‘Fire in the Blood’

FireInTheBlood01 

ภาพ: facebook.com/fireintheblood

 

สารคดีได้รับเลือกเข้าฉายในเทศกาลซันแดนซ์ ปี 2013 ว่าด้วยการเข้าถึงยาต้านไวรัส HIV/AIDS ในประเทศยากจน ทั้งแถบแอฟริกาและเอเชีย เปิดโปงการกระทำของอุตสาหกรรมและบรรษัทยายักษ์ใหญ่ที่เห็นผลกำไรสำคัญกว่าชีวิตผู้คน พร้อมๆ กับการต่อสู้ของหมอที่คลุกคลีกับผู้ป่วย HIV เจ้าของบริษัทยาชื่อสามัญชาวอินเดีย นักข่าว นักคิด และนักรณรงค์ อดีตผู้นำอย่าง เนลสัน แมนเดลา และบิล คลินตัน กับความพยายามจะทำให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงยาได้อย่างเท่าเทียมกัน

สภาพที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1996 เมื่อมี ยาต้นแบบ1ผูกขาดอยู่ในตลาดยาจากไม่กี่บริษัท ก็ไม่ต่างจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ผู้ที่มีสตางค์จ่ายเท่านั้น จึงจะได้สิทธิ์มีชีวิตอยู่ต่อ แม้แต่ในเมืองไทยสมัยนั้น ยังมีการจับฉลากผู้ป่วยเพื่อเข้ารับยาต้านไวรัส ประมาณการณ์กันว่า มีผู้ป่วยในแอฟริกาและทั่วโลกต้องเสียชีวิตเพราะเข้าไม่ถึงยาในปี 1996 ปีเดียวกว่า 2 ล้านราย

mandelaจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก เกิดขึ้นเมื่อบริษัท ยาชื่อสามัญ2 ในอินเดียอย่าง Cipla โดย ยูซุฟ ฮามีด สามารถผลิตยาต้านไวรัสสำเร็จ นั่นก็ไม่ต่างจากการเปิดเผยต้นทุนที่แท้จริงของยาต้านไวรัสให้ทั่วโลกได้รู้

ยาชื่อสามัญดังกล่าว สามารถลดค่าใช้จ่ายเฉพาะยาของผู้ป่วยที่ 645,000 เหรียญสหรัฐต่อปี เหลือ 16,000 เหรียญสหรัฐต่อปี นี่คือกรณีชัดเจนที่การปกป้องลิขสิทธิ์ส่งผลร้ายแรงต่อคนนับสิบล้านทั่วโลก

ส่วนเรื่องที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า สาเหตุที่ยามีราคาแพง เพราะบริษัทต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนายาเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี ขณะที่มีการเปิดเผยสถิติว่า ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาคิดเป็นร้อยละ 1.3 ของรายได้จากการจำหน่ายยาเท่านั้น

นอกจากการร้อยเรียงบทสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องและฟุตเตจข่าวแล้ว หนังยังให้ภาพเลือดเนื้อจริงๆ ของผู้ติดเชื้อที่ได้รับยาต้านไวรัสแล้วเหมือนเกิดใหม่ จากคนป่วยไม่มีแรงแม้จะลุกจากเตียงเอง หลังได้รับยาและรักษาตัว ก็สามารถออกมาแข่งจักรยาน ชนะรางวัลเพาะกาย หรือแม้แต่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อเกินจากที่หมอเคยวินิจฉัยไปเมื่อยังไม่ได้รับยา

หมายเหตุ

1. ยาต้นแบบ (Original Drug) เป็นยาที่คิดค้นวิจัย และวางจำหน่ายในตลาดเป็นเจ้าแรก มีการจดสิทธิบัตร ครองความเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวในระยะเวลาที่กำหนด

2. ยาชื่อสามัญ (Generic Drug) หลังจากสิทธิบัตรหมดอายุ บริษัทยารายย่อยจะสามารถผลิตยาตัวเดียวกันนี้ออกมาได้ ซึ่งส่วนใหญ่มีราคาย่อมเยากว่ามาก

 

สนับสนุนโดย

อภิรดา มีเดช‘Fire in the Blood’

Related Posts

เมื่อ ม.44 ปล่อยผีสิทธิบัตรยา

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อรัฐบาลคสช. เตรียมใช้มาตรา 44 ปล่อยผีสิทธิบัตร 12,000 ฉบับ ซึ่งกว่า 3,000 ฉบับเป็นสิทธิบัตรเกี่ยวกับยา และ 84 เปอร์เซ็นต์ เป็นคำขอสิทธิบัตรแบบไม่มีวันสิ้นสุด (evergreening patent)

ความบรรลัย 5 ประการ เมื่อ ม.44 ปล่อยผีสิทธิบัตร

ผลการประชุมร่วมระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีมติเห็นชอบให้ใช้มาตรา 44 (อีกแล้ว) ปล่อยผีการยื่นขอรับสิทธิบัตรกว่า 12,000 ราย ที่ค้างเติ่งยาวนาน 10-20 ปี ให้แล้วเสร็จภายในเวลาสามเดือน-พิจารณากันง่ายดายอย่างนั้นเชียว?

กระท่อมโกเจแปน

จากกรณีนักวิจัยญี่ปุ่นยื่นขอจดสิทธิบัตรกระท่อมในการสกัดอนุพันธุ์ Mitragynine ที่ได้จากใบพืช สู่คำถามที่ว่า เพราะเหตุใด ใบกระท่อมที่อยู่หลังบ้านเรา -กลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้- ในฐานะประเทศเจ้าของทรัพยากรชีวภาพ จึงไม่ถูกหยิบมาเป็นวัตถุวิจัย สิ่งที่เราควรจะจับตามองคืออะไร