วิชา 'เพศและความสัมพันธ์' ยุคดิจิตอล - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

วิชา ‘เพศและความสัมพันธ์’ ยุคดิจิตอล

credit: touchstoneblog.org.uk

ถือเป็นข่าวดีสำหรับวัยรุ่นชาวอังกฤษ เมื่อรัฐบาลประกาศปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาว่าด้วยเรื่องเพศและความสัมพันธ์ (Sex and Relationships Education: SRE) เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยกำหนดว่าต่อไปนี้นักเรียนชาวอังกฤษจะได้เรียนเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และวิชาเพศศึกษาถูกบังคับให้อยู่ในหลักสูตรของโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วสหราชอาณาจักร

เป็นเรื่องราวดีๆ ที่ผู้ใหญ่โลกอนาล็อคเริ่มเห็นว่าหลักสูตรการศึกษาว่าด้วยเรื่องเพศและความสัมพันธ์แบบดั้งเดิม ใช้ไม่ได้กับเด็กยุคใหม่ที่เติบโตกับโลกดิจิตอลอีกต่อไป

บทความชิ้นนี้จาก ดร.เอลลี แฮนสัน (Dr.Elly Hanson) นักจิตวิทยาคลินิกอิสระ ชี้ชวนให้เห็นว่า แนวทางวิชาว่าด้วยเรื่องเพศยุคดิจิตอลหลังจากนี้ไม่ควรสอนแค่เรื่องเซ็กส์อย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงการสอนวัยรุ่นให้เข้าใจความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อลดโอกาสเสี่ยงจากการถูกคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ

งานวิจัยของเธอเผยว่า นักเรียนหญิงชาวอังกฤษ อายุตั้งแต่ 16-18 ปี ประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์ เคยมีประสบการณ์ถูกล่วงละเมิดทางเพศที่โรงเรียน และยังเล่าว่า พวกเธอรู้สึกวิตกกังวลกับการถูกข่มขู่ ซึ่งแน่นอนว่ามันสร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของพวกเธอ

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะในโลกอินเทอร์เน็ตหรือโลกแห่งความจริง กลายเป็นฉากหลังที่นำไปสู่ความทุกข์ทรมานในการใช้ชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้ความรู้สึกนับถือตัวเอง (self-esteem) ลดลงเรื่อยๆ

ทุกวันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้สึกทุกอย่างของเรามันเชื่อมโยงกับแรงกดดันจากโลกโซเชียลมีเดีย เมื่อเห็นคนในโลกออนไลน์ ‘ดูชีวิตดี’ หรือ ‘ดูดี’ ก็ทำให้รู้สึก ‘อยากได้ อยากมี’ เหมือนกันบ้างตามมา

จากการสำรวจ ปัจจุบันวัยรุ่นชาวอังกฤษ ประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ ให้คะแนนวิชาเพศศึกษาและความสัมพันธ์ที่พวกเขาเรียน ว่าอยู่ในระดับแย่มากถึงแค่ระดับพอใช้เท่านั้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากขาดการสนับสนุนที่ช่วยพัฒนาความรับรู้ ความเข้าใจ และคุณค่าของความสัมพันธ์ที่ดีและถูกต้อง

หนักกว่านั้น วัยรุ่นมักได้รับวาทกรรมและบรรทัดฐานจากสังคมที่เล่าปากต่อปากว่า เซ็กส์เป็นสิ่งไม่ดี จึงกลายเป็นยิ่งลดโอกาสที่จะมีความสุขจากความสัมพันธ์ และเพิ่มความเสี่ยงที่พวกเขาอาจได้รับประสบการณ์ที่ถูกคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศแทน

งานศึกษาล่าสุดในกลุ่มเด็กวัยรุ่นอังกฤษอายุ 15 ปี พบว่า 2 ใน 3 เข้าไปดูสื่อลามกในรูปแบบออนไลน์ และ 41 เปอร์เซ็นต์ของสื่อลามกออนไลน์ประเภทดูฟรี มีฉากใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงหรือเด็กผู้หญิง และอีก 56 เปอร์เซ็นต์ที่คนใดคนหนึ่งจะมีอำนาจเหนือกว่าอีกฝ่าย

นั่นเป็นการสร้างความเชื่อให้กับเด็กผู้หญิงและผู้หญิงส่วนใหญ่ ให้มองความรุนแรงทางเพศว่าเป็นเรื่องปกติหรือค่อนไปในทางบวก กล่าวได้ว่า อุตสาหกรรมสื่อลามกออนไลน์เชื้อเชิญให้คนดูหมกมุ่นอยู่กับการเร้าอารมณ์ทางเพศในลักษณะที่อีกคนมีอำนาจเหนือกว่าอีกฝ่าย หรือใช้ความรุนแรงอย่างไม่รู้ตัว และมุ่งให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกดีกับความรุนแรงด้วย

ความคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นเชื้อเพลิงกระตุ้นความคาดหวังและแนวคิดเกี่ยวกับเซ็กส์ ที่ส่งผลเสียต่อทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง

อาจไม่เป็นการกล่าวเกินเลยไปถ้าจะมองว่า เทคโนโลยียุคดิจิตอลในปัจจุบันเอื้อประโยชน์ต่อการให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งข่มเหงรังแก โดยไม่รู้สึกละอายใจและบีบบังคับฝั่งตรงข้ามได้ง่ายขึ้น

credit: tes.com

เริ่มต้นที่วิชาเห็นอกเห็นใจ

เยาวชนอังกฤษยังรู้สึกว่า การศึกษาในปัจจุบันไม่ได้สอนให้พวกเขาเตรียมพร้อมรับมือกับความสัมพันธ์หรือเซ็กส์ในโลกยุคดิจิตอลเลยสักนิด ด้วยเหตุนี้ ดร.เอลลีจึงจัดวงคุยเล็กๆ กับเด็กวัยรุ่นผู้ชายกลุ่มหนึ่งซึ่งพวกเขาได้บอกเล่าถึงปัญหาที่พวกเขาเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากเพื่อน การถูกกลั่นแกล้ง ข่มเหง และความรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างอื่น

พวกเขายังตั้งคำถามกับโรงเรียนว่า ทำไมถึงยังสอนสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง และแม้แต่อาจารย์เองก็ยังไม่เห็นประเด็นของมันเอง นอกจากนั้นเนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ได้มุ่งประเด็นไปที่ความสัมพันธ์ ทักษะที่จะต้องใช้ในโลกยุคดิจิตอลรวมถึงความเข้าใจต่างๆ

แล้วถ้าพวกเขาอยากจะเข้าใจประเด็นการศึกษาเหล่านั้นอย่างถ่องแท้ล่ะ หน้าตาของมันควรเป็นอย่างไร?

ความเข้าใจในความสัมพันธ์ที่ดีคือจุดเริ่มต้นสำคัญ การไม่มีความรู้ว่ารูปแบบความสัมพันธ์ที่ดีควรเป็นอย่างไร กลายเป็นทำให้ต่างฝ่ายต่างคุกคามทางเพศกันเอง

ดร.เอลลีได้สอบถามเด็กอายุ 18 ปีคนหนึ่ง ซึ่งให้ข้อสรุปหลักสูตรเพศศึกษาที่ล้มเหลวว่า “เหมือนพวกเขาสอนแค่ว่านี่คือถุงยางอนามัย” หรือไม่ก็ “นี่จะเกิดขึ้นหลังจากที่พวกเธอมีประจำเดือน”

นอกจากนั้นแล้ว ดร.เอลลียังมองว่า เหนือไปกว่าอะไรควรหรืออะไรไม่ควร เมื่อได้รับแรงกดดันจากสังคมและเพื่อนฝูง สิ่งที่วัยรุ่นต้องการคือ พื้นที่ให้พวกเขาได้คิดว่าคุณค่าของพวกเขาคืออะไร พวกเขาต้องการอะไรจากความสัมพันธ์ และพวกเขาอยากเป็นอะไร

เรามักได้ยินวาทกรรมที่ชอบพูดกันว่าเซ็กส์เป็นเรื่องของผู้ชาย ส่วนผู้หญิงถ้าอยากมีคุณค่า พวกเธอก็จะต้องดูดีอยู่เสมอ และเซ็กส์ก็เป็นเกมอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเราคิดใหม่ล่ะ จริงๆ แล้วเราต้องการสิ่งนี้หรือไม่?

เธอยังเสนออีกว่า เยาวชนควรได้เรียนรู้แนวคิดเรื่องการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การสะท้อนตัวเองออกมา ความสามารถในการอ่านและเขียนผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงวิชาปรัชญาจริยธรรม ทั้งหมดนี้จะช่วยให้วัยรุ่นได้คิดว่าจริงๆ แล้วพวกเขาต้องการอะไร คุณค่าของพวกเขาอยู่ตรงไหน และสิ่งใดช่วยพัฒนาอัตลักษณ์ทางบวกของพวกเขา หากทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพจะพัฒนาเป็นทักษะในการสื่อสาร การควบคุมอารมณ์ จนนำไปสู่ความมั่นใจในตัวเอง

หลักฐานจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า ถ้าพวกเขาได้รับการศึกษาเกี่ยวกับเพศศึกษา และความสัมพันธ์จากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง เมื่อพวกเขาเติบโตไปเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและจะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ หากวิชาทักษะการใช้ชีวิตช่วยชี้แนะการเตรียมตัวของเยาวชนเพื่อไปสู่ชีวิตการทำงานและด้านอื่นๆ ในอนาคต

ดร.เอลลียังเน้นย้ำว่า ผู้ใหญ่ไม่ควรลืมว่าการเข้าถึงการศึกษาคือสิทธิขั้นพื้นฐานและความยุติธรรมสำหรับทุกคน ถ้าทุกอย่างถูกส่งต่อมาให้เยาวชนอย่างถูกต้องและเหมาะสม ผู้ใหญ่เองก็สามารถคาดหวังได้ว่าปลายทางคือสังคมที่ดีและมีอนาคต

และก่อนที่จะส่งผลดีต่อสังคมนั้น ควรเห็นผลที่สถาบันครอบครัวก่อน เอลลียังอธิบายว่า การศึกษาวิชาว่าด้วยเพศและความสัมพันธ์จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ปกครองและเด็ก ไม่ว่าใครก็อยากจะมีความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว แค่พวกเขาส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร และหากเด็กคนหนึ่งได้รับการศึกษาวิชาว่าด้วยเรื่องเพศและความสัมพันธ์อย่างถูกต้อง มันก็จะส่งผลต่อคนรอบข้างไปโดยปริยาย


อ้างอิงข้อมูลจาก: theguardian.com

author
กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY