เกรียนนอกกะลา - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

เกรียนนอกกะลา

เรื่อง: รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์, ชลิตา สุนันทาภรณ์
ภาพ: กิตติศักดิ์ ทวีกิจภิญโญ
ภาพประกอบ: antizeptic

 

การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคีครั้งที่ 28 ประจำปี 2560 ของสี่โรงเรียนชายล้วน สวนกุหลาบ เทพศิรินทร์ อัสสัมชัญ และกรุงเทพคริสเตียน ไม่ได้มีแค่เรื่องราวบนสนามหญ้า แต่บนอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกของศุภชลาศัยยังมีกิจกรรมแปรอักษร เป็นรูป เรื่อง และข้อความที่พวกเขาอยากส่งผ่านสื่อต่างๆ

ดราม่าดาบแรกในจตุรมิตรมาจากป้ายผ้าของเด็กสวนกุหลาบวิทยาลัย ‘ไทยแลนด์แดนกะลา’ ในขบวนพาเหรดไทยแลนด์ 4.0 ก่อกระแสในสังคมออนไลน์และออฟไลน์ สิ่งที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นก้อนหิน เป็น ‘เด็กเกรียน’ พ่อแม่จ่ายเงินส่งเสียให้เรียนแต่มาทำเรื่องไร้สาระ ไม่เข้าท่า

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ไม่มีขบวนป้ายแดนกะลา แต่สารบนผ้าผืนนั้นถูกย่อยลงในเพลทสี 1:20 บนตักนักเรียนหลายร้อย ปรากฏเป็นภาพแปรอักษรล้อเลียน ขบขัน เสียดสี การเมืองไทยร่วมสมัย โดยทีมออกแบบคือชุมนุมเชียร์และแปรอักษร เด็กมัธยมปลายวัย 15-17 ปี

ภาพ: เพจนักเกรียนสวนกุหลาบ
ภาพ: เพจนักเกรียนสวนกุหลาบ

ตัวอย่างภาพที่นำขึ้นแสตนด์แปรอักษร เช่น ตูน บอดี้สแลม, สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, สมชัย ศรีสุทธิยากร หรือการใช้รูป พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พลเอกปรีชา จันทร์โอชา มา ‘คืนความสุข’ สลับกับ BNK48 ‘ส่งความสุข’ ตามคอนเซ็ปท์ Protest Art ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ‘ด่าไม่ได้ก็ประชดให้ขำ ทำให้เป็นตัวตลก’ ในสังคมที่การวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจทำได้จำกัดจำเขี่ย

ภาพ: เพจนักเกรียนสวนกุหลาบ

รวมถึงคลื่นระลอกสองต่อจากขบวนกะลา ‘ฝูงไดโนเสาร์หลุด แห่วิจารณ์เต็มโซเชียล หลังที่อยู่แตก’

“ไม่อยากให้มันโฉ่งฉ่าง” คือคำตอบจากกลุ่มเด็ก ม.ปลาย

เพื่อไม่ให้โฉ่งฉ่าง นี่คือชีวิตแสนธรรมดาเบื้องหน้าของเด็ก 17 ที่กำลังใช้ช่วงเวลาวัยรุ่น เรียนพิเศษ และเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย กับเมล็ดพันธุ์ภายในบางอย่าง ที่พร้อมจะไปไกลมากกว่าแค่คำว่า ‘กะลา’

กานต์ – กานต์ อุษยาพร, เอม – ชนน ผดุงไทย, ปูน -ปฐพี ยินดีทรัพย์, เบนซ์ – ศรันย์ ธรรมร่มดี, อุ่น – ศิวัช ศรีสุดดี

โค้ด ‘ฝูงไดโนเสาร์หลุด แห่วิจารณ์เต็มโซเชียลหลังที่อยู่แตก’ ที่ล้อเลียนเรื่อง ‘กะลา’ อีกทอดหนึ่ง ได้ไอเดียมาจากไหน

เอม: เริ่มมาจากเป็นโค้ดรวม คือโค้ดที่ทั้งสี่โรงเรียนได้รับธีมเดียวกันมาคือ ‘รู้เท่าทันสื่อ’ คือทั้งสามโรงเรียนที่ทำจะไปในทางเดียวกัน คือเกี่ยวกับโลกออนไลน์ เราเลยอยากทำฉีก อยากให้คนรู้ว่าความหมายของ ‘รู้เท่าทันสื่อ’ จริงๆ คืออะไร ก็ช่วยๆ กันคิดมา ลองทำเป็นหนังสือพิมพ์ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดเป็นข่าวหลอกหมดเลย ให้คนอ่านรู้เอง เราก็เอาข่าวอะไรมาก็ได้ให้รู้ว่าเป็นข่าวปลอมจริงๆ เนื่องจากที่เป็นโค้ดวันปิด ประกอบกับวันเปิดงานมีดราม่าเรื่องป้าย ผมเลยลองเล่นกับประเด็นนี้ดู แต่ก็ไม่อยากให้มันโฉ่งฉ่าง

ตอนแรกผมใส่เลย ให้เป็นพาเหรดแน่นอน อาจารย์เขาเบรกไว้ก่อน ก็เลยลองเปลี่ยนคำบ้าง ผลที่ออกมาคนก็ตีความนู่นนี่ อย่างคำว่า ‘กะลา’ หรือ ‘ไทยแลนด์’ ก็ไม่มีในโค้ด แต่ก็เอาไปด่ากันเอง ก็โอเคอยู่ครับ ทำให้เห็นว่า คนไทยยังไม่รู้เท่าทันสื่อ (ยิ้ม)

ผลของโค้ด ‘ฝูงไดโนเสาร์หลุด’ ออกมาเป็นแบบที่คิดไหม

เอม: ครับ ผมก็แค่โชว์รูปไดโนเสาร์หลุด จริงๆ ไดโนเสาร์นั้นอาจมาจากผมดู จูราสสิคพาร์ค แล้วชอบก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปเสียดสีพาเหรด แต่คนก็เอาไปตีความกันเอง แล้วในโค้ดก็มีคำว่า ‘ข่าวปด’ ด้วย ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ามันไม่จริง

ทำไมถึงเลือกแปรรูป สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, วีระ สมความคิด, เนวิน ชิดชอบ และ สมชัย ศรีสุทธิยากร

เบนซ์: ก็ช่วยกันคิดหลายๆ คน จริงๆ เริ่มจากกานต์ก่อน ที่เสนอว่าสี่คนนั้นมีจุดเชื่อมโยงตรงกัน คือเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบเหมือนกัน แล้วก็มีชื่อเสียงในวงการเมืองเหมือนกัน คือแสตนด์เป็นหน้าบุคคลโรงเรียนเราทำมาตั้งนานแล้ว ปีนี้ไม่อยากธรรมดา เลยดึงประเด็นการเมืองมานิดหนึ่ง

กานต์: เขาเป็นเพื่อนในรุ่น 90 ครับ รุ่นเขามีตัวท็อปทางการเมือง เลยหยิบยกขึ้นมา

ตอนทำแอบกลัวไหมว่าจะโดนสังคมรุมโจมตีเหมือนป้ายผ้ากะลา

เบนซ์: ไม่ครับ

กานต์: ไม่ครับ เพราะโรงเรียนก็เป็นสวนกุหลาบดินแดนอุดมดราม่า

กลุ่มทำโค้ดมีกันทั้งหมดกี่คน

เบนซ์: 11 คน ตั้งแต่ ม.4-6 ครับ โรงเรียนอื่นเขาจะมีอาจารย์เข้ามาดูทุกโค้ดว่าออกมายังไง สแกนทุกโค้ดที่จะขึ้น ของเราจะมีอิสระมากกว่า นักเรียนคิดเองทำเองได้หมด

รุ่นพี่ชุมนุมเชียร์ได้ส่งต่อความหัวแข็งมาบ้างไหม

เบนซ์: ไม่ขนาดนั้น

เอม: แล้วแต่คนมากกว่า (หัวเราะ)

มองว่าสวนกุหลาบหัวแข็งไหม

เบนซ์: หัวแข็ง

ดื้อกว่าโรงเรียนอื่นหรือเปล่า

เบนซ์: ครับ ผมว่าใช่

คิดว่ากลุ่มตัวเองอินการเมืองไหม

เบนซ์: ไม่ครับ

กานต์: ไม่ได้แสดงออกขนาดนั้น

สังคมในโรงเรียนเป็นอย่างไร อินการเมืองบ้างไหม

กานต์: ด้วยความเป็นสวนกุหลาบ มีความหลากหลาย ก็อาจมีทั้งคนที่สนใจและไม่สนใจเลย ก็มีเพื่อนบางคนที่เสพข่าวการเมืองอยู่บ้าง ชอบมาชวนคุย แต่ด้วยข่าวสมัยนี้มันเข้าถึงง่ายและเร็ว จากคนที่ไม่สนใจก็หันมาสนใจในประมาณหนึ่ง

ต่อให้เขาคิดต่างแง่ต่างมุมกับเรา แต่ก็ถูกจำกัดด้วยคำว่าเพื่อน อยู่ภายใต้สังคมเดียวกัน ต่อให้ด่ากันแทบตาย สุดท้ายก็เพื่อนกันอยู่ดี

ความสนใจด้านการเมืองซึมซับเข้ามาสู่เราได้อย่างไร

กานต์: ผมสนใจการเมืองเพราะว่ามันเป็นเรื่องรอบตัว ทุกวันมันมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงในประเทศอยู่ตลอดเวลา หรือระดับระหว่างประเทศก็ตาม

คิดว่าตัวเองแปลกกว่าคนอื่นที่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ไหม

เบนซ์: ไม่ครับ

กานต์: ไม่ต่างครับ ก็มีเพื่อนบางคนก็เสพอยู่ ชอบมาชวนคุย แต่ผมว่าคนทั่วไป ด้วยข่าวหรืออะไรสมัยนี้ มันทำให้บางคนที่อาจจะไม่อยากสนใจ อยู่ๆ เขาก็กลายเป็นคนที่รู้ข่าวประมาณหนึ่ง สามารถพูดคุยกับคนทั่วไปได้

เสพข้อมูลต่างๆ จากแหล่งไหน

กานต์: ส่วนใหญ่ก็ตามอ่านเอาจากเฟซบุ๊ค ไม่ค่อยตามเป็นสำนักข่าว

เอม: ไข่แมว (หัวเราะ)

กานต์: คือไข่แมวปกติภาพเขาจะเป็นภาพหลายช็อต แต่บนสแตนด์เราต้องเป็นภาพช็อตเดียว ไข่แมวเขาให้ไอเดียแบบแซะๆ แต่ไม่ได้สื่อตรงๆ ก็เข้ากับแสตนด์ของสวนกุหลาบ ที่พยายามจะสื่ออ้อมๆ หน่อยแต่ดูแล้วก็เข้าใจ คือเราทำให้ซอฟต์ลง

ถ้าไม่ซอฟต์ก็คือเป็นเหมือนที่ทำป้ายผ้า?

เบนซ์: ผมว่าอันนั้นมันตรงไป

ยังคงเคลมว่าตัวเองก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไป ไม่ได้อินอะไรขนาดนั้น?

ทั้งหมด: (พยักหน้า)

แต่ก็เสพข่าวเยอะมากนะ?

กานต์: มันบังเอิญไปเจอครับ (หัวเราะทั้งกลุ่ม) ก็เลื่อนนิ้วขึ้นๆ ลงๆ

งานอดิเรกของวัยรุ่น ม.ปลาย ธรรมดาๆ แบบนี้คืออะไร

กานต์: ผมชอบเรื่องต้นไม้ใบหญ้า อีกอย่างคือผมชอบนั่งรถเมล์ สำรวจเส้นทาง กรุงเทพฯ มันมีหลายมุมมอง แต่ละที่ก็ ไม่เหมือนกัน แถวบ้านก็อย่างหนึ่ง เปลี่ยนที่ก็อีกแบบ ถ้าว่างก็ทำ คนอื่นดู BNK48 (หัวเราะ)

ผมว่าบางทีผมก็เบื่อๆ บางคนก็หนุงหนิง มีแฟน ผมชอบความสงบของผม อยากจะอยู่แบบปลีกวิเวก ใช้ชีวิตแบบนั่งรถเมล์เล่นคนเดียวแบบนี้แหละครับ

เบนซ์: ว่างก็เรียน

เอม: เตะบอล เล่นดนตรี เล่นเกม

พอพูดถึงเรื่องแฟน เด็กโรงเรียนชายล้วนเขาหาแฟนที่ไหน

กานต์: มันก็ไม่ยากครับ มีพวกโซเชียล

เอม: เจอกันตามที่เรียนพิเศษครับ เพื่อนของเพื่อน ของเพื่อนๆๆ

กานต์: แต่กูไม่ได้เรียนพิเศษ กูก็ไม่เจอไง

เอม: เจอตามบนรถเมล์

กานต์: อะไรของมึง

แบ่งเวลาระหว่างกิจกรรมกับงานอย่างไร

เบนซ์: ช่วงตั้งแต่ปิดเทอมจนถึงเปิดงาน (จตุรมิตร) ก็ไม่ได้ขึ้นเรียนกันเลย นอนโรงเรียนแทบทุกวัน

ซึ่งที่บ้านโอเค?

เบนซ์: ก็โอเคนะครับ

อะไรเป็น passion ให้ทุ่มเทขนาดนี้

เอม: สำหรับผมเข้ามาตั้งแต่ ม.1 ที่โรงเรียนเด่นๆ นอกจากฟุตบอลก็เชียร์กับแปรอักษร พอขึ้น ม.2 ได้ขึ้นแสตนด์แปรจริงๆ เห็นโค้ดออกมา ‘จตุฯ 27’ รู้สึกว่าอยากทำโค้ด อยากมีส่วนร่วม ตั้งแต่ตอนนั้นก็เลยเริ่มที่จะเข้าชุมนุมเชียร์ การที่จะออกมาได้สักโค้ดไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ผ่านการคิด การไตร่ตรองใช้ระยะเวลานานในการสร้างโค้ดดีมีคุณภาพ ถ้าโค้ดที่เราทำเองได้ออกมาสู่สายตาสาธารณชน ก็รู้สึกภูมิใจ

นอกจาก passion ส่วนตัว ถือว่าอยากเอาชนะโรงเรียนคู่แข่งด้วยไหม

เอม: ก็ด้วย ทั้งสี่โรงเรียนมีชื่อด้านการแปรอักษรอยู่แล้ว ต่างก็มีการพัฒนาตรงนี้กันทั้งนั้น เราก็หยุดไม่ได้

เด็กเนิร์ด เด็กกิจกรรม นักกีฬา คิดว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน

ทั้งหมด: เด็กกิจกรรมครับ

นั่นเลยเป็นเหตุผลทำให้เราต้องตั้งใจเรียนเพิ่มขึ้นหรือเปล่า

เบนซ์: เรียนก็สำคัญ เป้าหมายและความฝันเราก็มี ก็อยากทำให้ได้

กานต์: ต้องตามเพื่อนให้ทัน

เรียนหนักไหม แบบต้องเรียนพิเศษถึงสองสามทุ่ม?

เบนซ์: ตอนช่วงเตรียมงานไม่ได้เรียนเลย ตอนนี้ก็เลยต้องเร่งเรียนให้ทันเพื่อน ก็ต้องเรียนหนัก เตรียมสอบ ส่วนใหญ่ก็เรียนพิเศษกันทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ก็เรียน

กานต์: ด้วยความที่ ม.5 ถือว่าเป็นชั้นที่เนื้อหาหนักสุด ก็เลยยากสุด เรียนหนักสุด เพื่อนๆ ก็เรียนพิเศษกันบ้าง แต่ผมไม่ค่อย (ยิ้ม) 

จบ ม.ปลาย แล้วอยากเรียนต่ออะไร

เบนซ์: สถาปัตย์ จุฬาฯ

เอม: ตอนนี้อยู่ ม.5 แต่อยากเข้า BBA ธรรมศาสตร์ มันเข้าไปแล้วมันมีหลายแผนก มีพวกไฟแนนซ์อะไรแบบนี้ด้วย ซึ่งสามารถทำงานได้หลากหลาย ได้ภาษาด้วย 

กานต์: ก็มองบัญชีไว้เหมือนกันแต่ยังไม่ชัดเจน

มองอนาคตตัวเองไว้ไกลแค่ไหน เช่น ทำงานอะไร

กานต์: เป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าฯ (ทุกคนหัวเราะ) อันนี้ผมพูดขำๆ แต่เพื่อนๆ ก็เชียร์ บอกว่าให้ไปเป็นนักการเมือง ไปเรียนรัฐศาสตร์ กลายเป็นผมสนใจที่สุดในห้อง เขาก็มองมาที่ผม

ถ้าเข้ามหาวิทยาลัยยังอยากทำกิจกรรมแบบนี้อีกไหม

เอม: ไม่แล้วครับ เลยจุดอิ่มตัวมาแล้ว

เบนซ์: ผมว่าที่อื่นไม่เหมือนที่นี่

กานต์: ผมว่าด้วยการสื่อสารของเขา โตแล้วยังสื่อแบบเด็กๆ อยู่ เขาจะเล่นกันตรงๆ ซึ่งถ้าดูโค้ดที่เพื่อนผมทำจะเป็นแบบอ้อมๆ มีกึ๋นขึ้นมาหน่อย ไม่ด่าตรงๆ เราใช้ศิลปะไปเรื่อยๆ ครับ (หันไปจับมือกับเอม)

คิดอย่างไรกับระบบ ‘โซตัส’

เบนซ์: อย่างที่ผมทำเชียร์ เราจะดูจุดประสงค์ว่าทำแบบนั้นกับน้องเพราะอะไร ถ้าเกิดทำแล้วมันไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ก็ไม่ควรทำ อย่างการว้ากน้อง ว้ากแล้วน้องจะรักเพื่อน น้องจะเคารพพี่เหรอ ผมว่ามันขึ้นอยู่กับพี่มากกว่าว่าทำตัวอย่างไร

เวลาผู้ใหญ่บอกว่าเด็กสมัยนี้เข้าใจยาก ถามอย่างยอกย้อน คิดว่าผู้ใหญ่เข้าใจยากไหม

กานต์: ผมว่ามันเป็นทัศนคติส่วนบุคคลมากกว่า คือถ้าเขาชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งเขาก็เลือกที่จะไม่เสพอีกสิ่งหนึ่งที่เขาไม่ชอบ ต้องบอกว่าผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็กมากกว่า

แล้วต้องทำอย่างไร

กานต์: มันน่าจะแก้ไขด้วยการพูดคุยเพื่อให้เข้าใจกันมากขึ้น   

เบนซ์: ผมว่าผู้ใหญ่จะมั่นใจความคิดตัวเอง เหมือนว่าความคิดคนอื่นจะผิดหมด ก็เลยเข้าใจยากเวลาจะนำเสนออะไร คงต้องพูดคุยกันด้วยเหตุผลถึงจะเข้าใจกัน   

สำหรับเรามองว่าวัยรุ่นคืออะไร

เบนซ์: กลุ่มคนที่มีความฝัน อยากจะทำอะไรหลายๆ อย่าง อยากไปให้ไกลกว่านั้น มีเป้าหมายที่อยากทำ

กานต์: วัยรุ่นชิลด์ๆ ครับ ชีวิตไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ (หัวเราะ)

ผู้ใหญ่แบบไหนที่โตไปไม่อยากเป็น

กานต์: น่าจะเป็นพวกที่ใช้ชีวิตแบบไม่รู้คุณค่า ใช้ชีวิตให้มันหมดๆ วันไป เที่ยวเล่น กินเหล้า เมายา เล่นการพนัน ที่มองว่าเป็นการทำลายชีวิต คิดว่าเป็นความสุขของเราแต่เป็นความสุขที่ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง

ผมไม่ชอบคนที่ไม่เคารพกฎกติกาหรือไม่เคารพผู้อื่น การที่คุณทำแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการไม่เคารพตัวเอง

แล้วคนอื่นล่ะ

เบนซ์: ให้มันจบดีๆ อย่างนี้แหละครับ ดีแล้ว (หัวเราะ)

author
กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY