12 หลักฐานทำลายหลักประกันสุขภาพ

ภาพประกอบ: antizeptic

 

15 ปีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น ‘บัตร 30 บาท’ หรือ ‘บัตรทอง’ ระบบนี้ทำให้คนบนผืนแผ่นดินไทย 48 ล้านคนเศษสามารถเข้าถึงการรักษาและบริการทางการแพทย์ สร้างความถ้วนหน้าให้กับประเทศไทยเป็นครั้งแรก จากเดิมที่สิทธิเข้าถึงการรักษาแบบนี้รองรับเฉพาะข้าราชการ พ่อแม่ลูก และลูกจ้างในระบบประกันสังคม

ด้วยประสิทธิภาพของระบบการจัดการ ศักยภาพของหน่วยบริการสาธารณสุขที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยรัฐ ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชน ทำให้สามารถลดจำนวนครอบครัวคนไทยที่ต้องล้มละลายจากการรักษาพยาบาลจาก 2.36 เปอร์เซ็นต์ในปี 2550 เหลือเพียง 0.36 เปอร์เซ็นต์ในปี 2558 และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประเทศลดลง

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาปกครองประเทศของ คสช. ตลอดสามปีเศษ ยากจะปฏิเสธว่าเป็นช่วงเวลาที่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเผชิญการคุกคามหนักหน่วงที่สุด แม้จะถูกนำไปอ้างถึงในสุนทรพจน์ของท่านผู้นำในเวทีนานาชาติมากที่สุดก็ตาม

นี่คือหลักฐาน 12 ชิ้นที่มีนัยยะของการคุกคามหลักประกันสุขภาพและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยรัฐบาล คสช.

1. มีคำสั่งย้ายเลขาฯ สปสช. เพื่อตรวจสอบ แต่พอผลตรวจออก ไม่พบความผิด กลับไม่รับผิดชอบ ลิงค์ข่าว

2. สร้างสถานการณ์ว่า สปสช. ไม่สะอาด ไม่โปร่งใส ทำผิดระเบียบ จนก่อกระแสการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาระบบหลักประกัน โดยปราศจากหลักฐาน และไม่ได้ตั้งอยู่บนงานวิจัยทางวิชาการ ลิงค์ข่าว 1 ลิงค์ข่าว 2 ลิงค์ข่าว 3 ลิงค์ข่าว 4

3. ไฟเขียวให้คณะกรรมการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ประธาน – วรากรณ์ สามโกเศศ) แก้ไขกฎหมายตามอำเภอใจของคนเห็นต่าง แต่กลับไม่นำความเห็นหรือข้อเสนอของอนุกรรมการชุดต่างๆ รวมทั้งข้อเสนอของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ไปปรับแก้ เช่น คตร. เสนอให้อำนาจ สปสช. ในการซื้อยา แต่กรรมการแก้ไขกฎหมายฝ่ายกระทรวงสาธารณสุขกลับไม่เห็นชอบ ลิงค์ข่าว

4. พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด กล่าวอ้างว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร) ให้ข้อมูลว่าเงินที่เหลือจากส่วนลดในการซื้อยาจำนวนมากถูกนำไปให้ NGOs แม้จะออกมาขอโทษและแก้ตัวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้พูดตามที่เป็นข่าว ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชนไปแล้ว ลิงค์ข่าว

5. การแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จากเดิมจะแก้ไข 14 ประเด็น แต่พอมีการคัดค้านจึงยอมถอย หลังจากนั้น พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด กล่าวหาว่ากลุ่มผู้คัดค้านเกี่ยวข้องกับการเมือง ลิงค์ข่าว

6. ประเด็นแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยังทำลายสมดุลสัดส่วนของคณะกรรมการ เพิ่มจำนวนผู้ให้บริการ แยกเงินเดือนข้าราชการจากค่าเหมาจ่ายรายหัว ซึ่งจะส่งผลให้ โรงพยาบาลรัฐในชนบท และโรงพยาบาลนอกกระทรวงสาธารณสุขได้รับงบประมาณน้อยลง และทำให้บุคลากรทางการแพทย์กระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองใหญ่ ลิงค์ข่าว

7. แต่งตั้งคนที่ไม่เอาระบบหลักประกันสุขภาพเข้าไปในกลไกการปฏิรูปประเทศ เช่น ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ โดยมีข้อเสนอสำคัญคือ การตั้งเขตบริการสุขภาพแยกออกมาต่างหากจาก ‘เขตสุขภาพเพื่อประชาชน’ ซึ่งมีอยู่แล้ว โดยมีเป้าหมายดึงเงินกองทุนของ สปสช. ไปให้แต่ละเขตบริหารเอง การกระทำเช่นนี้คือการสลาย สปสช. อย่างเป็นรูปธรรม ค้านกับการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ยั่งยืน ตามที่นายกรัฐมนตรี เคยไปถกแถลงในที่ประชุมสหประชาชาติ นิวยอร์ค หัวข้อ ‘The Path towards Universal Health Coverage: The Promotion of Equitable Global Health and Human Security in the Post-2015 Development Era’ ลิงค์ข่าว

8. ไม่ยับยั้งหรือห้ามปรามฝ่ายโจมตี สปสช. ว่าบริหารอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่โปร่งใส ทั้งกรณียา กรณีอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์จากงานวิจัยขององค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (WHO-SEARO) เวทีการค้าโลก และมูลนิธิ Maxx Inter Network ว่าประเทศไทยสามารถจัดซื้อได้ในราคามาตรฐาน (benchmark) ของโลก ทำให้คนไทยเข้าถึงยามากมาย และประเทศไทยกำลังได้รับมอบหมายจากองค์การอนามัยโลกให้เป็น hub บริหารยากำพร้าและยาต้านพิษ ของ SEARO ลิงค์ข่าว

9. เปิดโอกาสให้ประธานกรรมาธิการการสาธารณสุขแต่งตั้งคนที่ไม่เอาระบบหลักประกันสุขภาพ และผู้ที่มีคดีความกับ สปสช. (แพย์หญิงเชิดชู อริยศรีวัฒนาเชิดชู) รวมทั้งผู้มีประวัติถูกสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต (แพทย์หญิงประชุมพร บูรณ์เจริญ) เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการการสาธารณสุข เพื่อถล่ม สปสช. ลิงค์ข่าว 1 ลิงค์ข่าว 2 

10. คสช. นำเสนอข่าวที่สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนอยู่เนืองๆ เช่น จะให้หลักประกันสุขภาพเฉพาะคนจน (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) การเงินไม่พอขอเก็บจ่ายร่วม copayment ฯลฯ ลิงค์ข่าว 1 ลิงค์ข่าว 2 

11. ไม่เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำสามกองทุนตามข้อเสนอ SAFE ที่มี ศาสตราจารย์นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุลเป็นประธาน ซึ่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งขึ้นมาเอง ขณะที่กระทรวงการคลังกลับมีแนวคิดให้ บริษัทประกันเอกชนมาดูแลงบประมาณสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ทำให้การบูรณาการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกองทุนได้ยากกว่าเดิม ลิงค์ข่าว

12. รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ตัดคำว่า ‘เสมอกัน’ เปิดทางให้รัฐสามารถ ‘ยกเลิกหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ ให้เหลือแค่เฉพาะบัตรประกันสุขภาพสำหรับคนจนได้ ลิงค์ข่าว

กรรณิการ์ กิจติเวชกุล

เป็นตัวอย่างของคนทำงานสื่อที่มีพัฒนาการสูง จากนักข่าวรายวันสู่คอลัมนิสต์ นักจัดรายการวิทยุที่รอบรู้และรอบจัดในการสังเคราะห์ข้อมูล ขณะที่อีกขาหนึ่งยังรับบทผู้ประสานงาน และทำงานวิชาการป้อนข้อมูลให้องค์กรเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างเข้มข้น

กรรณิการ์ กิจติเวชกุล12 หลักฐานทำลายหลักประกันสุขภาพ

Related Posts

‘เสียงอีสาน’ ในทัวร์มาราธอนของคณะ คสช.

พล็อตเรื่องในพื้นที่ทั้งสี่แห่งคล้ายกัน แตกต่างในบริบท กล่าวได้ว่า ชุมชนทั้งสี่แห่ง ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนา และการเอื้อประโยชน์แก่นายทุน แน่นอนคนเสียประโยชน์คือชุมชน อย่างน้อยๆ เขาถูกตัดโอกาสในการใช้สิทธิที่จะพูดที่จะคัดค้านที่จะแสดงข้อมูลอีกด้าน อาจกล่าวได้ว่าทุกรัฐบาลต่างก็ดำเนินนโยบายพัฒนาเช่นนี้ แต่ภายใต้รัฐบาลทหารที่ใช้อำนาจพิเศษต่างๆ เสกและเร่งรัดให้เร็วขึ้น และทำให้สังคมมิดสี่หลี่ ที่สำคัญกว่านั้น พวกเขาถูกละเมิดสิทธิอย่างรุนแรงที่สุด

จดหมายถึง พี่ตูน บอดี้สแลม จาก น้องแตม บอดี้สลิม

พี่ตูนคะ หนูเขียนจดหมายมาเปิดใจกับพี่ เรื่องการวิ่งของพี่กับจุดประสงค์ดีๆ ของคนที่สนับสนุน แต่อยากให้พี่ตูนและเพื่อนๆ อ่านจดหมายฉบับนี้สักนิดค่ะ เพื่อพี่ตูนจะได้ไม่ต้องเหนื่อยฟรี และมองเห็นปลายทางชัดๆ ว่าควรวิ่งไปไหนกันแน่

12 คำถามเรื่องบัตรทอง

การแก้รายละเอียดของบัตรทองในด้านต่างๆ เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย มันกระทบกับสิทธิ์อะไรของคนไทยบ้าง ในโครงสร้างงบประมาณ มันเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน นี่คือ 12 ข้อสงสัยเกี่ยวกับการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ