That Prada! เบื้องหลังชุดสุดเฉียบของ โอลิเวีย โคลแมน บนเวทีออสการ์ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY
olivia colman oscar 2019 prada

That Prada! เบื้องหลังชุดสุดเฉียบของ โอลิเวีย โคลแมน บนเวทีออสการ์

เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ หญิงสาวคนหนึ่งได้จัดงานเลี้ยงสละโสดขึ้นที่กรุงปารีส เธอและเพื่อนเดินสะดุดล้มในห้องเสื้อแบรนด์ดังอย่าง Prada ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าในเวลาหลายปีต่อมา หญิงสาวคนนั้นจะได้สวมใส่ชุดราตรีของ Prada ยืนอยู่บนเวทีออสการ์

เรื่องราวที่มาของชุดราตรีสีเขียวมรกต ที่ห่อหุ้มด้วยไหมออแกนซ่าสีเทาควันบุหรี่ ปักคริสตัลลายดอกตลอดทั้งผืน ผูกมัดเป็นโบว์ขนาดใหญ่ที่ด้านหลังของ โอลิเวีย โคลแมน (Olivia Colman) เจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิงคนล่าสุดของออสการ์ จากภาพยนตร์เรื่อง The Favourite มีที่มาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยรูปแบบที่แหวกขนบชุดราตรีสำหรับเดินพรมแดง แหกทุกตำราของชุดสำหรับการรับรางวัล สำหรับนักแสดงคนอื่นๆ แล้ว มักจะเลือกชุดที่สะกดคนทั้งงานมากกว่า เบื้องหลังวิธีคิดของเจ้า Prada สีเขียวบนเรือนร่างของเธอนั้นเป็นอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ


แมรี เฟลโลวส์ (Mary Fellowes) ผู้เป็นทั้งเพื่อนและสไตลิสต์ของโอลิเวีย คือคีย์แมนคนสำคัญในการรังสรรค์ชุดราตรีที่ต่างชุดราตรีอื่นๆ ในคืนวันประกาศผลออสการ์ครั้งที่ 91

แมรีเป็นชาวอังกฤษ ทำงานร่วมกับนิตยสารแฟชั่นชื่อดังระดับโลกอย่าง Vogue มาแล้ว 11 ครั้ง และเธอยังทำชุดให้กับดาราดังๆ อย่าง เทรซี เอลลิส รอสส์ (Tracee Ellis Ross), ลิฟ ไทเลอร์ (Liv Tyler), เอมี อดัม (Amy Adam) และอีกมากมาย ด้วยประสบการณ์มากกว่าสองทศวรรษ ทำให้เธอกลายเป็นสไตลิสต์ที่ไม่ใช่เพียงแค่คนทำชุด แต่เธอยังทำให้ชุดนั้นมีชีวิตที่มีความหมายให้กับผู้สวมใส่อีกด้วย

โอลิเวียและแมรีรู้จักกันผ่าน ฟีบี วอลเลอร์-บริดจ์ (Phoebe Waller-Bridge) นักเขียนและนักแสดงละครโทรทัศน์ชื่อดัง ในขณะที่โอลิเวียกำลังเตรียมตัวเพื่อไปพักผ่อนหลังจากถ่ายทำ Murder on The Orient Express เสร็จสิ้นในปี 2017 อาจจะเพราะชอบอะไรที่คล้ายคลึงกัน ทั้งคู่จึงกลายมาเป็นเพื่อนและเข้ากันได้เป็นอย่างดี

แมรีบอกว่า โอลิเวียเธอเป็นผู้หญิงที่สตรองทีเดียว เป็น working mother (แม่ที่ทำงานไปพร้อมๆ กับการเลี้ยงลูก) เป็นคนที่มีความเป็นของตัวเอง และที่สำคัญโอลิเวียมีหุ่นแบบผู้หญิงแท้ๆ (a real woman’s body) ซึ่งจุดเด่นที่แมรีมองเห็นในตัวของโอลิเวียได้เข้าไปผสมผสานกับรสนิยม ทัศนคติ และมุมมองของเธอที่มีต่อแฟชั่น จนกลายเป็นชุดราตรี Prada สีเขียวที่ทุกคนรู้จักในคืนวันประกาศรางวัลนั่นเอง

ทัศนคติของแมรีเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการทำชุดนี้ขึ้นมา ทำให้เธอแตกต่างจากสไตลิสต์คนอื่นๆ เธอมองว่า “แฟชั่นควรทำให้ผู้หญิงมีพลังมากกว่าจะย่อพวกเธอหดเล็กเป็นผู้หญิงไซส์ 0” ซึ่งทัศนคติของเธอที่มีต่อแฟชั่นในข้อนี้ทำให้ช่วยลดความประหม่าของโอลิเวียได้เป็นอย่างดี

หลายคนคงนึกว่าสำหรับดาราแล้ว การเลือกชุดเพื่อสวมใส่ไปงานเลี้ยง งานประกาศรางวัล หรือการเดินพรมแดงนั้นเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว แต่สำหรับโอลิเวีย ไม่ใช่โดยสิ้นเชิง เธอค่อนข้างประหม่าและไม่มั่นใจเมื่อต้องเดินบนพรมแดง อีเมลของเธอเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเธอยังต้องการสไตลิสต์ที่เก่งอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเป็นคนที่เข้าอกเข้าใจธรรมชาติของคนแต่ละคนด้วย

อีเมลของโอลีเวียเขียนไว้ว่า “ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมั่นใจเลยที่จะต้องเดินพรมแดง ที่จะต้องถูกถ่ายภาพ” ก่อนบอกไปอีกว่า “การต้องเป็นแบบที่คนอื่นเป็นมันออกจะง่ายกว่าจะต้องเป็นตัวของตัวเองในงานแบบนี้” เห็นได้ชัดว่าเธอค่อนข้างไม่มั่นใจที่จะต้องแสดงออกบนพรมแดง

แมรีรู้ปัญหาข้อนี้ดี เธอจึงพยายามเอาทั้งจุดเด่นของโอลิเวียและปัญหาของเธอมาคิด และพยายามออกแบบชุดสำหรับงานออสการ์ว่าควรเป็นแบบใด แมรีให้สัมภาษณ์ว่า ตลอดชีวิตการทำงานในสายอาชีพนี้ของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ว่า ข้อเท็จจริงสำหรับแฟชั่น ทั้งในนิตยสาร ทั้งบนพรมแดง มัน… มันเป็นวิธีคิดที่อยู่แต่ในกะลา นั่นก็ต้องหุ่นไซส์ 0 โน่นก็ต้องชุดราตรีหะรูหะรายาวเฟื้อยเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย ซึ่งมันทำให้ไม่มีใครดู ‘จริง’ เลย ไม่มีใครที่ดูเป็นผู้หญิงที่ใช้ชีวิตจริงๆ เลย

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะรู้สึกดีที่เป็นที่จับตามอง เธอเข้าใจว่า การยืนในจุดที่มีกล้อง แสงแฟลช และสปอตไลท์สาดใส่ เต็มไปด้วยสาดผู้คนที่จับตามอง มันสามารถทำได้เลย เพียงแค่มีวิธีจัดการกับสัดส่วน การตัดเย็บที่ดี มีทริคและหัดโพสให้กล้องรัก แค่นี้ก็ไม่จำเป็นที่ต้องมีหุ่นไซส์ 0 หรือชุดยาวกรุยกรายที่มากเกินไปหรอก

วิธีคิดส่วนนี้ของแมรีทำให้เราเห็นว่า เธอเป็นสไตลิสต์ที่ไม่ได้สักแต่ทำเสื้อ ทำชุด ให้เหล่าเซเลบริตีสวมใส่ประชันโฉมกัน แต่ยังเป็นคนให้ความสำคัญกับเรื่อง self-expression หรือการแสดงออกอีกด้วย

ครั้งหนึ่งหลังเกิดปรากฏการณ์ #TimesUp และ #MeToo ซึ่งเป็นขบวนการการเรียกร้องสิทธิจากการถูกคุมคามทางเพศ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการสู้เพื่อสิทธิสตรีในภายหลัง เธอได้พูดถึงมันว่า “สไตล์ของตัวเองสำคัญมากในการปรากฏตัวในที่สาธารณะสำหรับเหล่าดารา” เพราะสอง แฮชแท็กนี้เริ่มโด่งดังจากการเคลื่อนไหวของเหล่าดาราฮอลลีวูด ซึ่งมีอิทธิพลต่อสังคมอย่างมาก

โอลิเวียต้องเดินสายรับรางวัลหลายเวที ก่อนหน้านี้เธอก็เคยสวมชุดของ สเตลลา แมคคาร์ทนีย์ (Stella McCartney) ในการขึ้นรับรางวัลของเวที Bafta พอถึงเวลาของออสการ์ Prada ได้กลายเป็นห้องเสื้อที่เข้ามาตัดชุดให้กับแมรีและโอลิเวีย ตอนแมรีรับสายจาก Prada เธอดีใจจนเกือบร้องไห้ แถมโอลิเวียก็เคยพูดถึงทีมจาก Prada ว่า “พวกเค้าโคตรจะน่ารักเลยค่ะ”

ทีมตัดเย็บจาก Prada รับแบบจากแมรี และในที่สุดก็ออกมาเป็นชุดราตรีคอเต่าไม่มีแขน สีเขียวมรกตที่ถูกตัดเย็บด้วยไหม radizimir พร้อมด้วยการประดับตกแต่งจากไหมออแกนซ่า (organza) สีเทาควันบุหรี่ ที่มีลักษณะคล้ายกับผ้าชีฟองแต่แข็งกว่า โดยส่วนของไหมออแกนซ่าถูกออกแบบเพื่อให้มีการสวมใส่รวบหัวไหล่แล้วสามารถมัดเป็นโบว์ขนาดใหญ่ที่ด้านหลัง ตัวไหมออแกนซ่าประดับประดาด้วยคริสตัล Swarovski ลายดอกไม้ที่ลดหลั่นกันไป ตามคำขอของโอลิเวีย “ของ่ายๆ แต่ต้องมีโบว์ใหญ่ข้างหลังนะ”

ในที่สุด พระราชินีแอนน์ จากภาพยนตร์เรื่อง The Favourite ก็ได้เดินเข้าไปรับรางวัลและพูดสปีชซึ่งเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก ว่าเธอนี่แหละ ที่สุดแห่งความเรียล เธอเริ่มต้นกล่าวด้วยการอุทาน “เอ่อ ฉัน อู้ ฉันกังวลจริงๆ เลยค่ะ มันพีคจริงๆ เลยนะคะเนี่ย ดะ ได้ออสการ์แล้ว…” (It’s genuinely quite stressful. This is hilarious. Got Oscar! ) ก่อนจะพูดไปทั้งน้ำหูน้ำตา ภาษาพูดภาษากายของโอลิเวียทำเอาผู้คนที่ลุ้นฟังสปีชของเธออดยิ้มไม่ได้ ซึ่งความ ‘เรียล’ ของเธอที่ออกมาจากอินเนอร์ในวันรับรางวัล ก็ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมแมรีผู้มีความอึดอัดมาตลอดชีวิตการทำงานแฟชั่น และเรียกร้องหาความ ‘เรียล’ จากวงการแฟชั่น ได้เข้ามาทำชุดให้กับโอลิเวีย

ท้ายที่สุดแล้ว โอลิเวียก็ได้สวมใส่ชุดราตรีจาก Prada จริงๆ หลังจากที่เคยพูดเล่นกับเพื่อนในช่วงที่มีปาร์ตี้สละโสดที่กรุงปารีสว่า ‘ฉันจะใส่ชุดของ Prada ให้ได้สักวัน’

ที่มา: nytimes.com

 

Author

รุ่งรวิน แสงสิงห์
อดีตนักศึกษาการเมือง ดื้อดึง อวดดีและจอมขบถ ผู้หลงรักในการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา เธอปรารถนาที่จะแสดงออกให้ชัดเจนที่สุดโดยเฉพาะบนตัวอักษรที่ออกมาจากมือของเธอ

Illustrator

บัว คำดี
จากนักเรียนสายหนังผันตัวมาทำกราฟิกดีไซน์และงานโมชั่น แม่นยำเรื่องจังหวะเวลาแม้กระทั่งการเคี้ยวข้าวทีละคำด้วยความเร็วสม่ำเสมอจนหมดเวลาพักเที่ยง ฝากลายเส้นไว้ในชิ้นงานแนวรักเด็ก รักโลก ละมุนละไม แต่อีกด้านที่ทำให้กองบรรณาธิการต่างเกรงกลัวไม่กล้าแบทเทิลด้วย คือความเอาจริงเอาจังกับตารางเวลา ตรงไปตรงมา ลงจังหวะเน้นเป๊ะตามบาร์แบบชาวฮิพฮอพ