The Godfather: การกลับมาของ ‘ผู้ชายที่กำลังสูญพันธุ์’ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

The Godfather: การกลับมาของ ‘ผู้ชายที่กำลังสูญพันธุ์’

กลับมาฉายให้ได้ชมกันอีกครั้ง สำหรับภาพยนตร์แก๊งสเตอร์บุคลิกลุ่มลึกอย่าง The Godfather (โดยมีให้ชมครบทั้ง 3 ภาค) ในรูปแบบสตรีมมิ่งผ่าน Netflix ภาพยนตร์ที่โด่งดังตรึงอารมณ์ผู้คนจนติดอันดับหนังคลาสสิกหลายสถาบันเรื่องนี้ ดัดแปลงจากนวนิยายของ มาริโอ พูโซ (Mario Puzo) ตีพิมพ์ในปี 1969 ว่าด้วยชีวิตของตระกูลคอร์ลีโอเน เจ้าพ่อเชื้อสายอีตาเลียนในนิวยอร์ค กำกับโดย ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา (Francis Ford Coppola) ออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 1972

ในวาระที่หนังอมตะอย่าง The Godfather หวนกลับมานี้เอง จึงควรกล่าวถึงแง่คิดจากบางมุมที่ได้จากหนัง ‘เจ้าพ่อ’ นี้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทบทวนประเด็นสำคัญจากเรื่องราวของตระกูลคอร์ลีโอเน ที่ชวนให้นึกย้อนไปพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเจ้าพ่อกับอำนาจรัฐที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดศตวรรษที่ 20

รายงานชิ้นนี้ ไม่ต้องการเล่าเรื่องย่อหรือบรรยายตัวละครของหนัง (สำหรับผู้สนใจสามารถหาอ่านได้ ซึ่งมีอยู่ทั่วไป) หากแต่ต้องการวิเคราะห์ลงไปในแบบแผนการปฏิบัติของครอบครัวตระกูลคอร์ลีโอเน เข้ากับบริบททางเศรษฐกิจการเมืองของสหรัฐที่ตัวละครต่างๆ ใน The Godfather โลดแล่นอยู่

The Godfather แบ่งออกเป็น 3 ภาค ภาคแรก (1972) กล่าวถึงการต่อสู้ระหว่างกลุ่มเจ้าพ่อในนิวยอร์ค โดยเฉพาะตระกูลคอร์ลีโอเนกับตระกูลแทตทาเลีย ในยุคที่ ดอน วีโต คอร์ลีโอเน (รับบทโดยมาลอน แบรนโด ) มีอำนาจพุ่งถึงขีดสุด เขาครอบครองอิทธิพลในหมู่ผู้พิพากษาและนักการเมืองบางกลุ่ม แต่การปฏิเสธข้อเสนอให้คุ้มครองธุรกิจค้ายาเสพติดจากตระกูลคู่แข่งก็เปิดฉากความขัดแย้งที่เล่นเอาสูญเสียคนในครอบครัวอย่างน่าเศร้าสลด

ภาคสอง (1974) เป็นการเล่าเรื่องแบบตัดสลับกันระหว่างชีวิตการอพยพของคอร์ลีโอเนผู้พ่อในวัยกระเตาะ ที่หนีการกดขี่ปราบปรามจากเจ้าพ่อท้องถิ่นในเมืองเล็กๆ ของอิตาลี มาสู่การสร้างเนื้อสร้างตัวในดินแดนใหม่อย่างสหรัฐอเมริกา และเรื่องราวของคอร์ลีโอเนผู้ลูก (ไมเคิล คอร์ลีโอเน รับบทโดย อัล ปาชิโน) ที่กำลังเผชิญประดาข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องการเอาเขาเข้าคุก

ภาคสาม (1990) เป็นการเล่าถึงชีวิตช่วงปลายของ ไมเคิล คอร์ลีโอเน และการต่อสู้ระหว่างกลุ่มมาเฟีย ในตอนนี้ผู้กำกับได้พาย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของอิทธิพลเจ้าพ่ออเมริกันเชื้อสายอีตาเลียน คือตอนใต้ของประเทศอิตาลี ผูกเข้ากับเรื่องราวธุรกิจการเมืองสีเทาที่เกี่ยวโยงกับการเปลี่ยนแปลงในศาสนจักร

ปฐมบทของเจ้าพ่อ

เรื่องราวของตระกูลคอร์ลีโอเน ดูจะไม่ห่างจากโลกแห่งความเป็นจริงนัก การขึ้นมามีอิทธิพลของผู้อพยพชาวอิตาลีในสหรัฐที่เกาะกลุ่มกันจนมีแบบแผนร่วมกัน ไม่เพียงทำให้พวกเขาอยู่รอดเท่านั้น หากแต่ยังได้เปลี่ยนมาสู่การครองอำนาจที่คุ้มครองตระกูล พวกพ้อง และว่านเครือทางอำนาจ โดยมีทั้งธุรกิจถูกกฎหมายและผิดกฎหมายเป็นขุมทรัพย์หนุนหลัง

คำถามคือ อะไรที่ทำให้เจ้าพ่อมีลักษณะที่ต่างออกไปจากกลุ่มอำนาจอื่น เช่น นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าที่ดิน หรือศักดินา ฯลฯ เราอาจจะเริ่มคิดเรื่องนี้ได้จากชีวิตของ วีโต คอร์ลีโอเน ในวัยเยาว์ (วีโต คอร์ลีโอเน ในวัยหนุ่มแสดงโดย โรเบิร์ต เดอ นีโร)

จากบทความเรื่อง ‘มาเฟียต้นแบบในอิตาลีและอาชญากรรมจัดตั้งในสหภาพยุโรป’ เขียนโดย ณัฐนันท์ คุณมาศ เล่าว่ามาเฟียยุคแรกๆ เกิดขึ้นในตอนใต้ของเกาะซิซิลี (Sicily island) เมืองพาเลอร์โม (Palermo) ในปลายศตวรรษที่ 17 เนื่องจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม มาเฟียในยุคแรกจะทำหน้าที่เก็บค่าเช่าที่นาจากชาวนาส่งให้เจ้าที่ดิน ส่วนในศตวรรษ 19-20 เมื่อเกิดชนชั้นกลางขึ้น พวกเขาจัดสรรที่ดินให้เช่า และทำหน้าที่เชื่อมต่อกับนักการเมือง รวมถึงรักษาความสงบเรียบร้อยของเมือง

ในช่วงเวลาเดียวกัน (ต้นทศวรรษที่ 20) เราจะเห็นบทบาทของมาเฟียท้องถิ่นที่ฆาตกรรมครอบครัวคอร์ลีโอเนเกือบยกครัว เพราะในขณะที่มาเฟียรักษาความสงบเรียบร้อย พวกเขาก็กดขี่ชาวบ้านในท้องถิ่นไปด้วยในขณะเดียวกัน ทำให้วีโต คอร์ลีโอเนหนีภัยไปสู่สหรัฐ และเริ่มเส้นทางเจ้าพ่อด้วยการฆ่านักเลงหัวไม้ที่วันๆ เอาแต่รีดไถชาวบ้าน

อย่างไรก็ตาม จากบทความข้างต้นได้เสนอว่ามาเฟียในยุคนี้จะมีตระกูลใหญ่ที่สุดยึดเอาเกียรติที่เรียกว่า ‘Vendetta’ เป็นแบบแผนปฏิบัติร่วมกัน 5 ข้อ ซึ่งหากนำมาพิจารณาร่วมกันกับ The Godfather จะเห็นได้ว่าคติเหล่านี้แฝงฝังอยู่ในภาพยนตร์ตลอดทั้ง 3 ภาค คือ

  1. ความจงรักภักดีต่อสมาชิกของกลุ่ม ไม่แทรกแซงผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน และไม่ปากโป้ง หลักการนี้มีไว้เพื่อคงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สันติภาพ ความสงบ และความลับของกลุ่ม
  2. การใช้เหตุผล การทำงานเป็นทีม ไม่เกี่ยวข้องกับสังเวียนที่คิดว่าจะพ่ายแพ้ หลักการข้อนี้เห็นว่าการใช้เหตุผล การประมาณตนและความรอบคอบเพื่อองค์กร มีความสำคัญในการช่วยให้อาชญากรรมที่ก่อขึ้นเป็นไปด้วยดี การใช้กำลังต่อสมาชิกกลุ่มเดียวกัน หรือการปล้นพวกเดียวกันต้องไม่เกิดขึ้น
  3. เป็นบุรุษผู้มีเกียรติ ปฏิบัติสิ่งที่ถูกต้องเสมอ เคารพสุภาพสตรีและคนชรา หลักการนี้ส่งเสริมความมีเกียรติของมาเฟีย ส่งเสริมการตรวจสอบของสมาชิกคนอื่น เมื่อคิดว่าเขาผู้นั้นทำสิ่งที่ไม่รักเกียรติของกลุ่ม แม้แต่การตรวจสอบผู้ที่อยู่ในระดับสูงกว่า ในเรื่องการเคารพผู้หญิงในฐานะเพศแม่ มาเฟียในยุคนี้จึงไม่เกี่ยวข้องกับการค้าผู้หญิง
  4. เป็นผู้ยืนหยัด เปิดหูเปิดตาแต่ปิดปากอยู่เสมอ หลักการนี้ส่งเสริมให้มาเฟียไม่หวั่นไหวหรือหวาดกลัวในสถานการณ์ที่บีบบังคับ หรือตอนถูกจับกุม แม้จะได้รับการลงโทษจะต้องไม่คร่ำครวญ หรืออ้อนวอนโดยแลกกับการขายความลับของกลุ่ม
  5. เป็นผู้มีรสนิยม เป็นตัวของตัวเอง รอบรู้ในเรื่องต่างๆ หลักการนี้ส่งเสริมให้ซื่อสัตย์ แข็งแกร่ง และพึงระลึกว่ามาเฟียเป็นผู้ที่มีเกียรติสูงส่งกว่านักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และตำรวจผู้ซึ่งประพฤติทุจริตต่อประชาชนยิ่งกว่า1

แบบแผนที่ใช้ปฏิบัติในกลุ่มตระกูลเจ้าพ่อเหล่านี้ได้ปรากฏในฉากต่างๆ ของเรื่อง เช่น ในภาคแรกเมื่อวีโตกำชับไมเคิล ลูกชายคนเล็กผู้ที่จะก้าวขึ้นมาดูแลอาณาจักรของครอบครัวในเวลาต่อมา ด้วยประโยคที่ว่า “คนที่มาติดต่อให้เจรจาสงบศึกกับศัตรู คนนั้นคือคนทรยศ” หรือ “มิตรภาพคือทุกสิ่งทุกอย่าง สำคัญกว่าพรสวรรค์ สำคัญกว่ารัฐบาล มันเกือบจะเท่าความสัมพันธ์ในครอบครัว” ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ที่เน้นความจงรักภักดีของกลุ่มอย่างเหนียวแน่น

จาก The Man of Honor สู่ The Man of Wealth

เมื่อเจ้าพ่อมีอำนาจบารมีทั้งในและนอกกลไกรัฐ พวกเขาทำงานผ่านเส้นสายอุปถัมภ์และคอนเนคชั่น มีธุรกิจที่ทั้งถูกและผิดฎหมาย แต่วิธีการในการดำเนินการก็มีแนวโน้มสุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายมากกว่า และในบางครั้งก็ละเมิดหลักศีลธรรม

ฉากเปิดเรื่องของภาคแรกดูจะจับภาพการตอบแทนบุญคุณได้ดี เมื่อผู้ชายคนหนึ่งมาขอให้วีโตช่วยจัดการกับความไม่เป็นธรรม ในวันที่ลูกสาววีโตกำลังจะแต่งงาน ชายคนนั้นกล่าวว่า “เขาไม่ได้รับความยุติธรรม” จากการที่ลูกสาวของเขาถูกข่มขืนและทำร้ายจากกลุ่มชายจำนวนหนึ่ง จนเป็นคดีความแต่ศาลมลรัฐกลับพิพากษายกฟ้อง

อีกบทบาทของเจ้าพ่อในเรื่องนี้ ที่เราจะได้เห็นอยู่เนืองๆ คือการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เจ้าพ่อจะคอยทำหน้าที่ที่กลไกรัฐเอื้อมไปไม่ถึง หรือไม่สามารถจัดการได้ เช่น ฝากคนเข้าทำงาน ให้กู้ยืมเงิน การกีดกันทางการค้า ฯลฯ เช่นในฉากการบริจาคทุนการศึกษาของภาคสอง เมื่อตระกูลคอร์ลีโอเนจัดงานเลี้ยงใหญ่โตริมทะเลสาบข้างบ้านพัก โดยมีวุฒิสมาชิกมารับเงินบริจาคด้วยตัวเอง แต่การเจรจาในห้องส่วนตัวกลับเต็มไปด้วยการต่อรองที่สกปรกและชิงเหลี่ยม และในภาคนี้หนังได้นำเสนอการต่อรองที่ผูกเงื่อนและชี้เป็นชี้ตาย อำนาจของเจ้าพ่อไปไกลกว่าการฆ่าผู้อื่น แต่นั่นคือความสามารถในการให้ผู้อื่นฆ่าตัวเอง

แน่นอนว่าตระกูลคอร์ลีโอเนเข้าข่ายการยึดหลักการ Vendetta ที่มีลักษณะสำคัญ 5 ข้อ แต่ ‘เจ้าพ่อ’ ก็เช่นเดียวกับคนในวงการอื่น คือมีพลวัตในตัวเอง มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และวันหนึ่ง ธุรกิจที่เคยถูกมองว่าสกปรกอย่างการค้ายาเสพติด ก็เข้ามาท้าทายสำนึกที่ยึดถือมานานของตระกูลคอร์ลีโอเน

ในภาคแรกเราจะเห็นว่าวีโตปฏิเสธผลประโยชน์ของกลุ่มก็นำมาสู่การล้างบางครั้งใหญ่กันเอง และยึดมั่นกับ The Man of Honor (บุรุษผู้มีเกียรติ) ขณะที่สมาชิกตระกูลคนอื่นๆ เริ่มเปลี่ยนไปสู่ The Man of Wealth (บุรุษผู้มั่งคั่ง)

อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงภาคสอง การเปลี่ยนแนวทางธุรกิจครั้งใหญ่ของตระกูลคอร์ลีโอเนก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออำนาจเปลี่ยนจากวีโตมาสู่กำมือของไมเคิล ฉากการเจรจาธุรกิจ ณ โรงแรมหรูกลางกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา ท่ามกลางสถานการณ์ปฏิวัติที่กำลังแหลมคม ก็แสดงให้เห็นการเดินไปสู่ “บุรุษผู้มั่งคั่ง” ว่าไม่ได้มาอย่างง่ายดายหากแต่เต็มไปด้วยไหวพริบและเล่ห์เหลี่ยม เมื่อไมเคิลเล่าถึงเหตุการณ์ขณะที่เขานั่งรถรอบกรุงฮาวานา แล้วพบการจับกุมฝ่ายกบฏในเมือง ระหว่างนั้นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งจุดระเบิดก่อนจะลากตำรวจเข้าไปพลีชีพในรถ ไฮแมน รอธ คู่เจรจาการค้าซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อของไมเคิลด้วย ก็ถามไมเคิลกลับว่า “แล้วแกคิดยังไง” ก่อนที่ไมเคิลจะตอบกลับมาว่า “คิดว่าเขา (พวกกบฏ) จะชนะได้” ไมเคิลจึงทอดเวลาตอบรับข้อเสนอทางธุรกิจจากเพื่อนเก่าแก่ของพ่อออกไป

ปัจฉิมบทของเจ้าพ่อ

จนกระทั่งมาถึงในภาคสาม เราจะได้เห็นภาวะสั่นคลอนของการเมืองมาเฟีย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจการเมืองอย่างมากตลอดทศวรรษที่ 1980-1990 นักการเมืองจำนวนหนึ่งเริ่มคิดถึงผลประโยชน์ในรูปแบบใหม่ จากยาเสพติด การค้าผู้หญิง การฟอกเงิน ไปจนถึงแทรกแซงการแต่งตั้งพระสันตะปาปา

แม้ว่า ไมเคิล คอร์ลีโอเน จะหลุดพ้นความผิดจากกระบวนการสอบสวนของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐ แต่ในชีวิตบั้นปลายของเขาต้องเผชิญการปัญหาใหม่ๆ จากกลุ่มเจ้าพ่ออื่นๆ ที่ต้องการล้างบางตระกูลคอร์ลีโอเน ความร่วมมือใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นของธุรกิจระหว่างประเทศ การติดสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐแบบเก่า หรือการฆาตกรรมทางการเมืองก็นำมาสู่สภาวะล่มสลาย

เมื่อหันมามองทศวรรษที่ 1990 ในโลกแห่งความเป็นจริง ก็จะพบว่ารัฐบาลอิตาลีได้รับความร่วมมือจากองค์การระหว่างประเทศและเริ่มทำการกวาดล้างอิทธิพลของมาเฟีย หนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าจดจำ เกิดขึ้นในปี 1993 เมื่อนักธุรกิจและนักการเมืองกว่า 3,000 คน ในอิตาลีถูกจับกุมในข้อหาคอร์รัปชัน หนึ่งในนั้นคือนายกรัฐมนตรี อังเดรออตติ (Giulio Andreotti)

ในภาคสามนี้เอง เราจะได้เห็นฉากที่พระสันตะปาปามอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขั้นสูงสุดให้แก่ ดอน ไมเคิล คอร์ลีโอเน ซึ่งได้ทำประโยชน์ให้แก่ศาสนจักรด้วยการบริจาคเงินจำนวน 100 ล้านเหรียญ ราวกับต้องการชดใช้บาปกรรมที่เคยกระทำลงไป ในยุคนี้ได้ผูกโยงการต่อสู้ของ ‘อาณาจักร’ เข้ากับการเมืองใน ‘ศาสนจักร’  ผ่านการต่อรองของตัวละครต่างๆ ในสำนักวาติกัน และธุรกิจที่มีศูนย์กลางในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

แม้ว่าตอนสุดท้าย ไมเคิลจะรอดชีวิตจากการถูกลอบฆ่าจากที่ประชุมเจ้าพ่อ ก่อนจะพยายามถ่ายโอนอำนาจจากตัวเขาซึ่งเป็นเจ้าพ่อรุ่นสองไปยังหลานของเขา แต่เขาก็หนีไม่พ้นความผิดในสำนึกตน ชั่วขณะนี้เองหนังได้สะท้อนการวางมือของเจ้าพ่ออย่างสงบ ผ่านฉากจบที่ตราตรึงใจผู้ชม และหากเราสวมเข้ากับบริบทเศรษฐกิจการเมืองแล้ว ก็พลันให้นึกถึงการก้าวขึ้นมานำของกระแสโลกาภิวัตน์ ในช่วงทศวรรษที่ 1990 ที่อำนาจอุปถัมภ์แบบดั้งเดิมเริ่มคลอนแคลนและค่อยๆ ปิดฉากลงไป

การกลับมาของ The Godfather ครั้งนี้ ไม่ต่างกับการพาเราเดินไปตรวจทานอดีตที่ผิดพลาดอันไกลโพ้นนั้นอีกครั้ง

เชิงอรรถ

  1. Sean Grennan … [et al.], Gangs: An International Approach, Upper Saddle River, N.J.: Prentice Hall, 2000, Chapter 4, อ้างจาก ณัฐนันท์ คุณมาศ. (2546, มกราคม-มิถุนายน). มาเฟียต้นแบบในอิตาลีและอาชญากรรมจัดตั้งในสหภาพยุโรป. วารสารสังคมศาสตร์. 34(1): 457-477

 

Author

อิทธิพล โคตะมี
อิทธิพลเข้ามาในกองบรรณาธิการ WAY พร้อมตำรารัฐศาสตร์ สังคม การเมือง ถ้อยคำบรรจุคำอธิบายด้านทฤษฎีและวิธีการปฏิบัติ คาแรคเตอร์โดยปกติจะไม่ต่างจากนักวิชาการเคร่งขรึม แต่หลังพระอาทิตย์ตกไปสักพัก อิทธิพลจะเป็นชายผู้อบอุ่นที่โอบกอดมิตรสหายได้ทุกคน