14 คำถามความรัก กับ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

14 คำถามความรัก กับ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

เรื่อง: ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ / ภาพ: วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์


พื้นฐานสำคัญของครอบครัวคือ ความรัก

หลายครั้ง ‘ความรัก’ ก่อปัญหาให้ครอบครัวจนเราลืมไปแล้วว่าความรักคืออะไร

เราจึงอยากชวนคุณหันกลับมาสำรวจความรักใกล้ตัว ด้วย “14 คำถามความรัก กับนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์” คอลัมนิสต์และจิตแพทย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

หลายคนติดตามและติดใจการตอบปัญหาครอบครัวผ่านเฟซบุ๊คของคุณหมอที่ไม่ได้มาแบบโอบหลัง โอบไหล่ ให้กำลังใจอย่างไร้จุดหมาย แต่จง ‘ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย’ ไม่ต้องหวังพึ่งใครและเอาตัวเองให้รอดก่อน

ความรักก็เช่นกัน…

 

หมวด 1 ความรักภาคทฤษฎี

1. ในสถานะพ่อ ความรักของคุณหมอที่มีต่อลูก สร้างปัญหา ช่วยแก้ปัญหา อย่างไร และจริงๆ แล้วความรักของพ่อ ควรเป็นอย่างไร

ความรักของพ่อที่มีต่อลูกไม่เห็นจะสร้างปัญหาอะไรนี่ครับ ความเป็นพ่อ แม้กระทั่งความเป็นแม่ เป็นสังคมที่กำหนดและสถาปนา รวมทั้งให้คุณค่า มิใช่เรื่องทางธรรมชาติหรือชีววิทยาล้วนๆ ดังนั้น พ่อคนหนึ่งสามารถรักลูกได้เท่าๆ กับแม่อยู่แล้ว ตอนลูกเล็กเล่นด้วยเต็มที่ ตอนลูกโตคุยกันอย่างเพื่อน ให้เกียรติและเคารพความเป็นคนของลูก ฟังเขาให้มาก ฟังอย่างตั้งใจ คุยกัน ปรึกษากัน

2. ในสถานะสามี ความรักที่มีต่อภรรยา สร้างปัญหา ช่วยแก้ปัญหา อย่างไร และจริงๆ แล้วความรักของสามี ควรเป็นอย่างไร

พ่อถูกสถาปนาเป็นช้างเท้าหลังเสียมาก แล้วก็หลงเชื่อตามนั้น ทั้งที่พ่อสามารถช่วยแม่ได้เยอะมาก ตั้งแต่ช่วยโดยตรงคือ ชงนมและอุ้มป้อน ช่วยอาบน้ำลูก ช่วยแต่งตัวลูก ช่วยพาไปเที่ยว ให้แม่ได้พักบ้าง ไปทำผมบ้าง ไปเมาท์บ้าง ไปจนถึงช่วยเรื่องเงิน พ่อบ้านที่ชาญฉลาดจะวางเงินให้แม่มากพอ มีสร้อยคอทองคำมาให้ตามกำลังเงินและโอกาส ใส่ใจครีมประทินผิวให้แม่ เพื่อให้แม่สาวและสวยตลอดไป ฯลฯ สรุปว่าพ่อทำได้ทุกอย่าง ดีๆ ทั้งนั้น ดีมากคือถือถุงชอปปิ้งพะรุงพะรังเดินตามเหมือนตอนจีบกัน

3. ในฐานะลูก ความรักของลูกที่มีต่อพ่อแม่ สร้างปัญหา ช่วยแก้ปัญหา อย่างไร และจริงๆ แล้วความรักของลูกที่มีต่อพ่อแม่ควรเป็นอย่างไร

ลูกควรเป็นตัวของตัวเองให้พ่อแม่เห็น แสดงให้พ่อแม่เห็นว่าเราดูแลตัวเองได้จริงๆ รับผิดชอบร่างกายตัวเอง รับผิดชอบหน้าที่ตัวเองได้ หากเราทำได้ พ่อแม่ที่สติดีพอควรจะให้เกียรติเรา และไม่ยุ่งกับเรามากนัก สมมุติโชคไม่ดี ได้พ่อแม่ที่ไม่ปล่อยวาง ก็อย่าไปถือสาท่านมาก ถือสาไปเราก็เครียดฟรีๆ เพราะทำอะไรไปก็ไม่ปลื้มอยู่แล้ว เราก็รับผิดชอบตัวเองให้ดี เพราะยังงัยชีวิตก็ของเรา ไม่ใช่ของพ่อแม่ พ่อแม่ตายก่อนเราค่อนข้างแน่อยู่แล้ว เรายังต้องไปอีกไกล


หมวด 2 ความรักภาคปฏิบัติ

4. ในทุกความรัก โดยเฉพาะชายหญิง เมื่อหมดรัก ความรักจืดจาง การพยายามกลับไปเริ่มต้นใหม่เป็นวิธีที่ถูกหรือเปล่า หรือสามารถเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์รูปแบบอื่นๆ ได้หรือไม่ ถ้ามีลูกควรอธิบายสิ่งนี้กับเขาอย่างไร

ความรักไม่ควรจืดจาง จืดจางเมื่อไรก็จะทุกข์มาก สามีภรรยามีปากเสียงกัน ทะเลาะกัน เป็นเรื่องธรรมดา อยู่ด้วยกันนานหลายปี จะไม่มีที่ทำให้อีกฝ่ายใกล้บ้านั่นก็แปลก แต่ถ้ายังรักกัน ยังงัยก็จะหายโกรธ เรื่องให้อภัยเป็นเรื่องที่ absurd หลายๆ ครั้งที่สามีภรรยาทะเลาะกันนั้น เราไม่รู้จริงๆ หรอกว่าใครที่หงุดหงิดก่อนคนแรก ส่วนใหญ่แล้วก็ร้อนมาทั้งคู่ เสมอกัน ไม่มีอะไรให้ให้อภัย รักเสียอย่าง เดี๋ยวก็หายโกรธ

ความรักไม่จืดจาง แต่เปลี่ยนโฟกัสได้ ความเป็นหนุ่มสาวและพลังล้นเหลือจะหมดไปแน่ๆ เรารักเขาที่ภายในได้ เป็นคนรักและเพื่อนที่จะฝากชีวิตได้ นี่คือคนที่เราจะหันหลังให้ได้โดยปลอดภัย ไม่เหมือนคนอื่นในสังคมที่ทำร้ายเราข้างหลังได้ แต่คนรักคนนี้คือเพื่อนแท้

ถ้าหมดรักแน่แล้ว ทะเลาะกันทุกวัน ก็เลิกได้ อย่าอ้างว่าไม่เลิกเพราะลูก กลัวลูกมีปัญหา จริงๆ ควรรีบเลิกก่อนลูกจะมีปัญหา บอกลูกตรงๆ สั้นๆ แล้วค่อยบอกยาวขึ้นตามอายุ ลูกจะมีปัญหาเมื่อไม่รู้ว่าต้องปรับตัวกับอะไร อย่ากลัวว่าลูกจะปรับตัวไม่ได้ ควรกลัวว่าลูกไม่รู้จะเผชิญหน้ากับอะไรเสียมากกว่า

5. ในฐานะพ่อแม่ ทำอย่างไรให้ความรักและความหวังดีไม่ทำร้ายลูก โดยเฉพาะเรื่องการเรียน และการวางแผนชีวิตต่างๆ

ในศตวรรษที่ 21 คือยุคไอที ตัวแปรที่กระทบชีวิตลูกจะมากมายเกินการควบคุมของเราหรือของใครอีก พ่อแม่ที่รู้ทันจะเป็นพ่อแม่ที่เรียกว่า authentic parents คือไม่กำหนดเป้าหมายให้ลูก แต่เลี้ยงลูกให้มีความสามารถกำหนดเป้าหมายเองและรู้จักมองอนาคต วางแผน ตัดสินใจ ลงมือทำ ยอมรับผิดรับชอบเรื่องที่เราทำลงไป มีความยืดหยุ่น แล้วปรับแผน ดังนั้นหากจะเลือกโรงเรียนให้ลูกตอนเล็กก็ควรเป็นโรงเรียนที่สามารถมอบความสามารถเหล่านี้ให้ลูก (ซึ่งไม่รู้จะมีกี่แห่งในบ้านเรา น่าจะน้อยมาก) มิเช่นนั้นเราก็มอบเอง ถ้าเราทำได้ดี เขาจะเลือกการศึกษาชั้นสูง อาชีพ และการใช้ชีวิตเอง อย่าไปยุ่ง


หมวด 3 ปัญหายอดฮิต

6. #เลี้ยงลูกให้ได้ดีของคุณหมอ‘ดี’ ที่ว่านั้นเป็นอย่างไร

ช่วยตัวเองได้ เอาตัวรอดได้ มีอนาคตที่ใช้ได้

7. ความรักมีจริงหรือเปล่า

มีดิ แล้วกัน ความรักเป็นส่วนขยายของ ego เวลาเรารักใครเราจะขยาย ego ตนเอง ลดพรมแดนของ ego ที่เรียกว่า ego boundary แล้วหลอมรวมจิตใจกับคนที่เรารัก

8. คนเราสามารถอยู่ได้โดยไม่มีความรักได้หรือไม่

หมายถึงกับคนอะนะ ได้ดิ สบายมาก แต่ควรมีความรักอย่างอื่น เช่น พระผู้เป็นเจ้า ธรรมชาติ สัตว์โลก

9. ปัญหาความรักอะไร ที่คุณหมอให้คำปรึกษาบ่อยที่สุด

เรื่องผัวมีเมียน้อย พบบ่อยที่สุด พบตลอดชีวิตการทำงาน พบแทบทุกวัน

10. ปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ลึกๆ แล้วเราอ้างถึงความรักได้หรือไม่

ไม่ได้ อ้างมั่วไปเรื่อย

11. เรามีวิธีแยกความแตกต่างระหว่างความรักกับความผูกพันอย่างไร แล้วความรักกับเซ็กส์มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ความรักเป็นต้นทาง เป็นต้นน้ำ ไม่มีความรักก็จบเห่ รักแล้วผูกพันก็จะตามมา และมีเซ็กส์ที่หมายถึงการหลอมรวมทางจิตวิญญาณตามมาด้วย (เซ็กส์เพราะหน้ามืดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

12. เหตุผลของการเลิกกัน ไม่ว่าจะคู่รักหรือสามีภรรยา ที่ชอบบอกว่า ความคิดไม่เหมือนกันหรือความคิดเห็นไม่ตรงกันหมายความว่าหมดรักใช่หรือไม่จึงหมดความอดทนที่จะประคับประคองกัน

ใช่ หมดรักแล้วก็จะอ้างได้สารพัด ตอนที่รักกัน จีบกัน เราก็หน้ามืดตามัว ความคิดตรงกันทุกที ทั้งที่จริงๆ แล้วความคิดก็ไม่ใช่จะได้เรื่องสักเท่าไร เราก็ยังว่าใช่ เธอคิดดีจังเลย ไปพรีเวดดิ้งกันบนยอดเขายามอาทิตย์ตกดินเถอะนะ ความรักเป็นของดีแน่ แต่ควรรู้ตัวว่ามันบดบังการใช้เหตุผลและตรรกะที่ดีไปด้วย

อย่างไรก็ตาม มนุษย์มีความสามารถมากกว่าชาววัลแคน (มนุษย์ต่างดาวกลุ่มแรกที่ติดต่อกับมนุษย์โลกในภาพยนตร์ Startrek) ก็เพราะความรักและอารมณ์นี่แหละ เราเป็นพวกมีความสามารถใช้อารมณ์ให้เกิดประโยชน์ได้ด้วย

13. คำว่าศีลเสมอกันในพุทธศาสนา ในความหมายของจิตแพทย์คืออะไร ความเหมือนกัน ทำให้ชีวิตคู่ยืนยาวจริงหรือไม่ แล้วคนต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันได้หรือเปล่า

ผมไม่เชี่ยวชาญศาสนาครับ รู้แต่ว่า ‘ความหลากหลายคือความแข็งแกร่ง’

14. อัตลักษณ์ทางเพศที่เลือนลางลงแบบในปัจจุบัน มีผลต่อการเลี้ยงดูลูกหรือไม่

หมายถึงอะไร หมายถึงเพศที่ 3 4 5 6 7 8 กล้าที่จะปรากฏตัวแล้ว? ไม่มีผลนี่ครับ หลักข้อหนึ่งของการเลี้ยงลูกคือ ‘รักเขาแบบที่เขาเป็น’ ดังนั้นเขาจะเป็นเกย์ ทอม ดี้ ชาย หญิง transsexual หรือกะเทย เขาจะเป็นเด็กพิเศษ สมาธิสั้น ปัญญาบกพร่อง แอลดี ออทิสติก พิการ เรารักเขาแบบที่เขาเป็น วันใดที่ลูกรับรู้ว่าพ่อแม่รักเขาแบบที่เขาเป็น เขาจะพุ่งไปข้างหน้าได้เสมอไม่ว่าจะเกิดมาเป็นตัวอะไรก็ตาม

 

author
ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ
หญิงแกร่งที่ทำงานทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านให้กับ WAY ถ้าเป็นนักฟุตบอลนี่คือผู้เล่นผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ในสายงานข่าว ทั้งคลุกคลี สัมภาษณ์ บันเทิง ไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้การเป็นคุณแม่ซึ่งมีลูกสาวย่างเข้าวัยรุ่นยังช่วยส่งเสริมให้สามารถปั่นงานด้านเด็กและเยาวชนอย่างเชี่ยวชาญ