Work/Life Balance มันจบแล้วนาย ยุคนี้ต้อง Device/Non-Device Balance - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

Work/Life Balance มันจบแล้วนาย ยุคนี้ต้อง Device/Non-Device Balance

ช่วงเวลาเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมของทุกๆ ปี งานสุดยิ่งใหญ่แห่งปีที่ผู้ผลิตเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีเกี่ยวข้องต่างๆ จะมารวมตัวกันที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ภายใต้ชื่องาน Mobile World Congress เพื่องัดเอากลเม็ดเด็ดพรายและนวัตกรรมสุดทันสมัยที่ผู้ผลิตซุ่มทำการวิจัยและพัฒนาอยู่แรมปี มานำเสนอและประชันโฉมกันให้ชาวโลกได้ชื่นชมและต้องการจะครอบครองความทันสมัยเหล่านั้น

มหกรรมเทคโนโลยีนี้แต่ละปีจะมีผู้ชมอยู่ที่ราวๆ 100,000 คน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายๆ บริษัทจึงเลือก Mobile World Congress เป็นงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของพวกเขา

สำหรับปีนี้ จุดเด่นของงานคงไม่พ้นเทคโนโลยี 5G การเชื่อมต่อเจเนอเรชั่นล่าสุด ที่จะทำให้ชาวโลกเข้าถึงข้อมูลได้อย่างงรวดเร็วในระดับ ‘เร็วโคตรๆ’ (ultra fast) และหน้าจอพับโค้งได้ (bendy screen) ซึ่งสามารถคลี่ออกมาเป็นขนาดแทบเล็ต

มากขึ้น ดีขึ้น เร็วขึ้น คุณยังต้องการอะไรอีกล่ะ?

เทคโนโลยีเหล่านี้ให้ประสบการณ์ใหม่ๆ แต่มันก็มีผลเสียต่อผู้บริโภคด้วยเช่นกัน เพราะการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จนหยุดไม่ได้ หรือเป็นโรค ‘ติดจอ’ มีความสัมพันธ์กับ ‘สุขภาพจิต’ (mental health) และในช่วงหลังนี้ ผลจากงานวิจัยมากมายออกมารองรับว่า วัยที่เกิดปัญหาสุขภาพจิตเพราะติดจอและเทคโนโลยีล้ำสมัยมากกว่าช่วงอายุอื่น ก็คือ ‘วัยเด็ก’

แต่ผู้เข้าแสดงงานแต่ละเจ้าดูไม่ค่อยวิตกกังวลอะไรกับอาการติดจอหรอก อาจจะยิ่งดีด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาต่างไม่รีรอที่จะดึงดูดลูกค้าด้วยโทรศัพท์โคตรเร็วโคตรแรง และจอพับได้ใหญ่กว่าเดิมเพื่อให้ทุกคนใช้เวลากับมันยิ่งๆ ขึ้นไปอีก

มีผู้ออกอาการไม่เห็นด้วยและตั้งคำถาม เขาคือ เพ็กกา รันตาลา (Pekka Rantala) หัวหน้าเจ้าหน้าที่การตลาดของ HMD ตัวแทนการผลิตสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตภายใต้แบรนด์ Nokia “ผมกำลังจะบอกและเตือนพวกคุณว่า พวกเราทุกคนมีช่วงเวลาที่ควรจะใช้ทำอย่างอื่น มากกว่าการนั่งจิ้มโทรศัพท์” คำพูดทิ้งท้ายของเขาอาจทำให้ใครหลายคนฉุกคิด

ฟังก์ชั่นใหม่ๆ ในระบบปฏิบัติการ เช่น บันทึกเวลาการจ้องหน้าจอ (screen time-trackimg) สะท้อนถึงแนวคิดที่ว่านี้ กระทั่งการตัดสินใจส่วนตัวของบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เมื่อเป็นเรื่องการใช้มือถือของลูกๆ พวกเขาเอง ก็ยืนยันแนวคิดนี้

ขณะที่บางแนวทางมองว่า เทคโนโลยีการออกคำสั่งใช้งานด้วยเสียง (voice-activated) ก็ถือเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจและสำคัญสำหรับชีวิตประจำวัน เราอาจใช้เทคโนโลยีสั่งด้วยเสียงแทนการทำงานผ่านหน้าจอตลอดทั้งวัน แถมการใช้งานรูปแบบนี้ก็ไม่ได้ถึงกับทำให้เราตัดตัวเองออกจากเทคโนโลยีอย่างสิ้นเชิง

ท้ายที่สุด มหกรรมมือถือโลกที่บาร์เซโลนาอาจกำลังส่งสัญญาณถึงพวกเราทุกคนเป็นนัยๆ แล้วว่า มนุษย์กำลังเข้าสู่โลกของการยึดครองโดย ‘หน้าจอ’

มาร์ค เคอร์ติส (Mark Curtis) ผู้ก่อตั้ง Fjord บริษัทที่ปรึกษาด้านดีไซน์จากประเทศฟินแลนด์ ชี้ให้เราเห็นว่า การจะทำให้ลูกค้าเลือกบริโภคเทคโนโลยีอย่างมีสติ หรือเปลี่ยนวิธีคิดให้เดินสายกลางกับเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย และเราต้องตระหนักว่า “ตอนนี้ ประเด็นเรื่อง Work/Life Balance มันจบแล้ว เราควรโฟกัสที่ Device/Non-device Balance แทน”

ถ้ามาร์คพูดถูก เทคโนโลยี VR ต่างๆ (ยิ่งกว่าจอ) ที่กำลังรุกคืบเข้ามาเรื่อยๆ ย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกท้าทายว่าเป็นตัวทำลายล้างสมาธิทรงอานุภาพ

 

ที่มา: qz.com

Author

รุ่งรวิน แสงสิงห์
อดีตนักศึกษาการเมือง ดื้อดึง อวดดีและจอมขบถ ผู้หลงรักในการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา เธอปรารถนาที่จะแสดงออกให้ชัดเจนที่สุดโดยเฉพาะบนตัวอักษรที่ออกมาจากมือของเธอ