ดื่มนมวัวกันเถอะ

พ่อแม่หลายคนคงเคยสงสัยว่า การหันไปดื่มนมทางเลือก หรือดื่มนมที่มีส่วนประกอบหลักจากพืช เช่น นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ จะช่วยเพิ่มส่วนสูงและให้คุณค่าสารอาหารเช่นเดียวกับการดื่มนมวัวจริงหรือไม่ เอาละ ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไป เพราะคำถามที่ค้างคาใจมานานกำลังได้รับการคลี่คลายในต่อไปนี้

งานวิจัยจากโรงพยาบาลเซนต์ไมเคิล (St. Michael Hospital) รัฐโตรอนโต แคนาดา ที่ถูกตีพิมพ์ลงวารสารวิชาการ American Journal of Clinical Nutrition เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เปิดเผยว่า เด็กที่ดื่มนมทางเลือกจะเตี้ยกว่าเด็กที่ดื่มนมวัว กล่าวคือ การดื่มนมทางเลือกวันละแก้วช่วยให้เด็กสูงขึ้นเพียง 0.4 เซนติเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่ามาตรฐานเด็กช่วงวัยกำลังเจริญเติบโต

“เราค้นพบว่าเด็กที่ดื่มนมทางเลือกอย่างน้ำนมข้าว นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง มีแนวโน้มจะเตี้ยกว่าเด็กที่กินนมวัวเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น เด็กอายุ 3 ขวบที่ดื่มนมทางเลือก เปรียบเทียบกับเด็กวัยเดียวกันที่ดื่มนมวัว เด็กคนแรกจะเตี้ยกว่า 1.5 เซนติเมตร สำหรับเด็ก 3 ขวบแล้ว 1.5 เซนติเมตรนี่ถือว่าสำคัญมาก” โจนาธาน แม็กไกวร์ (Jonathan Maguire) กุมารแพทย์และหัวหน้าทีมวิจัยดังกล่าวเปิดเผย

ทีมวิจัยเริ่มทำการศึกษาตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2008 ถึงกันยายนปี 2015 โดยคัดเลือกเด็กแคนาดาที่สุขภาพดีอายุระหว่าง 2-6 ขวบ จำนวน 5,034 คน แบ่งเป็นเด็กผู้ชาย 51 เปอร์เซ็นต์ และเด็กผู้หญิงอีก 49 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนเด็กทั้งหมดที่เข้าร่วมนั้นจัดออกเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ ดื่มนมทางเลือกอย่างเดียว 5 เปอร์เซ็นต์ ดื่มแค่นมวัว 84 เปอร์เซ็นต์ ดื่มทั้งนมวัวและนมทางเลือก 8 เปอร์เซ็นต์ และอีก 3 เปอร์เซ็นต์ไม่ดื่มทั้งคู่เลย

สาเหตุที่การดื่มนมทางเลือกทำให้เด็กสูงช้ากว่าการดื่มนมวัว งานวิจัยอธิบายว่า เป็นเพราะส่วนประกอบหลักของนมทางเลือกที่เป็นพืชนั้นไม่ได้กระตุ้นสารคล้ายอินซูลิน (Insulin-like Growth Factor: IGF) เหมือนนมวัว อีกทั้งยังรายงานอีกว่า ผู้ใหญ่ที่มี IGF สูงเกินไป มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งในระบบสืบพันธุ์ (reproductive cancer)

เมื่องานวิจัยดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้สร้างกระแสความสนใจให้คนในแวดวงดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง คอนนี วีเวอร์ (Connie Weaver) ศาสตราจารย์ด้านโภชนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู (Purdue University) ได้แสดงความคิดเห็นและความสนใจเกี่ยวกับงานวิจัยชิ้นนี้ว่า

“นี่เป็นงานแรกที่ทำให้ฉันต้องหันกลับไปเปรียบเทียบระหว่างนมวัวกับนมที่มีส่วนประกอบหลักจากพืชว่า ประเภทไหนให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่ากัน เรารู้กันอยู่แล้วว่านมทางเลือกอย่าง นมอัลมอนด์ ให้โปรตีนน้อยกว่า ดังนั้นจึงสามารถคาดเดาได้ว่า นมจำพวกนั้นก็คงให้แคลเซียมที่น้อยกว่าเช่นกัน และงานวิจัยชิ้นนี้ก็ได้บอกเราชัดเจนแล้วว่า นมวัวดีกว่า”

อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่ได้ต้องการจะส่งสารผิดๆ ว่า นมทางเลือกที่มีส่วนประกอบจากพืชไม่ดี ไม่ควรดื่ม “มันอาจเกิดความเข้าใจผิดว่าให้หลีกเลี่ยงนมจำพวกนั้น ผู้ปกครองยังสามารถให้เด็กๆ ดื่มนมทางเลือกนั้นได้ เพราะต่างก็มีสารอาหารและวิตามินที่ดีต่อร่างกายเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน แคลเซียม แมกนีเซียมหรือโพแทสเซียม แต่ถ้าเป็นไปได้ การดื่มนมวัวถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า”

แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่มักให้ลูกดื่มนมทางเลือกเป็นประจำ หรือลูกไม่สามารถดื่มนมวัวได้จริงๆ ก็ไม่ต้องตื่นตระหนกไป เพราะงานวิจัยชิ้นนี้แนะนำให้ผู้ปกครองเพิ่มสารอาหารที่มีส่วนประกอบประเภทโปรตีนและแคลเซียมอย่างอื่นทดแทน แต่ต้องมั่นใจว่าเด็กๆ ได้รับสารอาหารเหล่านั้นอย่างเพียงพอทุกวัน

“ในฐานะที่เป็นผู้บริโภค เป็นผู้ปกครอง และเป็นกุมารแพทย์นั้น ผมก็หวังว่าต่อไปนี้ นมทางเลือกเหล่านั้นจะให้คุณค่าและสารอาหารเพียงพอเท่าๆ กับนมวัว”  แม็กไกวร์ กล่าว


อ้างอิงข้อมูลจาก:
edition.cnn.com

Editorial Staffดื่มนมวัวกันเถอะ

Related Posts

6 สิ่งที่เด็กเกิดปี 2018 อาจไม่ได้สัมผัส

เมื่อทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าจนมนุษย์อย่างเราวิ่งไล่ตามไม่ทัน บางอย่างพัฒนามาเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ปัจจุบันพบเห็นได้แค่ในร้านขายของเก่าหรือหนังสือสารานุกรมเสียแล้ว และไม่แน่ว่าหกสิ่งต่อไปนี้ที่เรากำลังจะกล่าวถึง เด็กที่จะเกิดในปี 2018 นี้อาจไม่ได้สัมผัสอีกต่อไป

เกรียนนอกกะลา

ในการแปรอักษรจตุรมิตรสามัคคีปี 2560 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยขึ้นภาพข่าวล้อเลียนและข้อความ ‘ฝูงไดโนเสาร์หลุด แห่วิจารณ์เต็มโซเชียล หลังที่อยู่แตก' นี่คือการพูดคุยกับทีมทำโค้ด เด็กวัยรุ่นธรรมดาที่อยากสื่อสารกับสังคมในแบบ 'ไม่โฉ่งฉ่าง'

บ้านดอกทานตะวัน: มอบการศึกษา คุ้มครองจากความเศร้า

พูดคุยกับ ตู่-พวงทอง ทะกัน ผู้อำนวยการ และ มาลี-มาลี คำมงคล เจ้าหน้าที่โครงการ ศูนย์คุ้มครองสิทธิเด็กเชียงของ จ.เชียงรายที่ทำงานกับกลุ่มเด็กในพื้นที่เสี่ยงต่อปัญหาการค้ามนุษย์ ค้าประเวณีและการแสวงหาผลประโยชน์ทุกรูปแบบ โดยตั้งต้นว่า การศึกษาคือหนึ่งในช่องทางเพิ่มโอกาสให้กับเด็กที่มองไม่เห็นโอกาส