การพบกันระหว่างผู้นำสองคนสองขั้ว: โดนัลด์ ทรัมป์ และ คิม จอง อึน

เรื่อง: พชรกฤษณ์ โตอิ้ม

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ร่วมพูดคุยเจรจาหารือกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งทั่วโลกกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์การพบกันระหว่างสองผู้นำว่านี่อาจเป็นสัญญาณนำไปสู่การเจรจาข้อตกลงเพื่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี และรวมไปจนถึงการเจรจาข้อตกลงทางสันติภาพได้

เมื่อเวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (หรือเวลา 08.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซา ประเทศสิงคโปร์ ทั้ง โดนัลด์ ทรัมป์ และ คิม จอง อึน ได้ร่วมพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว โดยผู้ที่อยู่ระหว่างการพูดคุยมีเพียงแค่ล่ามเท่านั้น การประชุมใช้เวลาทั้งสิ้น 48 นาที ก่อนที่ในช่วงท้ายการประชุมจึงได้เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นการประชุมแบบทวิภาคี ร่วมกับบรรดากลุ่มเจ้าหน้าที่ ก่อนจะรับประทานอาหารกลางวันพร้อมกันเมื่อเวลา 11.30 น.

การประชุมในวันอังคารระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐกับผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นเหตุการณ์ที่หลายคนไม่คาดคิดมาก่อน เพราะการนัดหมายระหว่างทั้งสองผู้นำนั้นเพิ่งเป็นรูปเป็นร่างครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา อีกทั้งกำหนดการก็ยังไม่มีความชัดเจนจนถึงวันที่ 1 มิถุนายนเลยด้วยซ้ำ

การประชุมสุดยอดครั้งนี้มีความเสี่ยงหลายประการ ที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุดคือประเด็น ‘ความละเอียดอ่อนทางการเมือง’ เพราะการพูดคุยครั้งนี้ที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นการเจรจาของบุคคลสองคนที่ไม่สามารถคาดเดาผลลัพธ์ล่วงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย

เช้าวันอังคาร เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนถึงการประชุม ทรัมป์เขียนในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “การพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้แทนจะเป็นไปอย่างเรียบร้อยและรวดเร็ว” และเขาก็พิมพ์ต่อท้ายไว้ด้วยว่า “อย่างไรก็ตาม นั่นจะทำให้เรารู้ในไม่ช้า ว่าข้อตกลงจริงๆ นั้นจะเกิดขึ้นได้หรือไม่”

ก่อนหน้าการประชุมไม่นานนัก ทั้งทรัมป์และคิม จอง อึนพูดคุยแลกเปลี่ยนกันต่อหน้าช่างภาพสื่อมวลชนว่า “พวกเราตั้งหน้าตั้งตาที่จะร่วมมือกัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ”

และหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น ทรัมป์กล่าวว่า การประชุมสุดยอดครั้งสำคัญนี้ดำเนินไปอย่าง ‘ดีเลิศ’ และตัวเขาคาดการณ์ไว้แล้วว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับการระงับอาวุธนิวเคลียร์ของกรุงเปียงยางนั้น ก็ไม่ได้มีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างที่พูดคุย การประชุมครั้งนี้ได้ข้อสรุปตามข้อตกลงที่เคยกล่าวไว้เป็นที่เรียบร้อย

ไมค์ ปอมเปโอ (Mike Pompeo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ได้โพสต์ทวิตเตอร์ว่า ทรัมป์และคิม จอง อึนกำลังจารึกประวัติศาสตร์ผ่านการสานสัมพันธ์ครั้งใหม่

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศเคยกล่าวถึงเหตุการณ์การประชุมสุดยอดมาแล้วเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาเน้นย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดของสหรัฐคือการสนับสนุนนโยบายการประนีประนอมข้อพิพาทนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี โดยรัฐบาลวอชิงตันยินดีที่จะให้การ ‘รับประกันความมั่นคงเป็นพิเศษ’ หากรัฐบาลเปียงยางตกลงที่จะดำเนินการดังกล่าว

“ประธานาธิบดีทรัมป์มีความเชื่อว่าคิม จอง อึนมีโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเราและนำความสงบสุขกับความมั่งคั่งมาสู่ประเทศของเขาเองได้” ไมค์ ปอมเปโอ กล่าวกับผู้สื่อข่าว

“ความจริงคือ พอผู้นำทั้งสองหันหน้าคุยกัน นี่ก็นับว่าเป็นสัญญาณที่แสดงออกถึงศักยภาพที่ยิ่งใหญ่แล้ว และมันก็เป็นไปได้ว่า สิ่งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลต่อหมู่ประชาชนของเราและทั้งประชาคมโลก

ด้านเจ้าหน้าที่ของสหรัฐและสำนักข่าวเกาหลีเหนือ ต่างนำเสนอข่าวการประชุมครั้งนี้ด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความสำเร็จหลังการเจรจา ขณะเดียวกันนั้นเอง คณะทูตจากทั้งสองประเทศก็ได้นัดพบกันเป็นการส่วนตัวเพื่อชี้แจงถึงข้อตกลงอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น คำจำกัดความเกี่ยวกับการประนีประนอมข้อพิพาทนิวเคลียร์และข้อตกลงที่เปียงยาง เป็นต้น

ภายในวันนี้  โดนัลด์ ทรัมป์ จะออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังการประชุมสุดยอดของเขาที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซา


อ้างอิงข้อมูลจาก:
aljazeera.com
theguardian
cnbc.com
Editorial Staffการพบกันระหว่างผู้นำสองคนสองขั้ว: โดนัลด์ ทรัมป์ และ คิม จอง อึน

Related Posts

‘ไม่มีเหนือ-ใต้ มีแค่เกาหลี’ เสียงจากชาวโสม เมื่อสันติภาพแห่งคาบสมุทรผลิบาน

หลังการเกิดขึ้นของปฏิญญาปันมุนจอมที่เป็นหมุดหมายสำคัญของสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี เราสอบถามคนที่นั่นโดยใช้คำถามเรียบง่ายว่า "คุณคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร?" และนี่คือคำตอบของพวกเขา

จดหมายถึง ‘อปป้า’ คนแรกผู้ไม่กลัวเฟล

บทความเคป๊อปชิ้นแรกของ Tiktok ผู้เขียนหนังสือ 'ซากุระ, ซาโยนาระ' บนพื้นที่นี้คือ 'จดหมายถึง 'อปป้า' คนแรกผู้ไม่กลัวเฟล' สะท้อนชีวิตอีกด้านของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหารวงการบันเทิงเกาหลี - 'ไอดอล'

เกาหลีเหนือขู่ทรัมป์ล้มการเจรจา

ทันทีที่มีข่าวซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้สหรัฐ รัฐบาลเปียงยางจึงส่งสัญญาณว่าพวกเขาอาจล้มเจรจาการประชุมสุดยอด The North Korea–United States Summit เพราะเป็นการขัดต่อคำประกาศปันมุนจอม ที่มีข้อตกลงยุติการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันและกัน