โจนาธาน กรีนแบลตต์ / Jonathan Greenblatt

2016-11-22-greenblattภาพประกอบ: Shhhh

ก่อนชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ นำเสนอนโยบายต่อต้านชาวมุสลิมอย่างเปิดเผย รวมถึงเตรียมใช้มาตรการคัดกรองเพื่อระบุตัวตนชาวมุสลิมทุกคนในประเทศ โดยเฉพาะกับชาวมุสลิมที่เดินทางเข้ามาในสหรัฐ ที่ต้องผ่านการตรวจเข้มเป็นพิเศษ

นักสิทธิชาวยิว โจนาธาน กรีนแบลตต์ ผู้อำนวยการภาคีต่อต้านการเหยียดชาติพันธุ์ (Anti-Defamation League: ADL) กล่าวว่า หากรัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศให้ชาวมุสลิมทุกคนต้องลงทะเบียนเพื่อเก็บไว้ในฐานข้อมูลของรัฐ เขาจะไปร่วมลงทะเบียนในรายชื่อเหล่านั้นด้วย ด้วยเหตุผลที่ว่า เพราะการตีตราที่ไม่ต่างกับการบ่งบอกสัญลักษณ์ความเป็นยิวในยุคนาซีเยอรมัน ซึ่งเป็นความทรงจำที่เลวร้ายในประวัติศาสตร์โลก “ในฐานะชาวยิว เรารู้ว่ามันหมายความว่ายังไง กับการถูกบังคับให้ลงทะเบียน”

กรีนแบลตต์ เคยทำงานเป็นที่ปรึกษาพิเศษในรัฐบาล บารัก โอบามา ต่อต้านทีมงานซึ่งมาจากกลุ่มการเมืองและผู้นิยมฝ่ายขวาของ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะ สตีฟ แบนนอน และไม่ใช่ครั้งแรกที่ชุมชนชาวยิวในสหรัฐออกโรงมาเคลื่อนไหว นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เชื้อสายยิวหลายร้อยคน ได้ร่วมกันลงชื่อให้ชาวอเมริกันรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้การนำของรัฐบาลทรัมป์

“เราต้องยืนเคียงข้างพี่น้องชาวอเมริกัน ผู้อาจโดนแบ่งแยกด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ถิ่นที่มา สิ่งที่เขาเคารพหรือสิ่งที่เขาบูชา”

เรื่องนี้เป็นกระแส เมื่ออเมริกันชนหลายคนในโซเชียลมีเดียร่วมกันใช้แฮชแท็ก #IWillRegister เพื่อแสดงตนว่า แม้จะไม่ได้นับถืออิสลาม แต่พวกเขาจะไปร่วมลงทะเบียนอยู่ในรายชื่อเดียวกับมุสลิมด้วยเช่นกัน

แม้ในภายหลัง ทรัมป์จะมีทีท่าอ่อนลงกับนโยบายสุดโต่งหลายข้อ มีการออกมาปฏิเสธว่า พวกเขาจะไม่สร้างระบบลงทะเบียนโดยแบ่งแยกคนตามความเชื่อและศาสนา แต่ทีมงานทรัมป์ เช่น คริส โคแบค ที่คาดว่าจะได้รับตำแหน่งอัยการสูงสุด ก็ยังบอกว่า ทีมงานกำลังปรึกษาแผนลงทะเบียนฐานข้อมูลของผู้อพยพมุสลิมในสหรัฐ

ระบบลงทะเบียนนี้มีความคล้ายคลึงกับระบบ National Security Entry-Exit Registration System (NSEERS) ในปี 2002 ของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช หลังเหตการณ์ 9/11 เพื่อเก็บข้อมูลของประชาชนกว่า 93,000 คน ที่อยู่ในข่าย ‘อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ’ แต่การทำงานของ NSEERS ก็หยุดชะงักลงในสมัยโอบามา เมื่อปี 2011

ทาง FBI เปิดเผยข้อมูลอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (hate crimes) ในสหรัฐว่าเพิ่มขึ้นจากปี 2015 ถึง 6.8 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะชาวมุสลิมเพิ่มขึ้น 67 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผลมาจากนโยบายและท่าทีขวาสุดโต่งของทรัมป์ที่แพร่กระจายมาเป็นเวลานับปี


อ้างอิงข้อมูลจาก: breitbart.com
independent.co.uk
thehill.com

 

Editorial Staffโจนาธาน กรีนแบลตต์ / Jonathan Greenblatt

Related Posts

American Dream: คนดำผู้ยากจน คนขาวผู้ก้าวร้าว

เหตุรุนแรงที่ชาร์ล็อตส์วิลล์ ที่มีจุดเริ่มต้นจากสมัยสงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา เมื่อ 'การเหยียดสีผิวและเชื้อชาติ' ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกกดทับมาอย่างยาวนาน นี่คือบทสนทนาเชิงวิเคราะห์ สังเคราะห์ แบบเผ็ดๆ กับ ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชาร์ล็อตส์วิลล์: การกลับมาของลัทธิคนขาวสุดโต่ง

บทสรุปของความรุนแรงที่เพิ่งเริ่มต้นในเมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา การกลับมาของกลุ่มขวาสุดโต่ง ไม่ว่าจะเป็น White Supremacist, KKK และนีโอนาซิสม์ บนดินแดนแห่งความขัดแย้งตั้งแต่สงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา

คว่ำบาตรเกาหลีเหนือ: แล้วไง ใครแคร์

15 ประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ยืนยันเป็นเอกฉันท์ใช้ 'ข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2371' คว่ำบาตรเกาหลีเหนือ นี่คือเงื่อนไข เนื้อหา และท่าทีของนานาประเทศ ต่อมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดต่อเกาหลีเหนือ ณ เวลานี้