จดหมายถึง ‘อปป้า’ คนแรกผู้ไม่กลัวเฟล - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

จดหมายถึง ‘อปป้า’ คนแรกผู้ไม่กลัวเฟล

ภาพ: วาทิตยา บุพศิริ

ถึง เตนล์

แม้ว่าเตนล์จะเด็กกว่าเรามากๆ แต่เราขอเรียกเตนล์ ว่า ‘เตนล์’ (ไม่ใช่ ‘น้องเตนล์’) และเราขอเรียกเราว่า ‘เรา’ (ไม่ใช่ ‘ป้า’ หรือ ‘พี่’) แล้วกันนะ

เตนล์รู้ไหม เราเคยฝันว่า ถ้าสักวันหนึ่งเรามีคอลัมน์เป็นของตัวเอง เราอยากจะเขียนมันในรูปแบบจดหมาย เราอยากเขียนหา ‘ชายในฝัน’ แต่คอลัมน์ของเรา จะเป็นการเขียนถึง ‘ชายในฝัน’ แบบเวอร์ชั่นเคป๊อป

ใช่แล้ว, เราจะเขียนถึงอปป้า!

ตอนนั้นเอง ที่กองบรรณาธิการ WAY Magazine ติดต่อมา เราตื่นเต้นมาก ยิ่งตอนบรรณาธิการตอบโอเคกับไอเดียของเรา เรายิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีก แต่หลังจากตื่นเต้นจนถึงขีดสุด เราก็กลับมากังวล

“เราเนี่ยนะ จะเขียนคอลัมน์ให้ WAY?”

เตนล์, บทความใน waymagazine.org ส่วนใหญ่เป็นบทความที่อัดแน่นไปด้วยสาระ การเมือง ประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ล้อนาฬิกาลุงประวิทย์ ยันเจาะลึกเรื่องสอบ TCAS’61!

โหยๆๆ อยู่ๆ จะมีคอลัมน์ชื่อ ‘Oh! Oppa’ ไปเสนอหน้าบนพื้นที่ waymagazine.org เนี่ยนะ

คิดได้อย่างนี้แล้วอยากหอบผ้าหอบผ่อนวิ่งหนีไปมากๆ หลักๆ เลยคือกลัวจะทำได้ไม่ดีแหละ กลัวเฟล กลัวโดนคอมเมนท์แรงๆ

อยากยอมแพ้ ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยลองเขียนมันขึ้นมาสักครั้งนี่แหละ (จบกัน ความฝันจะได้มีคอลัมน์เขียนถึงอปป้าเป็นของตัวเอง)

“อย่าเครียด เราเลือกเธอ เพราะเธอเป็นเธอ” – ทีม WAY ตอบกลับมา – ไดอะล็อกอย่างกับฟิคแชทจอยลดาตอนจีบกันแน่ะ

อืม…ลองดูสักตั้งก็ได้เนอะเตนล์ ลองทำอะไรที่ (ยัง) ไม่ถนัดดู ลองดูก่อน ตั้งใจก่อน ทุ่มเทให้มากๆ ก่อน เทหมดหน้าตักก่อน – แบบที่เตนล์เคยทำตอนไปคัดเลือก (ออดิชั่น) เข้าค่ายเพลงเกาหลีไง

ตอนออดิชั่นเข้าค่ายเพลงยากไหม? กังวลจนนอนไม่หลับยันเช้าหรือเปล่า? ตื่นเต้นจนเผลอร้องเพลงเสียงสั่นหรือจำท่าผิดบ้างไหม? แล้วกลัวโดนปฏิเสธรึเปล่า?

แล้วทำไมถึงอยากเป็นไอดอลเกาหลีล่ะ?

ที่ถามอย่างนี้ เพราะเราเคยได้ยินมาว่า

ในวงการบันเทิงเกาหลี ไอดอลคือชนชั้นที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร

ได้รับเกียรติน้อยกว่า ได้เงินน้อยกว่า สูญเสียความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก (เพราะไอดอลไม่ควรมีข่าวเดท!) ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์อันจุกจิกและแสนเคร่งครัด ต้องฝึกโหดและทำมันให้ได้ดีในหลายๆ ทักษะ – ทั้งร้อง เต้น เป็นเอ็มซี รู้จักจิกกล้อง รู้จักตอบคำถามกับสื่อ แถมต้องหัดภาษาจีน ญี่ปุ่น หรือภาษาอื่นๆ ที่ค่ายจะขยายตลาดไปในอนาคตอีกแน่ะ

กว่าจะได้เป็นไอดอลต้องฝึกหนักจะตาย ต้องซ้อมตั้งแต่บ่ายยันดึก แถมพอได้เดบิวต์เป็นไอดอลแล้วก็ใช่จะไม่เหนื่อย ยิ่งช่วงที่โปรโมทผลงาน ไม่ว่าจะเดบิวต์หรือเป็นการคัมแบ็ค งานหนักยิ่งเพิ่มเป็นเงาตามตัว

ต้องโปรโมทในรายการเพลงสัปดาห์ละ 3-5 วันติดต่อกัน ตารางการโปรโมทเริ่มตั้งแต่เช้ามืด ตีสามตีสี่ต้องลุกมาแต่งหน้าทำผม วงไหนมีสมาชิกเยอะหน่อยก็ต้องตื่นเร็วขึ้น เพราะต้องเผื่อเวลาให้พี่ช่างหน้าช่างผมได้ทำงาน เช้าตรู่ก็ต้องไปถึงสตูดิโอเตรียมอัดรายการ ซ้อมคิว อัดเทป รอ… ถ้ามีจังหวะก็งีบพัก ถ้าต้องขึ้นถ่ายรายการสดด้วยก็ต้องซ้อมหลายๆ รอบให้เป๊ะปัง

กว่าจะถ่ายรายการเสร็จได้ก็ช่วงเย็นจนถึงมืดค่ำไปแล้วนู่นแน่ะ กลับมาที่ค่ายก็อาจต้องซ้อมต่อ หรืออาจจะถึงขั้นต้องซ้อมเพลงใหม่ ที่มีกำหนดการโปรโมทหลังจากนั้น กว่าจะได้เข้าที่พักไปอาบน้ำนอนก็ดึกดื่น ก่อนชีวิตจะวนลูปกลับมาตื่นเช้ามืด ลุกมาแต่งหน้าทำผมตอนตีสามตีสี่อีกหน

นี่ยังไม่นับรวมคนที่มีตารางงานงอกออกมา เช่น ต้องวิ่งไปถ่ายซีรีส์ อัดรายการวาไรตี้โชว์ เป็นเอ็มซี หรือดีเจตามรายการวิทยุต่างๆ

เคยได้ยินมาว่า ช่วงที่พีคมากๆ ไอดอลบางคนได้นอนวันละชั่วโมงเดียวเท่านั้นเอง

แค่พิมพ์ยังเหนื่อยแทนเลย

แถมไอ้ที่พิมพ์มาทั้งหมดนี่ ใช่ว่าทำอย่างเต็มกำลังแล้ว จะการันตีได้ถึงความสำเร็จนะ

อย่างนี้แล้ว ทำไมเตนล์ถึงอยากเป็นไอดอลล่ะ

แล้วเป็นคนไทยไปเดบิวต์ที่เกาหลีนี่ ไม่กลัวเหรอ

เตนล์ออดิชั่นเข้าค่าย SM Entertainment ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมดนตรีเกาหลีได้ในปี 2013 ใช่ไหม – รู้อะไรไหมว่าปีเดียวกันนั้น เราได้ทุนไปเรียนปริญญาโทที่ญี่ปุ่นล่ะ พอมองย้อนกลับไป เรายังจดจำความรู้สึกหวาดกลัวที่ต้องเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ในประเทศที่ใช้ภาษาเขาแทบไม่ได้เลย

ใช่, มันน่าตื่นเต้น แต่มันก็น่ากลัวไปพร้อมกัน

การเป็นเด็กฝึกในค่าย SM Entertainment ของเตนล์คงเจอประสบการณ์น่าตื่นเต้นเยอะใช่ไหม แต่ค่ายใหญ่ขนาดนั้น มีเด็กฝึกที่หน้าตาดีพอๆ กับเตนล์ (หรือมากกว่า) เป็นหลายร้อย มีคนที่น่าจะร้องได้ดีกว่า มีคนที่น่าจะเต้นได้ดีกว่า มีคนที่น่าจะเปล่งประกายได้เจิดจ้ากว่า – เตนล์เคยรู้สึกเปรียบเทียบตัวเองกับเด็กฝึกเหล่านั้นไหม

แต่เท่าที่เราติดตามเตนล์ ตั้งแต่ช่วงเปิดตัว SM Rookies ในปลายปี 2015 ไล่มาจนถึงการได้เดบิวต์กับวง NCT ในยูนิตแรกสุดอย่าง NCT U เมื่อเดือนเมษายน 2016 เตนล์ดูจะไม่ใช่คนเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นสักเท่าไหร่เนอะ (แต่การรู้จักเปรียบเทียบ ก็ไม่ใช่สิ่งไม่ดีนะ)

เท่าที่เรารู้จากการอ่านข่าวเกี่ยวกับเตนล์ คนเดียวที่เตนล์เปรียบเทียบด้วย ก็คือตัวเองในเมื่อวาน

เราเคยติดรายการ Produce 101 ซีซั่น 2 ที่ฉายปีที่แล้วมากๆ เป็นรายการที่รวมเอาเด็กฝึกจากค่ายเพลงทั่วเกาหลีใต้ 101 คน เพื่อมาคัดให้เหลือ 11 คน ที่จะได้เดบิวต์เป็นไอดอลเป็นระยะเวลาหนึ่งปีครึ่ง

ในรายการนั้น โบอา (BoA) – ตำนานของวงการดนตรีเกาหลี – ซึ่งเป็นพิธีกรหลัก (แถมเป็นรุ่นพี่ร่วมค่าย SM ของเตนล์ด้วย) เคยพูดประโยคปลุกขวัญเอาไว้ว่า

ความพยายามไม่เคยทรยศใคร

แต่ก็เป็นโบอาเช่นกันนะเตนล์ ที่พูดว่าการแข่งขันในรายการนั้นโหดมาก แต่ข้างนอกนั่น – วงการบันเทิงของจริงนั้น

โหดกว่านี้อีก

เป็นเด็กฝึก ว่าแข่งขันกันโหดแล้ว แต่เป็นไอดอลแข่งขันกัน โหดกว่านั้นอีก

เราเคยดูรายการใน YouTube ที่น้องสร วง CLC – ซึ่งก็เป็นคนไทยอีกคนในวงการเคป๊อป – พูดไว้ว่า ปีๆ หนึ่ง มีบอยแบนด์และเกิร์ลกรุ๊ปเดบิวต์ในเกาหลีเยอะมาก แต่พอผ่านไปปีสองปีก็เหลือรอดมาน้อยนิด การแข่งขันมันโหด และทุกอย่างอาจไม่เป็นอย่างที่เราคิด

วงไอดอลจำนวนหลักหลายร้อยในวงการเคป๊อป ถูกสาธารณชนจดจำชื่อได้เพียงหลักสิบเท่านั้นแหละ วงที่ไม่เคยเป็นที่จดจำก็จะได้แอร์ไทม์น้อย ล้มหายตายจาก หรือถูกจดจำในฐานะความล้มเหลวของค่าย

เตนล์, เตนล์เคยท้อไหม?

ปีที่แล้ว, ปี 2017 เป็นปีที่หนักสำหรับเตนล์ใช่ไหม

เตนล์บาดเจ็บที่ขา ต้องเข้ารับการผ่าตัด มีภาพเตนล์นั่งรถเข็นโผล่มา แต่ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนนักจากค่าย

สำหรับไอดอลที่เป็นเมนเต้นอย่างเตนล์ ขาสำคัญมาก เมื่อต้องเจ็บขาแบบนั้น ป่วยขนาดนั้น เคยท้อไหม?

เคยคิดอยากยอมแพ้รึเปล่า?

ความอ่อนแอทางกาย ส่งผลให้หัวใจอ่อนแอหรืองอแงบ้างไหม?

แต่เท่าที่เราเห็น, คำตอบของเตนล์คงเป็นคำว่า “ไม่” สินะ

ปีนี้ 2018 หลังจากหายเข้ากลีบเมฆไปเกือบปี เตนล์ก็กลับมาพร้อมสุขภาพที่แข็งแรง มีผลงานใหม่มาฝากแฟนๆ นั่นคือ เพลง ‘Baby Don’t Stop’ ที่ร้องคู่กับเพื่อนร่วมวงอย่าง ‘แทยง’ ภายใต้ยูนิต NCT U

เรารู้ว่าเตนล์เต้นเก่ง แต่ตอนที่เห็นเตนล์คัมแบ็ครอบนี้ เราขอสารภาพว่าเตนล์ทำให้เรารู้สึก WOW มาก

เตนล์เติบโตขึ้น แถมยังเซ็กซี่ และตกแฟนคลับหน้าใหม่ๆ ได้จำนวนมาก

อ้อ…แถมเตนล์ยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยการออกเพลงเดี่ยวเป็นเพลงภาษาอังกฤษภายใต้โปรเจ็คต์ SM Station อีกต่างหาก

เพลงเดี่ยว ‘New Heroes’ ของเตนล์ เตนล์ร้องเพลงได้ดีอย่างกับเป็นเมนโวคอลเลยนะ แสดงว่าช่วงเวลาที่หายไปพักฟื้น เตนล์ฝึกร้องเพลงอย่างหนักเลยใช่ไหม ช่วงที่ไม่มีแม้แต่แอร์ไทม์หรือแสงสปอตไลท์สาดส่อง เตนล์ก็ทำงานและพัฒนาทักษะใหม่ๆ อยู่ใช่ไหม

ในอัลบั้ม NCT 2018 Empathy เตนล์เขียนข้อความถึงแฟนๆ ไว้ว่า ช่วงที่ผ่านมาเตนล์สนุกกับการได้ลองทำอะไรใหม่ๆ อย่างยิ่ง ไล่มาตั้งแต่โซโล่เพลง ‘Dream In A Dream’ ภายใต้โปรเจ็คต์ SM Station ที่เตนล์เต้นตัวอ่อนคล้ายกับร่ายรำ ดูโอคอนเซ็ปต์เซ็กซี่อย่าง ‘Baby Don’t Stop’ จนถึงเพลงเดี่ยวภาษาอังกฤษ ‘New Heroes’

เหมือนเตนล์จะไม่กลัวล้ม ไม่กลัวเฟล ไม่กลัวโดนคอมเมนท์แรงๆ เมื่อต้องลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคยหรือเชี่ยวชาญเลยนะ

เตนล์, เห็นทุกสิ่งอย่างที่เตนล์ทำและเป็นแล้ว มันทำให้เราอยากลองพยายามดูบ้าง

พยายามที่จะไม่กลัวความล้มเหลว ไม่กลัวเฟล ไม่กลัวโดนคอมเมนท์แรงๆ – โดยเฉพาะเวลาที่ต้องผลิตผลงานใหม่ๆ ออกมา
เช่น บทความชิ้นแรกของคอลัมน์นี้

เขาว่ากันว่า นิยามของไอดอลคือบุคคลที่ถูกยกให้เป็นต้นแบบ ใช่ไหม?

ถ้าเป็นเช่นนั้น เตนล์ก็คงเป็นไอดอลของเรา

และเป็นบุคคลที่ถึงจะอายุน้อยกว่า แต่ก็เหมาะสมกับการถูกเรียกเป็น ‘อปป้า’ คนแรกของคอลัมน์นี้

ในโลกที่คนหมู่มากยังหวาดกลัวความล้มเหลวอยู่

ขอบคุณที่สะท้อนด้านที่กล้าหาญออกมา

ชิตพล ลี้ชัยพรกุล – อปป้าคนแรกประจำคอลัมน์นี้

ยินดีที่ได้รู้จักและได้เขียนถึงนะ


เตนล์

ชิตพล ลี้ชัยพรกุล อายุ 22 ปี เจ้าของส่วนสูง 170 เซนติเมตร อดีตผู้ชนะรายการ Teen Superstar ในนาม TNT ก่อนจะออดิชั่นเข้าค่าย SM Entertainment ได้ในปี 2013 และเดบิวต์ในเดือนเมษายน 2016 กับวง NCT โดยมีผลงานในยูนิต NCT U

นับถึงปัจจุบัน เตนล์ถือเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้เดบิวต์ในค่าย SM Entertainment ซึ่งถือเป็นค่ายใหญ่ยักษ์ในเกาหลีใต้ ซึ่งได้ชื่อว่าคัดโหด และฝึกโหดมาก

อ้อ…เผื่อใครออกเสียงชื่อเตนล์ไม่ถูก ชื่อ ‘เตนล์’ ออกเสียงเหมือนกับคำว่า ‘กระเต็น’ นั่นเอง

author
Tiktok
Tiktok เป็น fangirl ดำรงอยู่ด้วยปรัชญาชีวิตว่า 'เรื่องติ่งเราจริงจัง' เธอเคลมว่ามีเมนแค่วงเดียว คือ...เอ่อ 'วงการเกาหลี' Tiktok เคยออกหนังสือมาเล่มหนึ่ง (พิมพ์เอง) ชื่อ 'ซากุระ, ซาโยนาระ' ที่ร้านหนังสือแบรนด์ญี่ปุ่นจัดวางในชั้น 'ขายดี'