World Suicide Prevention Day: การป้องกันและความช่วยเหลือ...เพื่อวันพรุ่งนี้ - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

World Suicide Prevention Day: การป้องกันและความช่วยเหลือ…เพื่อวันพรุ่งนี้

‘ทุกๆ 40 วินาที จะมี 1 คนบนโลกที่จำใจตัดสายป่านชีวิตก่อนเวลาอันควร’

ใน 1 ปี มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายด้วยวิธีต่างๆ เกือบ 800,000 คน หรือคิดเป็น 1 คนต่อเวลาเพียง 40 วินาที เท่ากับระยะเวลาฮัมท่อนฮุคเพลงโปรดสักเพลง และมีตัวชี้วัดว่าเป็นไปได้ที่กว่าคนคนหนึ่งจะเสียชีวิต เขาอาจผ่านประสบการณ์พยายามฆ่าตัวตายมาแล้วกว่า 20 ครั้ง

‘การฆ่าตัวตาย’ เป็นเหตุการณ์ที่พบได้ทั่วโลก และพบได้ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุใดๆ การตายของคนคนหนึ่งอาจส่งผลสะเทือนไปถึงเพื่อนใกล้ชิด สมาชิกครอบครัว หรือสังคมโดยรวม ในทางกลับกัน เพื่อน ครอบครัว และสังคม ก็สามารถป้องกันคนที่รักไม่ให้เกิดเหตุอันไม่คาดคิดได้

วันที่ 10 กันยายนของทุกปี คือวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก (World Suicide Prevention Day) #WSPD มาจับมือคนที่เรารักไว้แน่นๆ ลองนั่งลงรับฟังปัญหาและโอบกอดแทนคำบอกว่า “อยู่ด้วยกันนานๆ นะ”

 

ใครคือกลุ่มเสี่ยงบ้าง?

ปี 2016 การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของคนหนุ่มสาวที่มีอายุระหว่าง 15-29 ปีทั่วโลก ประเด็นการฆ่าตัวตายไม่ใช่แค่ปัญหาของประชากรมีฐานะจากโลกที่หนึ่งเท่านั้น องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ระบุว่า สถิติการฆ่าตัวตายเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์มาจากประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง

ในประเทศร่ำรวย คนที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายมักมีโรคทางจิตเวชบางอย่าง อาทิ โรคซึมเศร้า หรือมีความผิดปกติจากการดื่มสุรา (alcohol use disorders) อยู่แล้ว เช่น การดื่มสุราจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพกายหรือจิต แต่ยังไม่ถึงขั้นติดสุรา การดื่มสุราจนก่อผลกระทบทางสังคมต่อตนเองและผู้อื่นซ้ำๆ ไปจนถึงอาการติดสุรา

คนที่ผ่านประสบการณ์รุนแรง เช่น ภัยพิบัติ ความขัดแย้ง ความรุนแรง ความสูญเสีย การถูกรังแก การอยู่อย่างโดดเดี่ยว รวมถึงผู้ที่กำลังประสบปัญหาชีวิต เช่น ภาวะทางเศรษฐกิจ วิกฤติทางการเงิน ความสัมพันธ์ระหองระแหง หรือเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังที่ยากจะรักษาให้หายขาด อย่างมะเร็ง เอดส์ หรือเบาหวาน เมื่อปัญหาเหล่านี้เริ่มจะ ‘หลุดมือ’ หรือเกินจะรับไหวจนเกิดความเครียด บ่อยครั้งคนเหล่านี้ก็เลือกที่จะจบชีวิตตนเองลง

อีกกลุ่มที่ต้องการความเข้าใจจากสังคมเป็นอย่างมากเพื่อเหนี่ยวรั้งไม่ให้เขาจากไปเร็วกว่าที่ควร ได้แก่ กลุ่มคนที่รู้สึกว่าถูกเลือกปฏิบัติหรือกีดกันให้ออกไปจากสังคม เช่น ผู้อพยพ ผู้ลี้ภัย ชนชาติพันธุ์ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTI) และนักโทษ

เรื่องเพศก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง แม้ผู้หญิงจะมีแนวโน้มพยายามฆ่าตัวตายมากกว่า แต่สถิติการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงสุดในบรรดากลุ่มประชากรทั้งหมดกลับเป็นของผู้ใหญ่เพศชาย เนื่องจากติดกับดักของภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งที่สังคมปลูกฝังมาให้ ทำให้ผู้ชายมักไม่ค่อยร้องหาความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา เช่น มีอาการซึมเศร้า เพราะกลัวถูกมองว่าอ่อนแอ อีกทั้งคนทั่วไปยังมองว่าภาวะซึมเศร้าในผู้ชายรุนแรงน้อยกว่าผู้หญิง หลายครั้งผู้ชายจึงมักจบลงด้วยการใช้อาวุธที่รุนแรง เช่น ปืนพก ฆ่าตัวตาย เป็นการสะท้อนความอ่อนแอในภาพจำที่เข้มแข็งเป็นครั้งสุดท้าย

แม้หลายคนเชื่อว่าคนที่เคยพยายามฆ่าตัวตายแล้วไม่สำเร็จมักกลับมาฆ่าตัวตายซ้ำอีกครั้ง องค์การอนามัยโลกชี้ว่าไม่เสมอไป เพราะความเสี่ยงของการก่อเหตุเป็นความเสี่ยงระยะสั้นและขึ้นอยู่กับสถานการณ์บางอย่างโดยเฉพาะ โดยผู้เคยพยายามฆ่าตัวตายหลายคนกลับมาใช้ชีวิตได้หลังรับการช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ผู้ใกล้ชิดควรเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

 

อัตราการฆ่าตัวตายรายประเทศ

ลำดับประเทศจำนวนคนฆ่าตัวตายต่อแสนประชากรจำนวนคนฆ่าตัวตายทั้งหมด
1ลิทัวเนีย31.9894
2รัสเซีย3145,178
3กายอานา29.2227
4เกาหลีใต้26.913,765
5เบลารุส26.22,477
6ซูรินัม22.8131
7คาซัคสถาน22.54,122
8ยูเครน22.49,911
9เลโซโท21.2447
10ลัตเวีย 21.2409
11เบลเยียม20.72,377
12ฮังการี19.11,854
13สโลวีเนีย18.6386
14ญี่ปุ่น18.523,532
15อุรุกวัย18.5635
16เอสโตเนีย17.8235
17ฝรั่งเศส17.711,503
18สวิตเซอร์แลนด์17.21,466
19โครเอเชีย16.5686
20อิเควทอเรียลกินี 16.4215
21อินเดีย16.3220,481
22โปแลนด์16.26,143
23ฟินแลนด์15.9878
24มอลโดวา15.9
25ออสเตรีย15.61,387
26เซอร์เบีย15.61,373
27สหรัฐ15.3
28สวีเดน14.81,476
29ศรีลังกา14.63,099
30คิริบาส14.417
31ไทย14.49,998
32โปรตุเกส141,436
33ไอซ์แลนด์1447
34คิวบา13.91,576
35เอลซัลวาดอร์13.7880
36เยอรมนี13.611,305
37ตรินิแดดและโตเบโก13.6189
38ลักเซมเบิร์ก13.582
39ออสเตรเลีย13.23,287
40มองโกเลีย13412
41เดนมาร์ก12.8736
42สโลวาเกีย12.8698
43เนเธอร์แลนด์12.62,150
44แคนาดา12.54,634
45แคเมอรูน12.23,076
46นิการากัว12.2789
47นอร์เวย์12.2651
48โบลิเวีย12.2
49นิวซีแลนด์12.1574
50เฮติ11.71,301
51แอฟริกาใต้11.66,704
52บัลแกเรีย11.5811
53ไอร์แลนด์11.5554
54ภูฏาน11.486
55เกาหลีเหนือ11.22,862
56ไมโครนีเซีย11.1
57ซิมบับเว10.71,545
58ชิลี10.61,985
59โรมาเนีย10.42,029
60มอนเตเนโกร10.365
61ยูกันดา9.94,230
62เบนิน9.91,137
63โดมินิกัน9.91,052
64สิงคโปร์9.9570
65จีน9.7138,482
66เซียร์ราลีโอน9.7742
67โตโก9.6757
68ไนจีเรีย9.518,608
69ปารากวัย9.5661
70บอตสวานา9.3210
71เซเชลส์9.39
72อาร์เจนตินา9.24,081
73บุรุนดี9.11,017
74อังกฤษ8.9
75เนปาล8.82,472
76ชาด8.81,362
77บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา8.8293
78สเปน8.74,062
79นามิเบีย8.7213
80ลาว8.6
81เยเมน8.52,422
82คีร์กีสถาน8.3523
83อิตาลี8.24,971
84จอร์เจีย8.2328
85ซูดาน8.13,386
86คอสตาริกา7.9395
87เอริเทรีย7.9273
88มาซิโดเนีย7.9
89พม่า7.84,189
90มอริเชียส7.899
91เซนต์ลูเซีย7.814
92บูร์กินาฟาโซ7.71,521
93แอฟริกากลาง7.7359
94มอลตา7.533
95อุซเบกิสถาน7.42,403
96ตุรกี7.36,011
97เวียดนาม7.3
98เอธิโอเปีย7.27,864
99โคลอมเบีย7.23,576
100เอกวาดอร์7.11,213
101กาบอง7.1150
102ไลบีเรีย6.8328
103คอโมโรส6.857
104รวันดา6.7824
105เติร์กเมนิสถาน6.7392
106จิบูตี6.764
107อาร์เมเนีย6.6195
108กาตาร์6.6184
109บราซิล6.513,616
110กินี6.3782
111แอลเบเนีย6.3182
112แซมเบีย6.11,058
113เซเนกัล6951
114ปาปัวนิวกินี6516
115บังคลาเทศ5.99,521
116บาห์เรน5.993
117มาเลเซีย5.51,734
118กานา5.41,607
119อิสราเอล5.4453
120แทนซาเนีย5.4
121กัมพูชา5.3861
122ไซปรัส5.3347
123ลิเบีย5.263
124เม็กซิโก5.16,436
125แกมเบีย5.1116
126กรีซ5526
127ฟิจิ544
128เปรู4.91,567
129โมซัมบิก4.91,445
130มาลี4.8916
131อัฟกานิสถาน4.71,747
132แองโกลา4.71,448
133โซมาเลีย4.7705
134หมู่เกาะโซโลมอน4.731
135เบลีซ4.718
136ไนเจอร์4.61,032
137ติมอร์เลสเต4.658
138วานูอาตู4.513
139มอริเตเนีย4.4194
140ซามัว4.49
141ปานามา4.3180
142อิหร่าน4.1
143อียิปต์43,937
144กินีบิสเซา475
145มาดากัสการ์3.91,024
146โอมาน3.9188
147มาลาวี3.7671
148ซูดานใต้3.7406
149เวเนซุเอลา3.7
150ตองกา3.54
151อินโดนีเซีย3.49,101
152ตูนิเซีย3.4393
153เลบานอน3.3226
154ฟิลิปปินส์3.23,413
155เคนยา3.21,645
156แอลจีเรีย3.21,351
157ซาอุดีอาระเบีย3.21,078
158อิรัก31,153
159ปากีสถาน2.96,155
160โมร็อกโก2.91,045
161จอร์แดน2.9289
162ฮอนดูรัส2.9278
163สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์2.8270
164กัวเตมาลา2.7466
165อาเซอร์ไบจาน2.6259
166ทาจิกิสถาน2.5228
167เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์2.43
168คูเวต2.395
169มัลดีฟส์2.312
170เซาตูเมและปรินซิปี2.35
171จาเมกา2.265
172บาฮามาส1.77
173เกรเนดา1.72
174บาร์เบโดส0.82
175แอนติกาและบาร์บูดา0.5

เรื่องเล่าของ พุชพากุมาร: จากความยากจนและยาฆ่าแมลง สู่ความช่วยเหลือเพื่อวันพรุ่งนี้

กรมสุขภาพจิตรายงานว่า เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ประชากรไทยเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 4,137 คน หรือเฉลี่ยแล้วทุกๆ 100,000 คนจะมีคนไทยที่ฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 7 คน โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้ชาย และหากคิดเป็นรายวัน จะมีผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จวันละ 11-12 คน จังหวัดที่มีอัตราการฆ่าตัวตายมากที่สุดคือ เชียงใหม่ 165 คน ส่วนกรุงเทพฯ ตามมาติดๆ ที่ 150 คน กรมสุขภาพจิตบันทึกสถิติการฆ่าตัวตายสำเร็จในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2540-2559 พบว่ายอดผู้เสียชีวิตสูงสุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ คือช่วงปี 2542 หรือ 2 ปีหลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง

มีการประมาณคร่าวๆ ขององค์การอนามัยโลกว่า การฆ่าตัวตายราว 20 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลกมาจากการดื่มยาฆ่าแมลงหรือสารพิษ ซึ่งมักพบในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำหรือปานกลาง บริเวณเขตกสิกรรมที่อยู่ห่างออกไปนอกเมือง โดยยอดผู้เสียชีวิตจากการดื่มยาฆ่าแมลงเพียงอย่างเดียวมีถึง 150,000 คนทั่วโลก ส่วนสาเหตุอื่นๆ นอกจากนี้มักหนีไม่พ้นวิธีแขวนคอหรือยิงตัวตาย

อสังคะ พุชพากุมาร (Asanka Pushpakumara) ชายวัย 24 ปีชาวศรีลังกา เกิดในครอบครัวชาวนายากจนทางตอนเหนือของศรีลังกา เขาทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยครอบครัวปลูกข้าวโพด งา และถั่วเหลือง บนที่ดินผืนเล็กๆ ถึงกระนั้นเขายังได้เงินเพียง 23,000 รูปีต่อเดือน หรือประมาณ 9,780 บาท คิดเป็น 2 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ฟางเส้นสุดท้ายของพุชพากุมาร คือเมื่อคู่หมั้นของเขาเข้ามาบอกลาเพราะเห็นว่าเขายากจน

“เธอโทรมาบอกว่าขอโทษที่อยู่กับผมไม่ได้ เธอบอกว่าเพราะผมมันไม่มีอะไรเลย จังหวะนั้นเองผมก็หยิบแก้วใส่ยาฆ่าแมลงขึ้นมาซดลงคอ”

เช่นเดียวกับประเทศกำลังพัฒนาทั่วไป ยาฆ่าแมลงเป็นสิ่งที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายอุปกรณ์การเกษตรในศรีลังกา มีการประมาณกันว่าหลังการปฏิวัติเขียว (Green Revolution) ที่พลิกการเกษตรมาเป็นการใช้ปุ๋ยและยาเพื่อเร่งเพิ่มผลผลิตเพื่อขาย ก็มีเยาวชนมากกว่า 14 ล้านคนที่เสียชีวิตเพราะกินยาฆ่าแมลง

ศาสตราจารย์ไมเคิล เอ็ดเดิลสตัน (Michael Eddleston) จากมหาวิทยาลัยเอดินเบอระห์ (The University of Edinburgh) กล่าวว่า ยาฆ่าแมลงเหล่านี้เป็นอันตรายพอๆ กับอาวุธเคมี แต่ในหลายประเทศก็ยังอนุญาตให้วางขายในชั้นวางได้ตามปกติ “นึกภาพว่ามีคนขอให้คุณเก็บซาริน-อาวุธเคมีทำลายล้างสูงที่แม้แต่สหประชาชาติยังออกกฎห้ามครอบครอง-เก็บเอาไว้ใต้บันไดบ้าน นั่นแหละปัญหาที่เรากำลังเผชิญ”

หลายคนห่วงว่าการประกาศแบนยาฆ่าแมลงอย่างสิ้นเชิงจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตของเกษตรกรและทำให้พวกเขามีรายได้ลดลง มีหลักฐานพิสูจน์แล้วว่าการประกาศแบนยาฆ่าแมลงที่มีฤทธิ์อันตรายควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เกษตรกรมีทางเลือกอื่นๆ ในการกำจัดศัตรูพืชอย่างเหมาะสมจะไม่กระทบต่อผลผลิต ภายหลังศรีลังกาออกกฎห้ามวางขายยาฆ่าแมลงบนชั้นวาง อัตราผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายก็ลดลงจาก 57 เป็น 17 คนต่อประชากร 100,000 คน และไม่ทำให้ผลผลิตลดลงแต่อย่างใด

ด้วยความช่วยเหลือจากโครงการห้ามวางขายยาฆ่าแมลงของศรีลังกา ร่วมกับสหราชอาณาจักร ปัจจุบันพุชพากุมารยังคงทำการเกษตรที่ศรีลังกา เขากลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งด้วยกำลังใจจากครอบครัวและหน่วยบริการทางการแพทย์ชุมชน แม่ของพุชพากุมารบอกว่าเขาเป็นคนที่ “ร้องเพลงเพราะที่สุดในครอบครัว” และตอนนี้ได้รับความรักความใส่ใจอย่างเต็มเปี่ยม

เราจะช่วยป้องกัน ‘การฆ่าตัวตาย’ ได้อย่างไร

คนที่รู้สึกสิ้นหวังในวันนี้ยังคงกลับมายิ้มและใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขได้อีกครั้ง หากคนรอบตัวเป็นกำลังใจและช่วยสนับสนุนอย่างเหมาะสม มาดูกันว่าเราสามารถทำอะไรเพื่อคนที่รักได้บ้าง

  • สังเกตคนรอบข้าง โดยเฉพาะเมื่อคนที่รักมีพฤติกรรมต่างไปจากปกติ เช่น รู้สึกโกรธ เครียด กังวล ละอาย รู้สึกเป็นภาระ ซึมเศร้า อารมณ์เกรี้ยวกราดรุนแรงหรือแปรปรวน รวมถึงทำอะไรอย่างยั้งคิดในลักษณะไม่ห่วงชีวิต ใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์อย่างหนัก เริ่มค้นหาวิธีการฆ่าตัวตายจากอินเทอร์เน็ต หรือเริ่มซื้อวัสดุต่างๆ มาเตรียมไว้ ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน ให้คอยอยู่เคียงข้างและเปิดใจรับฟังปัญหาอย่างไม่ตัดสิน
  • ระวังไม่ให้คนใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงข้างต้นเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ ที่อาจถูกใช้เพื่อฆ่าตัวตายได้โดยง่าย โดยเก็บปืน ยาบางอย่าง หรือกระป๋องยาฆ่าแมลงไว้ในที่มิดชิด
  • บ่งชี้กลุ่มเสี่ยงที่มีอาการทางจิตเวช (mental disorder) หรือโรคทางจิตเวชที่เกิดจากการใช้สุราสารเสพติด (substance use disorders) อาการปวดเรื้อรัง หรือโรคเครียด ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า เพื่อให้สามารถจัดการรักษาและดูแลได้อย่างทันท่วงที
  • มีการตรวจตราและเฝ้าระวังปัญหาด้านสุขภาพจิตในสถานศึกษา
  • กำหนดนโยบายเพื่อลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างไม่ปลอดภัย
  • ฝึกอบรมผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์มืออาชีพให้สามารถประเมินสถานการณ์ และจัดการได้เมื่อพบบุคคลที่มีพฤติกรรมพยายามฆ่าตัวตาย
  • สื่อมวลชนต้องรายงานข่าวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายอย่างระมัดระวังและมีความรับผิดชอบ
  • ติดตามผลและให้ชุมชนช่วยสนับสนุนกลุ่มเสี่ยงที่เคยพยายามฆ่าตัวตายมาก่อน เพื่อลดการก่อเหตุซ้ำ

การตัดสินใจฆ่าตัวตายไม่ใช่ความคิดชั่ววูบเสมอไป ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ยิ่งมีแนวโน้มว่ามักวางแผนการตายของตัวเองไว้อย่างถี่ถ้วน และอาจแสดงออกมาเป็นสัญญาณ ‘คำใบ้’ ร้องขอความช่วยเหลือครั้งสุดท้าย เช่น การแสดงออกว่า “ฉันไม่เหลือใครแล้ว” มีทีท่าหมดอาลัยในชีวิต หรือเริ่มฝากฝังทรัพย์สิน/หน้าที่ต่างๆ ให้กับผู้อื่นรับช่วงต่อ สิ่งสำคัญที่คนรอบข้างต้องสังเกตคือสัญญาณเหล่านี้ เพื่อช่วยเหลือได้ทันท่วงที

การฆ่าตัวตายเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหา ที่สะสมมาจากปัญหาในชีวิตอีกนับพันนับหมื่นที่คนนอกมองไม่เห็น การบอกว่า “ก็เรื่องแค่นี้เอง” ไม่อาจรั้งคนที่เรารักให้กลับคืนมาจากปากเหวแห่งความเศร้า แต่การรับฟังและความเข้าใจต่างหากคือสิ่งสำคัญที่ช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตายลงได้ ปัจจุบันมีผู้ช่วยหลายรายที่สามารถรับฟังผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สายด่วนสุขภาพจิต โทร 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแอพพลิเคชั่น เช่น OOCA (อูกา) เพื่อรับปรึกษาปัญหาจากจิตแพทย์ผ่านวิดีโอคอล

สุดท้ายแม้เราจะสามารถป้องกันการฆ่าตัวตายในระดับบุคคลใกล้ชิดได้ การฆ่าตัวตายก็ยังเป็นปัญหาที่ซับซ้อน จึงไม่อาจแก้ไขได้ด้วยคนคนเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เช่น ภาคสาธารณสุข การศึกษา แรงงาน การเกษตร ธุรกิจ กระบวนการยุติธรรม กฎหมาย การเมือง และสื่อ เข้ามาประสานกันเป็นร่างแหเพื่อโน้มน้าวสมาชิกของสังคมให้ออกห่างจากการแก้ปัญหาด้วยการปลิดชีวิตตัวเอง

 

หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดกำลังมีปัญหาสุขภาพจิต ติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่กรมสุขภาพจิต สายด่วน 1323

หากต้องการพบจิตเพทย์ สามารถดูรายชื่อ โรงพยาบาลรัฐ และ โรงพยาบาลเอกชน ได้ที่นี่ (ที่มา: เพจสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย)

 

อ้างอิงข้อมูลจาก:
who.int/news-room/fact-sheets/detail/suicide
who.int/gho/mental_health/suicide_rates
who.int/news-room/fact-sheets/detail/suicide
dmh.go.th/report/suicide
dmh.go.th/report/suicide/stat_prov.asp
psycom.net/suicide-warning-signs
telegraph.co.uk/global-health

 

Author

ชนฐิตา ไกรศรีกุล
นักศึกษาฝึกงานชั้นปีที่ 5 จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้ามาฟาดฟันกับสนามจำลองวิชาชีพ (และแมวในออฟฟิศ) ที่ซอยลาดพร้าว อุปกรณ์ประจำกายคือสมุดโน้ต คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปรุ่นป้า และยาแก้แพ้หลายขนาน ชื่นชอบการลงสนามเพื่อหาเรื่องพิเศษจากบทสัมภาษณ์ของคนธรรมดา และหวังว่าจะมีผลงานเขียนที่ไม่ขี้เหร่นักออกมาเป็นของตัวเองสักชิ้น