นิมิตร์ เทียนอุดม: บำนาญแห่งชาติ บนระนาบที่ทุกคนเท่ากัน - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

นิมิตร์ เทียนอุดม: บำนาญแห่งชาติ บนระนาบที่ทุกคนเท่ากัน

ตุลาคม 2561 มีรายงานจาก CS Global Wealth Report 2018 ระบุออกมาว่า ไทยแซงหน้าหลายๆ ชาติขึ้นแท่นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเป็นอันดับหนึ่ง

ต่อเนื่องตลอดปลายปี 2561 หลังมีกระแสว่าการเลือกตั้งกำลังจะเกิดขึ้นแน่นอนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหมือนการ ‘ซื้อเสียง’ หรือไม่ รัฐบาล คสช. ก็จัดการทุ่มเงินแสนล้านโดยจุดประสงค์เพื่อขจัดความยากจน ทั้งในรูปแบบสวัสดิการแห่งรัฐ กระทั่งกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ฯลฯ

แต่วิธีโปรยเงินแบบนี้มีประสิทธิภาพแค่ไหน มองย้อนไปถึงความเหลื่อมล้ำ วิธีช่วยเหลือแบบสงเคราะห์ช่วยสมานช่องว่างทางเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่

ความยากจนกับความเหลื่อมล้ำเป็นของคู่กัน ปัจจัยหลายประการที่เบียดขับให้คนจำนวนมากตกหล่นอยู่ใต้เส้นความยากจน เช้าหาไม่ได้ ค่ำไม่ได้กิน มีเสียงกล่าวรวบรัดว่า คนเหล่านี้กำลังจมน้ำ รัฐจึงต้องมีมาตรการบางอย่างเพื่อเป็นห่วงยางให้พวกเขาลอยคอลืมตาอ้าปากหายใจได้

ภาพหนึ่งที่ถูกยกมาอธิบายความเหลื่อมล้ำ ประชาชนสามคนมีความสูงแตกต่าง พร้อมลังหลายใบ ต้องใช้วิธีการวางแบบไหนจึงจะให้ทุกคนมองข้ามรั้วไม้ได้อย่างเท่าเทียม

แนวคิด ‘ลัง’ แบบนี้คือสิ่งที่ นิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทนเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ ในฐานะผู้ขับเคลื่อนจากภาคประชาชนเรียกว่า ‘การต่อขา’ ซึ่งไม่ว่าจะจัดเรียงรูปแบบไหน มิติความเท่าเทียมก็ยังมีช่องโหว่ให้เกิดข้อถกเถียง เพราะการต่อขาที่ว่า อาจหมายถึงการทุ่มงบประมาณลงไปไม่มีที่สิ้นสุด

ถ้าเห็นภาพแล้วคุ้น แนวคิดช่วยคนจมน้ำของรัฐบาล คสช. คงอยู่ในข่ายวาทกรรมการสงเคราะห์ด้วยการต่อขาเช่นกัน

จากการศึกษาและขับเคลื่อน นิมิตร์ เทียนอุดม บอกว่าเรากำลังติดกับดัก ‘การต่อขา’ ซึ่งเป็นแนวคิดที่รัฐหรือผู้ปกครองสร้างกรอบคิดไว้ เมื่อโจทย์ของภาพแสดงความเหลื่อมล้ำทั้งสองคือการให้ทุกคน ‘มองข้ามรั้วอย่างเท่าเทียม’ วิธีการที่จะนำไปสู่เป้าหมายมากกว่าการป่ายปีนคือ ‘การรื้อรั้ว’ โดยใช้แนวคิด ‘รัฐสวัสดิการ’ ที่จะทำให้ทุกคนอยู่ในระนาบพื้นดินอย่างถ้วนหน้า

และถ้าจะหาเครื่องมือสักอย่างมาใช้เป็นค้อนเพื่อถอนตะปูรั้วแห่งความเหลื่อมล้ำ สิ่งนั้นคือ การประกันรายได้ หรือเรียกให้ง่ายคือ ‘บำนาญถ้วนหน้า’

เวลามีคนพูดถึงความไม่เท่าเทียม เหลื่อมล้ำ มักมีคนยกรูปนี้ขึ้นมาเปรียบเทียบว่าวิธีไหนให้ผลบวกต่อคนมากกว่ากัน สามารถอธิบายวิธีคิดนี้อย่างไร

เวลาพูดเรื่องความเท่าเทียม ความเสมอภาค คนมักชอบพูดเสมอว่า แต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน เลยแก้โดยใช้วิธีต่อขาเอา

แต่ในมุมของผมที่ทำงานเรื่องความถ้วนหน้า กลับมองว่าเราต้องไม่ตกอยู่ภายใต้วาทกรรมหรือวิธีคิดที่เขากำหนดมา เราคิดว่าความเท่าเทียมมองได้มุมเดียวคือการเอากล่องไปต่อขา แต่ทำไมเราไม่เลือกรื้อรั้ว ถ้าคุณรื้อออกไปมันก็ไม่ต้องมีใครต้องต่อขาให้ใคร ฉะนั้นแปลว่ายังมีกฎกติกา วิธีคิด หรืออะไรบางอย่าง ที่ไปกดทับทำให้คนไม่เท่ากันอยู่ แล้วพอคนมาเรียกร้องความเท่าเทียม ก็จะถามหาแต่การต่อขา ต่อกล่อง คนที่ตัวเตี้ยสุดเป็นคนยากคนจน ก็ให้มาก ต่อขาให้เขาสูงขึ้น แต่ไม่ได้ปล่อยให้สังคมเปิดกว้างและมองเห็นว่า ตอนนี้มันมีรั้วขวางอยู่ ผมคิดว่าเราต้องมองภาพใหม่ ต้องไม่ตกอยู่ภายใต้วิธีคิดที่ชนชั้นมีอำนาจตีกรอบไว้ให้เรา

สองรูปนี้ไม่ได้มีรูปไหนดีกว่ากัน เพราะความคิดเห็นผมคือการ ‘รื้อรั้ว’ เพียงอย่างเดียว ถ้าคุณเอารั้วออกไป เอาโครงสร้างที่มันกดทับความไม่เท่าเทียมออกไป คุณก็ไม่ต้องไปพูดว่าใครจะต่อขาใคร ทุกคนมีโอกาสได้รับความเสมอภาคและเท่าเทียม มีคำว่า ‘ถ้วนหน้า’ ไม่ว่าคุณอยู่ตรงไหน คุณจะสูงหรือจะเตี้ย ก็มีโอกาสเข้าถึงสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกันหมด

ตอนนี้สิ่งสำคัญสุดคือ ต้องคิดก่อนว่าเราต้องเอารั้วออก ไม่ใช่ให้มาคิดว่าจะไปเอากล่องที่ไหนมาต่อขาคน ถ้าเกิดคิดว่าจะเอากล่องมาต่อขาคน ก็เหมือนกับ