ศาลสั่งจำคุกไม่รอลงอาญา วินมอเตอร์ไซค์แม่ลูกสอง กับจำเลยอีก 4 คน จากคดี ‘สหพันธรัฐไท’

21 มกราคม 2563 เวลา 9.00 น. ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาจำเลย 5 คน จากกรณีเกี่ยวข้องกับ ‘สหพันธรัฐไท’ โดยหนึ่งในจำเลยคือ ‘นางวรรณภา’ (สงวนนามสกุล) แม่ลูกสองซึ่งมีอาชีพขับจักรยานยนต์รับจ้างฐานอั้งยี่ ตามมาตรา 209 วรรค 1 ว่าผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่

เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 คือ นายกฤษณะ (สงวนนามสกุล) และจำเลยที่ 3 คือ นางประพันธ์ (สงวนนามสกุล) รับสารภาพในชั้นสอบสวน ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 จำคุกคนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญาและยกฟ้องข้อหายุยงปลุกปั่น มาตรา 116 คดีนี้สืบเนื่องจากศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาคดีครอบครองใบปลิวและเสื้อดำที่มีสัญลักษณ์ ‘สหพันธรัฐไท’

สำหรับกรณี ‘สหพันธรัฐไท’ ในคำบรรยายฟ้องของพนักงานอัยการระบุว่า จำเลยทั้ง 5 ในคดีนี้ กับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ได้แก่ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์, นายสยาม ธีรวุฒิ, นายวัฒน์ วรรลยางกูร และ นายกฤษณะ ทัพไทย ได้ร่วมกันเป็นหัวหน้า ผู้จัดการ หรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่ ในคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีการ ชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท มีความมุ่งหมายเพื่อต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อต้านรัฐบาล และ คสช. เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปสู่ระบอบการปกครองในระบอบสหพันธรัฐ ที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข

จำเลยทั้ง 5 คนกับพวกได้ร่วมกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ โดยได้เคลื่อนไหวปลุกระดมสมาชิกกลุ่มและประชาชนทั่วไปผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ เฟซบุ๊ค กลุ่มไลน์ ยูทูบ และการแจกเอกสารแผ่นปลิว ชักชวนให้สมาชิกกลุ่มและประชาชนทั่วไปต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อต้านรัฐบาล และ คสช. ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร

อนึ่ง จำเลยในคดีนี้ 3 คน มีอาชีพรับจ้าง อีก 2 คน ประกอบอาชีพให้บริการและค้าขาย โดย นายกฤษณะ และ นายเทอดศักดิ์ ขณะถูกจับกุมเป็นพนักงานขับรถของบริษัทเอกชน, นางประพันธ์ เปิดร้านนวดในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง, นางสาวจินดา (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 5 เป็นแม่ค้าขายขนมในตลาด, นางสาววรรณภา จำเลยที่ 4 ประกอบอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หารายได้เลี้ยงลูกชายวัยเรียน 2 คน โดยภายหลังการถูกดำเนินคดีปัจจุบันวรรณภาไม่ได้ทำงาน เนื่องจากอยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังการผ่าตัด ส่วนประพันธ์ถูกขังระหว่างพิจารณาคดีมากว่า 8 เดือน เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ประกัน

สำหรับช่วงเวลาที่โจทก์เห็นว่ากระทำความผิดเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน – 12 กันยายน 2561 ก่อนจะมีการจับกุม โดยมีรายงานว่าผู้ต้องหากรณีสหพันธรัฐไทจำนวนหนึ่ง ซึ่งลี้ภัยอยู่ต่างประเทศได้สูญหาย ขณะที่บางรายได้รับการตรวจสอบว่าเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ ทนายจำเลยและญาติได้ดำเนินการยื่นขอประกันตัวจำเลย 3 คน จำเลยที่ 1 นายกฤษณะ ได้ใช้หลักทรัพย์เดิมซึ่งเคยยื่นประกันไว้ จำนวน 100,000 บาท พร้อมติดกำไลข้อเท้า EM จำเลยที่ 2 นายเทอดศักดิ์ ต้องเปลี่ยนนายประกันเนื่องจากนายประกันคนเดิมไม่สะดวกมาทำเรื่องประกันตัว โดยยายของจำเลยได้มาเป็นนายประกันแทน และยื่นประกันด้วยหลักทรัพย์ 40,000 บาท พร้อมติดกำไลข้อเท้า EM ส่วนจำเลยที่ 3 นางประพันธ์ ยังคงถูกจำคุก โดยไม่มีญาติมายื่นประกันตัว และจำเลยที่ 4 นางสาววรรณภา เดิมวางเงินประกันตัวจำนวน 200,000 บาท แต่เนื่องจากศาลพิพากษาลงโทษ 3 ปี และตีวงเงินประกัน ปีละ 100,000 บาท ทำให้ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัวจำนวน 300,000 บาท จึงต้องเช่าหลักทรัพย์เพิ่มจำนวน 100,000 บาท โดยไม่ต้องติดกำไลข้อเท้า ทั้งนี้ ศาลได้อนุญาตประกันตัวจำเลยทั้งสาม ในเวลา 16.30 น.

Author

กองบรรณาธิการ
ทีมงานหลากวัยหลายรุ่น แต่ร่วมโต๊ะความคิด แลกเปลี่ยนบทสนทนา แชร์ความคิด นวดให้แน่น คนให้เข้ม เขย่าให้ตกผลึก ผลิตเนื้อหาออกมาในนามกองบรรณาธิการ WAY
Share via

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend