Escape: ภาพยนตร์ทรานส์เจนเดอร์ โดยนักเรียนมัธยมจีน

Zhang Yuge นักแสดงคนหนึ่งของเรื่อง เล่นเป็นทรานส์เจนเดอร์ หญิงที่รู้สึกท่วมท้มในความเป็นผู้หญิงของตัวเองมากขึ้นทุกวันๆ

 

Escape ภาพยนตร์สั้นจำนวนสี่เรื่อง ความยาว 75 นาที ผลิตโดยทีมกำกับ 37 คนจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเหริ่นเหมิน (Renmin University of China) เล่าชีวิตของ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ หรือ บุคคลข้ามเพศ ของเด็กมัธยมปลายในกรุงปักกิ่ง ที่ทั้งถ่ายทอด ท้าทาย และเล่าปัญหาความกดดันและอคติของสังคมต่อความหลากหลายทางเพศในประเทศจีน

ภาพยนตร์จากนักเรียนมัธยมเรื่องนี้กำลังได้รับทั้งคำนิยมจากสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ เพราะกล้าหยิบประเด็นเรื่องเพศ ที่ใครๆ ทราบดีว่าเปราะบางแค่ไหนในสังคมจีน หลักฐานคือยอดขายในโลกออนไลน์ที่ไต่อันดับขึ้นไปเรื่อยๆ ขณะที่ภาครัฐและโรงเรียนสั่งห้ามเผยแพร่ภาพยนตร์เรื่องนี้ในเทศกาลฉายหนังประจำปีของโรงเรียน ด้วยคำอธิบายว่ามัน ‘เซนซิทีฟ’ เกินไป และมีฉากไม่เหมาะสม เช่น ฉากเลิฟซีนในเครื่องแบบนักเรียน

ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า ตอนนี้หรือเมื่อไร เราต่างต้องเผชิญกับความรู้สึกเป็นคนนอก เฉพาะแค่การเป็นผู้กำกับหญิง (ในประเทศจีน) ก็เท่ากับเป็นพลเมืองชั้นสองในสังคมแล้ว

“ขอบคุณการศึกษาสมัยใหม่ที่ทำให้เราเข้าถึงและเข้าใจการเป็น LGBTQ มากขึ้น แต่น่าเสียดายที่คนส่วนมาก (ในประเทศจีน) ที่ยังไม่เข้าใจว่าความหลากหลายของคนหลายๆ กลุ่มมีอยู่ มากไปกว่านั้น เรายังต่อสู้ต่อต้านกัน”

Hu Ranran ผู้กำกับหญิงอายุ 18 ปี ให้สัมภาษณ์กับ Beijing Youth Daily บทสัมภาษณ์อีกชิ้นของเธอที่ตีพิมพ์ใน The New York Times กล่าวถึงความปรารถนาและแรงบันดาลใจของเธอในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า เธอต้องการสื่อสารกับกลุ่มทรานส์เจนเดอร์ และกลุ่มคนน้อยในสังคม

Hu Ranran ผู้กำกับภาพยนตร์ ภาพ: ครอบครัว Hu

แม้กฎหมายประเทศจีนจะรับรองและอนุญาตให้ประชาชนที่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปที่ศัลยกรรมผ่าตัดแปลงเพศแล้ว เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อของพวกเขาในบัตรประชาชนได้ แต่ในทางปฏิบัติ ประเทศจีน (เช่นเดียวกันกับหลายๆ ประเทศ) ยังไม่ได้ให้การยอมรับและเข้าใจความหลากหลายของผู้คนอยู่ เช่น นโยบายควบคุมสื่อ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา องค์กรควบคุมกำกับวิทยุโทรทัศน์ประเทศจีน (China Netcasting Services Association) ห้ามสื่อออนไลน์เผยแพร่คลิปหรือภาพยนตร์ที่มีเนื้อหา ‘ความสัมพันธ์ที่ผิดปกติ’ (abnormal sex relations or acts) และแม้จะไม่มีคำว่า ‘transgender’ และแม้ประเทศจีนจะถอดคำว่า ‘homosexuality’ ออกจากรายชื่อโรคทางจิตเวชในปี 2001 แต่คำนี้ได้ปรากฏอีกครั้งในกฎหมายควบคุมสื่อฉบับนี้ด้วย

“ในเรื่อง เราแสดงมันด้วยความรู้สึกจริงๆ ที่เคยเผชิญมา

“ในฉากที่ต้องตะโกนว่า ‘Let me out!’ เราหยุดร้องไห้ไม่ได้ เพราะนั่นคือทั้งชีวิตที่เราเผชิญมา”

Zhang Yuge นักแสดงของเรื่องกล่าวและว่า คาแรคเตอร์ของภาพยนตร์นี้ราวกับคือชีวิตจริงของเขา คือ ผู้ชายที่พบว่าได้ตกหลุมรักกับผู้ชายอีกคน

“ตอนที่เรารู้ว่าต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิง เราลังเล เรากลัวว่าแม่จะได้เห็นมัน” และเขาก็คาดการณ์ถูก วันที่แม่ของ Zhang ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอกล่าวว่าทรานส์เจนเดอร์ หรือคนที่รักคนเพศเดียวกัน เป็นผู้มีอาการทางจิตที่อ่อนไหวเรรวน

Hu เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจงานด้านภาพยนตร์ เพราะภาพยนตร์สารคดีที่ชื่อ Gender In, Bias Out จึงสนใจประเด็นความหลากหลายทางเพศ และผนวกรวมความตั้งใจจะสร้างหนังไปพร้อมๆ กัน และในขั้นตอนการเตรียมบทภาพยนตร์ เธอเล่าว่าเธอต้องสัมภาษณ์ทรานส์เจนเดอร์จำนวนหนึ่ง และลงเรียนเรื่องนี้จริงๆ ที่ศูนย์การเรียนรู้บุคคลข้ามเพศกว่างโจว (Guangzhou Transgender Center) เพื่อให้เข้าใจข้อถกเถียงและชีวิตของพวกเขา

ปัจจุบัน Hu เรียนจบจากโรงเรียนมัธยมปลายแล้ว และกำลังจะไปเรียนต่อที่คณะฟิสิกส์ เธอจะเลือกวิชาภาพยนตร์เป็นวิชาโท ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย โดยเหตุผลที่เธอเลือกฟิสิกส์เป็นวิชาหลักก็ด้วยเหตุผลว่า

“ฉันอยากจะให้ความสำคัญกับวิชาการพื้นฐานเพื่อเป็นฐานทางความคิด โดยเฉพาะวิชาฟิสิกส์ แล้วค่อยเลือกวิชาภาพยนตร์เป็นวิชาที่สอง เพราะฉันเชื่อว่าภาพยนตร์ที่ดี ไม่ได้มาจากเรื่องเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของตัวประเด็นด้วย”

Hu กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเธอจบการศึกษาแล้ว เธอจะกลับมาที่ประเทศจีนเพื่อพัฒนาวงการภาพยนตร์ และอยากจะสื่อสารเรื่องทัศนคติเรื่องความหลากหลายทางของผู้คนในกลุ่มต่างๆ ด้วย


อ้างอิงข้อมูลจาก: nytimes.com
people.cn

ณิชากร ศรีเพชรดี

ถูกวางตำแหน่งให้เป็นตัวจี๊ดในกองบรรณาธิการตั้งแต่วันแรก ด้วยคุณสมบัติกระตือรือร้น กระหายใคร่รู้ พร้อมพาตัวเองไปสู่ขอบเขตพรมแดนความรู้ใหม่ๆ นิยมเรียกแทนตัวเองว่า ‘เจ้าหญิง’ แต่ไม่ค่อยมีใครเรียกด้วย เนื่องจากส่วนใหญ่มองว่าเธอไม่ใช่เจ้าหญิงแต่เป็นนักเขียนและนักสื่อสารที่มีอนาคต

ณิชากร ศรีเพชรดีEscape: ภาพยนตร์ทรานส์เจนเดอร์ โดยนักเรียนมัธยมจีน

Related Posts

ตัวละคร LGBTQ ที่หายไปจากซีรีส์ดัง

สองข่าวต่างกรรมต่างวาระ แต่พออ่านประกบคู่กันแล้วเห็นความเคลื่อนไหวของวงการภาพยนตร์และวงการบันเทิง ต่อการ ‘มีตัวตน’ ของความหลากหลายทางเพศได้อย่างเห็นภาพ

เพื่อนสนิทสมัยเด็กดีต่อใจอย่างไร

เมื่อมิตรภาพเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคุณอยู่ดีมีสุข งานวิจัยชิ้นหนึ่งชี้ให้เห็นว่า การมีเพื่อนสนิทวัยเด็กที่มีคุณภาพช่วยให้คุณมีสุขภาพทางจิตที่ดีกว่าเมื่อคุณโตเป็นผู้ใหญ่ ตรงกันข้ามกับอีกกลุ่มที่พยายามเป็นทั้งที่ชื่นชอบของใครหลายๆ เมื่อโตจะมีความเสี่ยงเป็นโรคกังวลต่อการเข้าสังคม

ถ้าอายุยังไม่ถึง 68 อย่ามาบอกว่า ‘แก่’

ภาพเหมารวมเกี่ยวกับ 'ความแก่' มีอยู่มากมาย เพื่อทำลายมายาคติดังกล่าว คือการกลับมาสำรวจว่า 'ความรู้สึกแก่' กับ 'การอายุมาก' ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และอายุเท่าไหร่ถึงควรบอกตัวเองว่า 'ฉันแก่'