ฟ้าต่ำแผ่นดินสูงในสังคมประชาธิปไทย

ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง

                                                                                                                                                                                                                                                                           เรื่อง อารยา คงแป้น

 1

หลังจากเข้าไปนั่งคุยในห้องเย็นกับกองเซนเซอร์แบบพอหอมปากหอมคอ และหาทางลงด้วยการยอมหั่นบางช่วงบางตอนอันมีผลต่อความมั่นคงของชาติและกระทบต่อสัมพันธไมตรีอันดียิ่งกับประเทศเพื่อนบ้าน (ตามความปรารถนาดีของกองเซนเซอร์ว่า) ภาพยนตร์สารคดีของ นนทวัฒน์ นำเบญจพล ก็หลบพ้นล้อรถยนต์ของกองเซนเซอร์เหยียบให้ ‘แบน’

‘ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง’ ภาพยนตร์สารคดีความยาวร่วม 2 ชั่วโมง ถ่ายทำด้วยกล้อง DSLR ตลอดทั้งเรื่อง ภาพจริงเสียงจริง ไม่มีเสียงบรรยายใดๆ มีแต่ตัวหนังสือโปรยปรายบอกเล่าเรื่องราว หนังเรื่องดังกล่าวเกิดจากความสงสัยในกระบวนประชาธิปไตยของประเทศ สงสัยในเรื่องราวทางการเมือง การแบ่งสีแบ่งฝ่าย จนถึงเรื่องข้อพิพาทในกรณีเขาพระวิหาร ที่นนทวัฒน์พาตัวเองไปคลุกคลีอยู่กับสถานที่จริง  คนจริง และคำพูดจริง

ฉากเปิดคือบรรยากาศคอนเสิร์ตหน้าห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ที่รุ่มรวยด้วยชนชั้นเก๋ตลอดทั้งปี และยังเป็นสถานที่ส่งความสุขล้นทะลักในช่วงส่งท้ายปลายปี  ซึ่งทั้งหมดกดทับคราบความสูญเสียจากการล้อมปรามกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ ความสุขและคราบเลือด ย้อนแย้งและเจ็บปวด

 

: ทหารไม่ชอบเสื้อแดง?
ระหว่างบทสนทนาของนนทวัฒน์และอ๊อด อดีตทหารเกณฑ์ที่ถูกส่งไปสลายการชุมชุนที่แยกราชประสงค์ คำพูดข้างต้น ถูกเผยออกมา ขณะเวลานั้นเขาต้องปราบม็อบเสื้อแดง แต่ทุกช่วงเวลาของชีวิตเขาคือคนศรีสะเกษ และลุงป้าน้าอากว่าค่อนหมู่บ้านอยู่ฝั่งสีแดง บางคนมาชุมนุมบางคนส่งแรงใจอยู่บ้าน  แน่นอนอ๊อดไม่อยากทำร้ายใคร ไม่ว่าจะแดงหรือไม่แดง แต่หน้าที่คือก็คือหน้าที่

“ปืนยิงขึ้นบนฟ้าอย่างเดียว เพราะถ้ายิงลงพื้นตายกันหมดแน่ ผมก็ตาย”

 

: เรื่องของหมุดเขตแดน  
หนังเริ่มต้นด้วยเรื่องราวชีวิตของอ๊อดในช่วงเป็นทหารผู้ประจันหน้ากับผู้ชุมนุมเสื้อแดงในวันที่ 10 เมษายน 2553 ชีวิตของอ๊อดพาสารคดีเรื่องนี้ไปสู่กรณีพิพาทเขาพระวิหาร นนทวัฒน์ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวจากทั้งประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ จากชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน แต่การฟังเสียงจากฝั่งไทยอย่างเดียวคงเป็นเรื่องบาปสำหรับเขา นนทวัฒน์จึงลงทุนปลอมตัวเข้าไปถ่ายสารคดีในกัมพูชาซึ่งผลที่ได้มาน่าสนใจทีเดียว

ไทยบอกว่าเขมรย้ายหมุดเขตแดน เขมรก็คิดว่าไทยย้ายเช่นเดียวกัน
ไทยบอกว่าเขมรเจ้าเล่ห์ เขมรก็คิดเหมือนกัน
กระสุนเขมรข้ามมาฝั่งไทย กระสุนไทยก็ข้ามไปฝั่งเขมรเหมือนกัน
และระหว่างการสนทนาของทหารเขมร  “ท่านฮุน เซ็นบอกว่าถ้าถูกยั่วยุจนทนไม่ไหว ให้แกล้งทำปืนลั่น” ทหารเขมรนอกเครื่องแบบคนหนึ่งกล่าวไว้…

paradoxocracy-poster2


ในช่วงเวลาที่ ‘ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง’ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ภาพยนตร์สารคดีไทยอีกเรื่องซึ่งเกิดจากความสงสัยความเป็นไปของสังคมไทยเหมือนกัน
เป็นภาพยนตร์สารคดีที่เป็นเอก รัตนเรือง บอกในทำนองว่าเกิดจากจุดเริ่มต้นของความงุนงงสับสนกับสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยในสังคมไทย
ทว่าตลอดวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันฉาย หนังกลับมีทีท่าว่าจะมีปัญหา

ภาพยนตร์สารคดี ‘ประชาธิปไทย’ โดย เป็นเอก รัตนเรือง และภาสกร ประมูลวงศ์ มีกำหนดฉายในวันที่ 24 มิถุนายน ฉายแค่ 2 รอบต่อวัน ก่อนเริ่มฉายรอบแรกมีข่าวลือหนาหู ว่ามีการถอดหนังเรื่องดังกล่าวออกจากโปรแกรมฉาย สร้างความงุนงงสงสัยให้คอหนังที่รอชม แต่จนแล้วจนรอด ไม่ทราบด้วยประการใด หนังเรื่องดังกล่าวก็ได้ฉายตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติเห็นจะเป็นบรรยากาศและท่าทีของโรงภาพยนตร์ที่มีต่อหนังเรื่องนี้

 

: การแบนตัวเองของโรงหนัง

กระแสข่าวที่ว่าจะมีการถอดหนังประชาธิปไทยออกจากรอบการฉายถูกพูดถึงและได้รับการติดตามความเป็นไปทั้งจากในโลกออนไลน์และโลกจริง หนึ่งในนั้นคือ ธิดา ผลิตผลการพิมพ์  บรรณาธิการนิตยสารไบโอสโคป และผู้จัดจำหน่ายหนังเรื่องฟ้าต่ำแผ่นดินสูง ก็ไม่พลาดติดตามกระแสข่าวนี้เช่นเดียวกัน

‘ความกลัว’ คือสิ่งที่บรรณาธิการไบโอสโคปให้คำจำกัดความการลดรอบฉายหรือแม้กระทั่งการแบนตัวเองของโรงหนังกระแสหลัก อาจเพราะหนัง 2 เรื่อง ทั้ง ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง และ ประชาธิปไทย มีความเปราะบางทางการเมือง จึงไม่แปลกหากโรงหนังจะขอบายเพื่อไม่ให้ตัวเองเจ็บตัว
“เท่าที่ทราบ ทางผู้บริหารระดับสูงของโรงเกิดความกังวลขึ้นมาว่าหนังมันมีความอ่อนไหวทางการเมือง ทำให้เกิดความคิดว่าจะจัดการกับหนังยังไงต่อไปดี แต่คงด้วยมันจวนตัวมาก ถอดออกไม่น่าจะเป็นผลดี ตอนนี้เลยออกมาในลักษณะพยายามลดรอบและลดโรง”

 

: หาทางลงให้การแบน

และด้วยเหตุผลของการเซนเซอร์และการแบนตั้งแต่เรื่องใหญ่ยันเรื่องหยุมหยิมของกองเซนเซอร์และการแบนตัวเองเพื่อหนีห่างจากหนังที่มีความเสี่ยงของโรงหนังทั่วไป  จึงทำให้ธิดามีแนวคิดเกี่ยวกับการทำโรงหนังชุมชน ที่ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย

โรงหนังชุมชนคืออะไร

ในสังคมของการชมภาพยนตร์ ผู้คนยังถูกผูกติดอยู่กับรสนิยมและหนังกระแสเดิมๆ ซึ่งถึงแม้โรงภาพยนตร์มีมากมาย ระบบการฉายสุดล้ำ แต่ทางเลือกด้านความหลากหลายของภาพยนตร์กลับมีน้อยจนน่าอ่อนใจ

“ฉันเชื่อมาตลอดว่าวัฒนธรรมการดูหนังจะแข็งแรงได้ก็เมื่อคนดูซึมซับและยอมรับความหลากหลายของหนัง ไม่ถูกทำให้ผูกติดรสนิยม ทัศนคติ ฯลฯ ไว้กับหนังประเภทใดประเภทเดียวหรือแนวทางเดียว โรงหนังมีบทบาทสำคัญในด้านนี้ แต่โรงหนังในบ้านเรามี ‘ทางเลือก’ น้อยมาก”

โรงหนังชุมชนในความคิดของธิดา คือโรงหนังขนาดย่อมที่ฉายหนังทุกแนว กล้าหาญและเชื่อมโยงกับคนในชุมชนได้ เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม โรงหนังชุมชนจะเป็นสถานที่ฉายภาพยนตร์ในแบบที่โรงมัลติเพล็กซ์ไม่ทำและอาจจะทำไม่ได้

โรงหนังชุมชน

 

:ให้คะแนนฟ้าต่ำแผ่นดินสูง

ก็อย่างที่คอหนังหลายท่านรับรู้  ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง ของผู้กำกับนนทวัฒน์  ได้รับการจัดจำหน่ายโดยนิตยสารไบโอสโคป และไหนๆ ได้ขอความรู้กับบรรณาธิการทั้งที  ความรู้สึกนึกคิดต่อหนังเรื่องดังกล่าว ย่อมเป็นสิ่งที่น่าสนใจ

“ส่วนที่พี่อาจจะชอบน้อยไปหน่อย คือไม่ถึงขั้นไม่ชอบค่ะ ก็คือลีลาการเล่าเรื่องที่หากจะหน่วงช้าน้อยกว่านี้ ก็น่าจะลดความรู้สึกง่วงเหงาเบื่อหน่ายของคนดูในบางช่วงลงได้ ซึ่งเท่าที่ฟัง มันดูจะเป็นปัญหาสำหรับคนดูทั่วไปพอสมควร อย่างไรก็ตาม มองในอีกแง่ จังหวะเนิบช้าแบบที่เบิ้ล (นนทวัฒน์) ใช้มันก็เป็นแนวทางเฉพาะตัวของเขา และมันก็สอดรับกันดีอยู่กับสิ่งที่หนังจะเล่า

“ในส่วนที่ชอบมากและคิดว่าทำให้หนังมีความสำคัญมาก ก็คือการที่เบิ้ลเล่าด้วยมุมของคนที่ไม่รู้อะไร (ในปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา) มาก่อนเลย เขาใช้ตัวเองเป็นตัวแทนคนดูเข้าไปค้นหา โดยวิธีค้นหาก็ไม่ใช่การค้นคว้าเชิงข้อมูล สัมภาษณ์ผู้รู้ ฯลฯ แต่เป็นการพาตัวเองเข้าไปสัมผัสข้อมูลปฐมภูมิซึ่งซ่อนอยู่ในวิถีชีวิตและผลกระทบที่ชาวบ้าน ณ ตรงนั้นได้รับ ทำให้หนังเต็มไปด้วย ‘เรื่องเล่าของคน’ ซึ่งในแง่หนึ่งก็ลดความเข้าถึงยากของการเป็น ‘หนังการเมือง’ ลง และในอีกแง่ ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ในทุกความขัดแย้งที่ถูกยกเป็นเรื่องของชาติ อธิปไตย ฯลฯ จริงๆ แล้วไม่ควรมีอะไรที่สำคัญไปกว่าชีวิตของคน”

ความสงสัยเป็นบ่อเกิดของความรู้  การลงมือค้นหาเป็นทางนำไป การบอกเล่าคือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การฟังเป็นประตูไปสู่ทัศนคติที่แตกต่าง พื้นที่ตรงกลางที่จะรวมเอาทุกกระบวนการของความรู้นี้ต่างหากเปิดกว้างมากแค่ไหน

หรือจะเอาโซ่มาล่าม เอาปูนปลาสเตอร์มาอุดรูกุญแจโรงหนังกันต่อไป

 

***********************************

หมายเหตุ 1 : ภาพยนตร์สารคดี ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง ฉายแล้ววันนี้ที่โรงภาพยนตร์เอสพลานาด รัชดา
หมายเหตุ 2 : ภาพยนตร์สารคดี ประชาธิป’ไทย ก็ฉายแล้ววันนี้เช่นกัน ที่โรงภาพยนตร์ พารากอนซินิเพล็กซ์ และเอสพลานาด รัชดา
หมายเหตุ 3 : ภาพประกอบจาก
https://www.facebook.com/boundarymovie?fref=ts
http://www.movie.in.th/documentary/paradoxocracy.html
และ ภาพจากเฟซบุ๊ค คุณธิดา ผลิตผลการพิมพ์

WAYฟ้าต่ำแผ่นดินสูงในสังคมประชาธิปไทย

Related Posts

WAY to READ: ‘ประชาธิป’ไทย’ คำถามปลายเปิดของประชาธิปไตย

บางส่วนของภาพยนตร์สารคดี 'ประชาธิป'ไทย' ถูกเซ็นเซอร์บางส่วนด้วยเหตุผลความเหมาะสม นิธิ นิธิวีรกุล หยิบ 'ประชาธิป'ไทย' ในเวอร์ชั่นหนังสือมาอ่าน พร้อมคำกำชับโดยผู้เขียนว่า 'ใช้สำหรับอ่าน' เพราะสารคดีเล่มนี้ตั้งคำถามใหญ่ไว้ว่า "...ประชาธิปไตยในคืนและวัน พ.ศ.2475 มันมาเร็วหรือมาช้า?"

บทบาท ‘มนุษย์แม่’ ของมารดาที่ชื่อ ‘ธิดา’

คุณกับมารดาที่ชื่อ 'ธิดา ผลิตผลการพิมพ์' ผู้ที่มีทุกกลิ่นความเป็น ‘มนุษย์แม่’ ทั้งความรัก เอื้ออาทร หวังดี แต่ก็ปนไปทั้งความคาดหวัง อ่อนแอ เหนื่อยหน่าย เกรี้ยวกราด จิตตก และอื่นๆ ที่มนุษย์แม่จะพึงมีต่อมนุษย์ลูก

คำสารภาพของผู้บุกรุกข้อเท็จจริง

หลังรอบฉาย 'Where To Invade Next: บุกให้แหลก แหกตาดูโลก' สารคดีเรื่องล่าสุดของ ไมเคิล มัวร์ ที่พาเราไปเปิดโลก ก่อนจะย้อนกลับมาตบหน้าอเมริกันชน รวมทั้งตัวเขาเองด้วยว่า สหรัฐเองไม่ใช่หรือ คือผู้บุกเบิกไอเดียที่กลายเป็นต้นแบบให้นานาประเทศ