ซีรีย์รักกรุ่นทิเบต

Shangri-la Series

 

‘The Untold Story of Tibet’ คือซีรีย์เรื่องใหม่โดยทีวีกลางของจีนที่แพร่ภาพมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นเรื่องราวย้อนไปในยุค 1930 พูดถึงชายหนุ่มชาวทิเบตผู้กล้าหาญที่ต้องเผชิญอุปสรรคทั้งในการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์และความรัก และท้ายที่สุดเขาก็ตกลงใจจับปืนสู้รบให้กับแผ่นดินจีน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของซีรีย์จีนที่เลือกใช้ดินแดนหิมาลัยเป็นฉากหลัง ปี 2011 ก็มีการแพร่ภาพ ‘Shangri-la’ ซีรีย์ดราม่าสุดอลังการมาแล้ว ในปีนั้นเอง ทางการจีนก็ขึ้นแท่นผู้ผลิตซีรีย์ดราม่าใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยการถ่ายทำเชิงอุตสาหกรรมกว่า 40 ตอนต่อวัน

เพื่อให้ชาวทิเบตได้รับชมซีรีย์ดังกล่าว ทางการจีนให้สิทธิ์ผู้ให้บริการติดจานดาวเทียมแก่พื้นที่ห่างไกล ส่วนเครื่องรับสัญญาณและจานดาวเทียมนอกเหนือจากนี้ถือว่าผิดกฎหมาย มีจานดาวเทียมถูกเผาทำลายจากกรณีนี้แล้วกว่า 1,800 จาน นอกจากนั้น หากพบว่าบ้านไหนติดจานที่รับช่องสัญญาณของต่างชาติ ก็ต้องเสียค่าปรับ 5,000 หยวน

ปี 2011 ทางการจีนในภูมิภาคทิเบตออกนโยบาย 9 สิ่งที่ศาสนสถานของนักบวชทิเบตพึงมี นอกจากถนน ธงชาติและภาพผู้นำจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว โทรทัศน์ก็อยู่ในข้อบังคับนั้นด้วย และทางการจีนก็แสดงน้ำใจด้วยการบริจาคโทรทัศน์ให้ทิเบตแล้ว 8,000 เครื่อง

เรื่องราวความรักในดินแดนที่สงบและงดงามอาจปรากฏอยู่บนจอ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนอกจอ คือนักบวชที่นั่นเผาตัวเองประท้วงไปแล้ว 99 ราย ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2009

 

ที่มา: colorsmagazine.com

อภิรดา มีเดชซีรีย์รักกรุ่นทิเบต

Related Posts

29 ปีการสังหารหมู่เทียนอันเหมิน

วันที่ 4 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันครบรอบเหตุการณ์นองเลือดจัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่ง ปี 2018 ครบรอบ 29 ปีเหตุการณ์ชุมนุมครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศจีน

ประชาธิปไตยในวงเจ้าพ่อ

วงการเจ้าพ่อฮ่องกง ใช่ว่าวิถีนักเลงจะมีแต่ความรุนแรงอย่างไร้เหตุผลทั้งหมด ภาพยนตร์ 'Election' ภาค 1-2 คือเรื่องราวการขึ้นสู่อำนาจของ 'เจ้าพ่อ' ผ่านการเลือกตั้ง และมุมมองด้านสิทธิและเสียงในอำนาจของมาเฟียสามรุ่นที่มีการรับคืนเกาะฮ่องกงจากอังกฤษเป็นเส้นคั่นเวลา

สงครามการค้าจีน-สหรัฐ บนหัวใจเสรีนิยมใหม่

เมื่อสหรัฐเตรียมมีมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าบางอย่างจากจีน เพื่อตอบคำถามถึงสถานการณ์การตอบโต้ทางภาษีที่อาจนำไปสู่สงครามการค้าเสรีนิยม ศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้จัดงานอภิปรายวิชาการในประเด็น ‘จีน VS สหรัฐ 2018’ ขึ้น