Where the Wild Things Are เดี๋ยวกินแม่ให้หมดเลยนี่!

เจ้าตัวร้ายอยู่ไหน Where the Wild Things Are ที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นภาพยนตร์ปี 2009 ผลงานกำกับของ สไปค์ โจนซ์ (Spike Jonze) สร้างจากหนังสือนิทานประกอบภาพคลาสสิกตลอดกาลปี 1963 เรื่องเดียวกันของ มอริซ เซนแดค (Maurice Sendak 1928-2012) แต่มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร

จะว่าไปหนังสือนิทานประกอบภาพเรื่องนี้ดีเลิศจนไม่ควรแตะต้องอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็มีผู้กล้าแตะต้องจนได้ ซึ่งเมื่อทำออกมาแล้วก็มิได้ดีเลอเลิศเท่าหนังสือแม้ว่าจะได้รับคำชื่นชมมาก ที่หยิบเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังเพราะมีเสียงร่ำลือกันว่า พ่อแม่หลายบ้านกำลังสติแตกกับลูกๆ ที่กำลังสติแตกเพราะเรียนออนไลน์   

เรามาดูกันเรื่องแม่เลวแม่ดี หรือแม่ใจร้ายแม่ใจดีกันอีกครั้งหนึ่งครับ

จำได้ว่าเคยเขียนเรื่องแม่เลวแม่ดี (bad mother, good mother) ให้ WAY มาก่อนแล้ว ข้อเขียนวันนี้เป็นภาคต่อ

เริ่มต้นด้วยหนังปี 2009 นี้ เปิดฉากเป็นหน้าหนาว มีหิมะท่วมหน้าบ้าน เด็กชายแม็กซ์ขุดหิมะทำเป็นอิกลู (igloo) บ้านเอสกิโม แล้ววิ่งไปชวนให้พี่สาวออกมาดู แต่พี่สาวไม่ว่างและไม่สนใจเพราะพี่สาวเป็นสาวแล้ว เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับหนุ่มๆ อยู่

สักครู่หนึ่งมีหนุ่มๆ มาพอดี พวกเขาเข้าไปหาพี่สาวในบ้านแล้วชวนกันออกไป แม็กซ์อยากหาคนเล่นด้วยจึงปาก้อนหิมะใส่พวกหนุ่มๆ สงครามก้อนหิมะจึงเกิดขึ้น แต่การละเล่นเลยเถิด พวกหนุ่มๆ หยอกแม็กซ์แรงๆ ตามด้วยการทลายบ้านอิกลูที่เขาบรรจงสร้างขึ้น เขาร้องไห้

พี่สาวแท้ๆ และพวกหนุ่มๆ หันมามองเขางงๆ แล้วจากไป

แม็กซ์อารมณ์ไม่ดีเดินเข้าบ้าน เขาโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงบุกห้องพี่สาวแล้วทำลายข้าวของ เย็นวันนั้นเมื่อแม่กลับจากที่ทำงานพบเข้าก็ไม่ว่าอะไร รับฟังและชวนเขาทำความสะอาดห้องพี่สาว พอตกค่ำแม็กซ์พบแม่เอาแต่พูดจาหยอกล้ออยู่กับหนุ่มใหญ่ที่มาหาโดยไม่สนใจเขา พอถึงเวลากินข้าวแม่ก็ทำกับข้าวที่เขาไม่ชอบให้กิน เขาเริ่มก่อกวนแม่หนักขึ้นๆ และเพื่อเพิ่มความร้ายกาจมากยิ่งขึ้น เขาสวมชุดฮู้ดหมาป่าสีขาวอาละวาดไปทั่วบ้าน 

เอาจนแม่สติแตกตะโกนใส่เขาว่า “ไม่ต้องกินแล้ว! ไปห้องนอนเดี๋ยวนี้!” 

แม็กซ์โต้กลับว่า “เดี๋ยวกินแม่ให้หมดเลยนี่!” แล้วเตลิดออกนอกบ้าน เวลานั้นมืดแล้ว เขาวิ่งเข้าไปในสวน ลงเรือลำหนึ่งแล้วแล่นออกไป เรือนั้นพาเขาไปถึงเกาะแห่งหนึ่งที่ซึ่งเขาพบตัวประหลาดขนาดใหญ่ 7 ตัวล้อมกองไฟกองหนึ่ง ตัวประหลาดมีเขาตัวหนึ่งชื่อ แครอล เป็นชาย เขาพูดคุยกับแม็กซ์ถูกคอ ถึงกับแต่งตั้งแม็กซ์เป็นราชาของพวกมัน ยังมีตัวประหลาดอีกตัวหนึ่งเป็นหญิง ชื่อ เคดับลิว เคดับลิวนุ่มนวลกับแม็กซ์มากกว่าเพื่อน และคุยกับเขาในยามค่ำคืนอย่างเข้าใจ

“ผมเป็นเด็กเลว” แม็กซ์พูดกับเคดับลิว

หนังต่างจากหนังสือหลายจุด แต่ที่ต่างกันมากคือช่วงเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงของหนังที่เล่าเหตุการณ์บนเกาะกับตัวประหลาดเหล่านี้ หนังสือจะไม่พูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย ตัวประหลาดในหนังสือไม่มีชื่อ นี่จึงเป็นส่วนเกินของหนังเหตุเพราะหนังพาเราออกจากเนื้อเรื่องหลักไปมาก

เนื้อเรื่องหลักคืออะไร? เรามาอ่านหนังสือกัน

หนังสือนิทานประกอบภาพสำหรับเด็กเรื่องนี้ไม่ยาว ที่จริงแล้วสั้นมาก ใช้รูปภาพขนาดใหญ่ไม่มากและใช้คำบรรยายไม่กี่ประโยค แต่ช่วยให้เราตั้งคำถามได้เมื่ออ่านจบว่าระหว่างแม่กับแม็กซ์ ใครกันที่เป็นเจ้าตัวร้าย นั่นคือนัยของชื่อเรื่อง Where the Wild Things Are เจ้าตัวร้ายอยู่ไหน

ในหนังสือเริ่มด้วยรูปแม็กซ์ในชุดฮู้ดหมาป่าถือค้อนเล่นซนอยู่ในบ้าน แกล้งหมาด้วย แม่เรียกเขาว่า “เจ้าตัวร้าย” Wild Things! แม็กซ์โต้ว่า “เดี๋ยวกินแม่ให้หมดเลยนี่!” แม่ไม่ให้เขากินข้าวเย็นแล้วไล่เขาขึ้นห้องนอน ดึกคืนนั้นห้องนอนก็กลายเป็นป่า แม็กซ์แล่นเรือออกทะเลไปจนพบเกาะของพวกเจ้าตัวร้าย เขาตั้งตัวเป็นราชาแล้วร้องรำทำเพลงสนุกสนานกับพวกเจ้าตัวร้าย เขาสั่งพวกเจ้าตัวร้ายหยุดเต้นและเข้านอน แต่เขาเหงาจึงนั่งเรือกลับบ้าน พวกเจ้าตัวร้ายกรูกันมาเรียกเขากลับ “อย่าไปเลย พวกเราจะกินเธอให้หมดตัว พวกเรารักเธอมาก” แม็กซ์กลับถึงบ้านพบว่าแม่ทำกับข้าววางไว้ให้เขา

ที่สำคัญคือกับข้าวยังร้อนอยู่

นิทานประกอบภาพสำหรับเด็กเรื่องนี้พูดเรื่อง cannibalism กินเนื้อคน ตอนที่แม็กซ์โกรธจัดเขาตะโกนว่าจะกินแม่ให้หมดตัวเลย ตอนที่เจ้าพวกตัวร้ายตะโกนบอกรักเขาก็ว่าจะกินเขาให้หมดตัวเช่นกัน

“เดี๋ยวกินแม่ให้หมดเลยนี่!” ความหมายหนึ่งคือเขาจะกินเนื้อแม่ อีกความหมายหนึ่งคือเขาจะกลืนกินแม่  

กลืนกินในที่นี้เป็นกลไกทางจิต อยู่ในจิตใต้สำนึก ตรงกับคำว่า incorporate กลืนกิน ‘แม่’ เข้าไว้ในใจ ผนวกแม่เข้ามาไว้กับตัว เหตุที่ต้องกลืนแม่เข้าไปไว้ในใจหรือผนวกแม่เข้ามาไว้กับตัวเพราะแม่ร้ายกาจมาก ไม่รู้จะกำจัดแม่อย่างไร

แต่ว่าแม็กซ์มิได้อยากกินเนื้อคนจริงๆ หรอก เขาอยากกินนมแม่มากกว่า แม่ที่ให้นมเป็นแม่ใจดี แม่ที่ไม่ให้นมเป็นแม่ใจร้าย แม่ที่ใจดีเป็นแม่ดี แม่ที่ใจร้ายเป็นแม่เลว เมื่อเขาเต้นรำจนหมดฤทธิ์แล้วจึงถึงเวลาคิดถึงนมแม่และแม่ดีอีกครั้งหนึ่ง เขาไม่สามารถแยกแม่ดีแม่ร้ายออกเป็นสองคน เขาจำต้องยอมรับแม่ทั้งสองคน เขาเดินทางกลับบ้านที่ซึ่งเขาจะพบว่า ‘ทรวงอก’ ของแม่ใจดีรออยู่เสมอ

ที่สำคัญคืออบอุ่นเสมอด้วย

เด็กทั่วไปจะนำแม่ทั้งหมดหรือทั้งหมดของแม่ไม่ว่าใจดีหรือใจร้ายเข้าสู่ตัวเองแล้วอยู่กันไปได้ แต่เด็กบางคนจะคายแม่ใจร้ายออกเสมอ ไม่สามารถผนวกรวมแม่ใจร้ายไว้กับตัวเองได้ ลักษณะเช่นนี้นำไปสู่ภาวการณ์แยกวัตถุอื่นบนโลกเป็นขาวและดำอยู่ตลอดเวลาโดยไม่สามารถผนวกรวม

ที่จริงเรื่องไม่ซับซ้อนหรอกครับ คนเป็นแม่สติแตกได้เสมอแต่ก็ควรเป็นแม่ที่ไว้ใจได้เสมอ นั่นคือมีนมให้ลูกกินตลอดเวลา เท่านี้เอง

กลับไปที่หนัง หลังจากใช้เวลากับพวกตัวประหลาดนานพอสมควรแล้ว แม็กซ์ก็คิดถึงแม่แล้วขอแครอลกับเคดับลิวกลับบ้าน เขานั่งเรือกลับ วิ่งเข้าบ้าน พบแม่รอรับเขาอยู่ พร้อมอาหารที่เขาชอบ แม่นั่งมองเขากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย แม่น้ำตาซึม แล้วหนังก็จบ

ผู้กำกับจะเสียเวลาเล่าเรื่องบนเกาะตั้งชั่วโมงทำไม คำตอบคือเพื่อวางสัญลักษณ์ต่างๆ เอาไว้ให้ผู้ชมศึกษา หนังเรื่องนี้ใช้นักแสดงมีชื่อเสียงจำนวนมากมาพากย์เจ้าตัวร้ายทั้งเจ็ด ได้แก่ เจมส์ แกนโดลฟินี (James Gandolfini), ลอเรน แอมโบรส (Lauren Ambrose), พอล ดาโน (Paul Dano), ฟอเรสต์ วิทเทเกอร์ (Forest Whitaker), แคทเธอรีน โอ ฮารา (Catherine O’Hara), คริส คูเปอร์ (Chris Cooper) และ ไมเคิล เบอร์รี จูเนียร์ (Michael Berry Jr.)

 แครอลคือตัวแม็กซ์เอง ขี้โมโห เคดับลิวคือแม่ นุ่มนวล มีเหตุผล แต่บางครั้งก็เหลือทนกับแครอล ตอนที่แม็กซ์พูดกับเคดับลิวว่า “ผมเป็นเด็กเลว” เขากำลังสารภาพกับแม่ ตัวอื่นๆ เป็นพ่อที่เขาไม่มี เป็นพี่สาวที่ไม่สนใจเขา และเป็นสภาพอารมณ์อื่นๆ

มอริซ เซนแดค ผู้เขียนเรื่องนี้เปิดเผยเมื่อปี 2008 ว่าเขาเป็นเกย์และอยู่กินกับ ยูจีน กลินน์ (Eugene Glynn 1926-2007) นักจิตวิเคราะห์เป็นเวลา 50 ปี คู่ของเขาเขียนบันทึกไว้ตรงกัน เป็นเรื่องที่พ่อแม่ของเขาไม่ทราบ มอริซมาจากครอบครัวยิวโปแลนด์ ครอบครัวของพ่อแม่ถูกทำลายโดยโฮโลคอสต์ มอริซเล่าว่าเขาเติบโตในครอบครัวที่ปกคลุมด้วยความเศร้า แม่เศร้ามาก และอารมณ์ไม่มั่นคง 

หนังสือ Where the Wild Things Are นี้เป็นอีกเล่มหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่านักเขียนเขียนหนังสือไม่พ้นจิตใต้สำนึกของตนเอง

Author

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
คุณหมอนักเขียนผู้มีความสนใจที่หลากหลาย ตั้งแต่ การ์ตูน หนังสือ ภาพยนตร์ สุขภาพกายและจิต การแพทย์ การศึกษา ฯลฯ นับเป็น Influencer ขวัญใจของเหล่าพ่อๆ แม่ๆ ด้วยการนำเสนอองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้วยมุมมองที่สมจริง ไม่โรแมนติไซส์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend