Every Day a Good Day: ชงชาเพื่อชีวิตที่ไม่ด้านชา - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

Every Day a Good Day: ชงชาเพื่อชีวิตที่ไม่ด้านชา

“แก้วชาใบนี้ต้องรอ 12 ปีจะใช้ครั้งหนึ่งเองเหรอคะ?”

มิจิโกะถามอาจารย์ทาเคดะด้วยสีหน้าสงสัย อาจารย์พยักหน้าพร้อมตอบข้อสงสัยของนักเรียนด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับมันเป็นเรื่องปกติทั่วไป สำหรับมิจิโกะและโนริโกะ เรื่องของใบชาคงเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจและไม่สามารถหาเหตุผลอธิบายได้ แต่สำหรับอาจารย์ทาเคดะที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการชงชามากว่าครึ่งชีวิต มันคงเป็นแค่เรื่องคุ้นชิน

ภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง Every Day a Good Day (2019) กำกับโดย โอโมริ เท็ตสึชิ บอกเล่าเรื่องราวของ โนริโกะ นักศึกษาปี 3 ธรรมดาคนหนึ่ง เธอไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ชีวิตต้องการอะไร วันหนึ่งเธอไปเรียนพิธีการชงชาแถวบ้านกับ มิจิโกะ ลูกพี่ลูกน้องของเธอ พวกเธอได้รับการอบรมจากอาจารย์ทาเคดะ หญิงชราผู้เชี่ยวชาญในการชงชา ในช่วงแรกพวกเธองุนงงกับวัฒนธรรมการชงชาที่เต็มไปด้วยขั้นตอนปวดหัวซับซ้อน แต่ศิลปะการชงชาอันละเมียดละไมค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอโดยไม่รู้ตัว เมื่อเวลาผ่านไป มีอุปสรรคที่อาจทำให้ต้องเลิกเรียนการชงชา จนเธอต้องตัดสินใจว่าจะเลือกให้ชีวิตเดินไปในเส้นทางใด

 

ภาพยนตร์เล่าเรื่องเป็นเส้นตรงโดยมีจุดศูนย์กลางวนเวียนอยู่ที่การเรียนพิธีการชงชา พื้นที่ของโรงภาพยนตร์ถูกเนรมิตโดยเทคนิคภาพยนตร์ให้กลายเป็นเหมือนที่นั่งสำหรับผู้ชมในการจับจ้องการแสดงพิธีการชงชาแบบญี่ปุ่น ภาพยนตร์ทั้งเรื่องเลือกใช้มุมกล้องแบบมุมมองบุคคลที่ 3 เพื่อทำให้เรารู้สึกราวกับเป็นแขกที่มาชมการชงชา และจากการเป็นผู้ชมพิธีชงชาตลอดทั้งเรื่องนี้ เราสามารถพบเห็นลักษณะพิเศษของศิลปะการชงชาที่ไม่สามารถถูกเล่าโดยบทพูด แต่กลับถูกแสดงผ่านการแอบซ่อนไว้ในองค์ประกอบมากมายที่ถูกเล่าผ่านเทคนิคภาพยนตร์

“มีบางเรื่องราวที่เราเข้าใจได้ง่ายๆ และมีอีกหลายอย่างที่ต้องใช้เวลา แต่จะมีอยู่สิ่งหนึ่งที่เราจะค่อยๆ เข้าใจมันทีละน้อย” โนริโกะ ตัวเอกของเรื่อง เล่าถึงเสน่ห์ของศิลปะการชงชา การชงชากลายเป็นเรื่องที่ไม่รีบร้อนและต้องใช้เวลาในการเข้าใจถึงแก่นแท้

 

ภาพยนตร์จะใช้การตัดต่อแบบเรียบง่ายในฉากที่ตัวละครเอกของเรื่องเรียนการชงชา ไม่มีการตัดสลับอย่างเร่งรีบจนเกินไป เราจะเห็นตัวละครค่อยๆ เปลี่ยนขั้นตอนการชงชาตั้งแต่การทำความสะอาดอุปกรณ์ การพับผ้า ‘ฟุคุสะ’ การรินน้ำ ไปจนถึงการดื่มชาโดยที่ไม่มีการตัดฉากไปมาเกินความจำเป็น ฉากการชงชาจึงออกมาดูเชื่องช้าและยืดยาวกว่าฉากอื่นๆ อีกทั้งยังมีการใช้มุมกล้องแบบไม่หวือหวา เช่น ใช้มุมกล้องแบบทาทามิช็อต (tatami shot) หรือเทคนิคการวางมุมกล้องเสมอระดับสายตาของคนที่นั่งอยู่บนเสื่อญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกว่าผู้ชมกำลังนั่งดูพิธีการชงชา ทำให้ผู้ชมอยู่ในความเรียบง่ายค่อยเป็นค่อยไปของการชงชาด้วยเช่นกัน

 

สิ่งที่น่าสังเกตเป็นพิเศษคือ ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องแบบข้ามผ่านฤดูกาลอย่างรวดเร็ว จากฤดูหนาวเปลี่ยนเป็นฤดูฝนและฤดูร้อน บางทีก็เล่าเรื่องแบบเว้นระยะเวลาไปเกินหนึ่งปี เวลาของโลกภายนอกเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว สวนในบ้านของอาจารย์ทาเคดะบ้างก็ถูกปกคลุมด้วยหิมะ บ้างก็ถูกซัดด้วยน้ำฝน ตัวละครหลายตัวพานพบความเปลี่ยนแปลง บ้างก็แต่งงานและจากไป แต่ไม่ว่าจะยังไงคลาสเรียนของอาจารย์ทาเคดะก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเฉยเมยกับเวลาของโลกภายนอก นักเรียนแต่ละคนพัฒนาฝีมือช้าๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป พิธีชงชาจึงเป็นเสมือนความเชื่องช้า เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะสามารถชงชาได้หนึ่งแก้วอย่างสมบูรณ์ไร้ที่ติได้ เวลาของศิลปะการชงชาทำงานต่างจากเวลาในโลกภายนอก หลายอย่างคืบคลานไปอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่งจบดูแทบไม่ขยับโดยที่เราไม่สามารถเข้าใจถึงเหตุผล เหมือนกับที่แก้วชาใบหนึ่งต้องรอถึง 12 ปีถึงจะได้ใช้ เวลาของมันถูกหยุดนิ่งไว้ถึง 12 ปีจนกว่าจะได้ทำหน้าที่ของมันต่อ

นอกจากนั้นภาพยนตร์ถ่ายฉากการชงชาให้มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย เมื่อตัวละครต้องเรียนชงชานานหลายปี การชงชาจึงดูเหมือนวนเวียนไปมา รายละเอียดชีวิตส่วนตัวของตัวละครก็ถูกภาพยนตร์เว้นไว้แทบจะเหลือเพียงชีวิตในห้องเรียนการชงชา ราวกับภาพยนตร์กำลังบอกว่าศิลปะการชงชาได้เข้ามาเป็นส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งของชีวิตโนริโกะ หรือชีวิตของโนริโกะได้เข้ามาเป็นส่วนเล็กส่วนหนึ่งของศิลปะการชงชา ทั้งสองแยกออกจากกันไม่ได้ เห็นได้จากในช่วงหนึ่งที่โนริโกะประสบปัญหาความรัก เธอก็ยังคงกลับไปเรียนชงชาเช่นเดิม

 

เมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้ชมอาจรับชมพิธีการ ‘ชงชา’ จนรู้สึก ‘เฉยชา’ หรือ ‘ด้านชา’ กับความเรียบง่ายและความยาวนานซ้ำเดิมที่อาจารย์ทาเคดะพร่ำสอนโนริโกะและมิจิโกะ แต่โนริโกะกลับไม่ได้รู้สึกเฉยชากับการ ‘ชงชา’ แม้แต่น้อย เธอกลับรู้สึก ‘เคยชิน’ หรือ ‘คุ้นชิน’ เธอปล่อยร่างกายเรียนรู้การชงชาตามธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องเข้าใจมันโดยหลักเหตุผล แต่ใช้เวลาเข้าใจเพียงทีละน้อยๆ และสิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตของเธอดูมีความสุขกับมัน

Author

ทัศ ปริญญาคณิต
นักศึกษาภาษาและวรรณคดีอังกฤษ ชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง ไปเที่ยว นอกจากนั้นยังชอบมีมคอมมิวนิสต์ และเสือกเรื่องดราม่า