลุกขึ้นมาประท้วงการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมหลักที่ต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยมีหลักใหญ่ใจความคือ ต้องการความสงบและยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นแรมเดือน

กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่บริเวณสวนสาธารณะ Tamar แม้ว่าฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ มีพายุและฝนกระหน่ำเป็นระยะ แต่ผู้ชุมนุมกลุ่มนี้ยังคงยืนหยัดรวมตัวกัน บางส่วนโบกธงชาติจีน และร้องตะโกนว่า “ฮ่องกง สู้ๆ” (Hong Kong Cheer Up) และ “ตำรวจสู้ๆ” (Support Hong Kong Police)

กลุ่มผู้ชุมนุมที่สวมเสื้อขาวกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มผู้สนับสนุนตำรวจ ปรากฏตัวภายใต้นาม ‘Safeguard Hong Kong’ หรือ ‘เซฟการ์ด’ เดินขบวนเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมเคารพรัฐบาลฮ่องกง พวกเขารวมตัวกันด้วยจำนวนเรือนแสนข้างๆ กับสำนักงานใหญ่รัฐบาลฮ่องกง เพื่อแสดงความเป็นปึกแผ่นในการสนับสนุนตำรวจ

ผู้ชุมนุมฝั่งสนับสนุนตำรวจมีจำนวนจากที่ประเมินราว 316,000 คน โดยตำรวจประเมินว่ามีผู้ชุมนุมราว 103,000 คน ซึ่งการชุมนุมในครั้งนี้คล้ายกับการชุมนุมที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ในครั้งนั้นมีผู้ร่วมชุมนุมราว 165,000 คน ตำรวจก็มีรายงานประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 53,000 คน

ลำดับเวลาม็อบต้านม็อบ

22.22 – 23.25 น. ตำรวจยิงกระสุนยางจำนวน 36 นัดเข้าใส่ผู้ประท้วงร่างกฎหมายฯ ที่ชุมนุมยืดเยื้อ โดยที่ทางตำรวจไม่ได้เตือนล่วงหน้า มีรายงานว่าผู้ประท้วงจำนวนมากถูกยิงเข้าที่ศีรษะ

22.30 น. การโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้น โดยชายคนหนึ่งถูกรุมทำร้ายโดยคนชุดขาว 5 คนนอกสถานีรถไฟใต้ดิน

22.45 น. กลุ่มคนชุดขาวเข้าโจมตีทั้งผู้โดยสารและนักข่าวในสถานีรถไฟใต้ดิน Yuen Long

23.01 น. มีนักข่าวถ่ายทอดสดเหตุการณ์ลงในโซเชียลมีเดีย กลุ่มชุดขาวโจมตีผู้โดยสารในสถานีและเข้ารุมทำร้ายนักข่าวไปด้วย ในคลิปเห็นว่ากลุ่มคนชุดขาวใช้ตั้งแต่มือเปล่า ร่ม ไม้ไผ่ แท่งเหล็ก ในการโจมตีผู้โดยสาร วิดีโอดังกล่าวมียอดคนดูสดเกือบ 70,000 คน

23.07 น. กลุ่มคนชุดขาวบุกเข้าไปถึงรถไฟที่จอดรับผู้โดยสารภายในสถานี ผู้โดยสารในรถไฟถูกทำร้ายถึงแม้ว่าจะคุกเข่าขอร้องกลุ่มคนชุดขาว

23.11 น. ทางสถานีประกาศให้รถไฟทุกขบวนห้ามหยุดที่สถานี Yuen Long เนื่องจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

23.14 น. มีประชาชนโทรไปแจ้งตำรวจแต่พบว่าเบอร์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินไม่ทำงาน

23.45 น. มีประชาชนอัดคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 คนเดินออกจากที่เกิดเหตุโดยไม่จับกุมกลุ่มคนชุดขาว

23.57 น. สถานีตำรวจที่ Yuen Long ปิดทำการ

00.29 น. พบเห็นนักร่างกฎหมายผู้สนับสนุนรัฐบาลเดินจับมือทักทายกับกลุ่มคนชุดขาว

00.50 น. นักข่าวส่วนใหญ่ที่ทำข่าวในบริเวณนั้นออกจากพื้นที่ความรุนแรง

01.10 น. ความรุนแรงยังคงดำเนินต่อไป มีผู้พบเห็นหญิงตั้งครรภ์ถูกทำร้ายสลบบนพื้นสถานี

 

อ้างอิงข้อมูลจาก:

https://www.scmp.com/

https://www.reuters.com/

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY

Illustrator

บัว คำดี
จากนักเรียนสายหนังผันตัวมาทำกราฟิกดีไซน์และงานโมชั่น แม่นยำเรื่องจังหวะเวลาแม้กระทั่งการเคี้ยวข้าวทีละคำด้วยความเร็วสม่ำเสมอจนหมดเวลาพักเที่ยง ฝากลายเส้นไว้ในชิ้นงานแนวรักเด็ก รักโลก ละมุนละไม แต่อีกด้านที่ทำให้กองบรรณาธิการต่างเกรงกลัวไม่กล้าแบทเทิลด้วย คือความเอาจริงเอาจังกับตารางเวลา ตรงไปตรงมา ลงจังหวะเน้นเป๊ะตามบาร์แบบชาวฮิพฮอพ