5 Healthcare Items เหลือเชื่อ ในสังคมที่ไม่เหลืออะไรให้เชื่อ

ใครๆ ก็บอกว่าสุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องทำเอง แต่น่าสงสัยไหม ทำม้าย ทำไม เรายังคงพบผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพที่เปี่ยมล้นด้วยพลังวิเศษออกมาขายอยู่ และบางครั้งพลังที่ว่านั้นอาจไม่ได้ก่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลองเสี่ยง ซ้ำยังสร้างความเข้าใจผิด เกิดเป็นความเชื่อที่ขัดต่อหลักการแพทย์ นำไปสู่โทษร้ายต่อสุขภาพ ย้ำให้ทุกอย่างแย่ลงเข้าไปอีก

WAY สำรวจและรวบรวมผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพอันเปี่ยมล้นไปด้วยพลังวิเศษ ‘สุดแปลกแต่จริง’ และเราเห็นอะไรในผลิตภัณฑ์เหล่านั้น

เเตะบัตรพลังงานเยียวยาสารพัดสิ่ง

กลางปี 2562 ขบวนการมิจฉาชีพในอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นและหมู่บ้านใกล้เคียง ตระเวนหลอกขายบัตรสีแดงลักษณะไม่ต่างจากนามบัตรทั่วไป เรียกว่า ‘บัตรพลังงาน’ ในราคา 1,000-1,500 บาท ซึ่งกล่าวอ้างถึงคุณสมบัตินานัปการ ตั้งแต่รักษาโรค ลดความเครียด ไปจนถึงหลักการถนอมอาหาร พร้อมคุณสมบัติพิเศษสามารถประหยัดพลังงานเครื่องใช้ไฟฟ้า

เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก็ได้สร้างความตกอกตกใจแก่ชาวบ้านจำนวนหนึ่งถึงคุณสมบัตินานาประการจนทำให้สาธารณสุขจังหวัด ออกมาแจ้งเตือนชาวบ้านเกี่ยวกับคุณสมบัติที่อวดอ้างเกินจริง อีกทั้งยังสามารถสั่งซื้อบัตรพลังงานได้ทางเว็บไซต์อาลีบาบา ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 4-15 บาท เท่านั้น

รองศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาเปิดเผยถึงผลการตรวจสอบ บัตรพลังงาน พบว่ามีสารเจือปนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสารกัมมันตรังสี และโลหะหนัก กว่า 20 ชนิด ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และต้องมีใบอนุญาตเพียงเท่านั้น อีกทั้งสารดังกล่าวยังเสี่ยงก่อมะเร็ง เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเอาออกมาไม่ได้ และหากใช้ในระยะยาวก็ย่อมส่งผลต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงอยากให้ประชาชนเลิกซื้อบัตรพลังงาน เพราะนอกจากจะเสียเงินทองแล้วยังได้รับผลเสียทางสุขภาพตามมามากมาย

ตะเกียงวิเศษรักษามะเร็ง

ขบวนการของกลุ่มมิจฉาชีพที่ได้โฆษณาอวดอ้างเกินจริงและหลอกขายตะเกียงวิเศษแก่ชาวบ้านอำเภอบรบือ และอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม โดยมีราคาชุดละ 10,000 บาท มิจฉาชีพอ้างว่าตะเกียงนั้นสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้หายขาด รวมถึงโรคมะเร็งระยะสุดท้ายได้หายขาดอย่างเป็นปลิดทิ้ง เพียงจุดไว้ในมุ้งเวลานอนแล้วให้สูดดมกลิ่นจากตะเกียงเพียงเท่านั้นจะช่วยทำให้อาการป่วยจากโรคต่างๆ ดีขึ้น

สรรพคุณมากอนันต์ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งหลายคนหลงเชื่อซื้อไปใช้จำนวนมาก ขณะที่มีรายงานจากเครือข่ายพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค จังหวัดมหาสารคาม พบครูรายหนึ่งซื้อตะเกียงชนิดนี้ไปใช้ปรากฏว่าเสียชีวิต โดยทางด้านสาธารณสุขได้ออกมาชี้ว่าเป็นเพียงการใช้กลิ่นบำบัด ช่วยให้จิตใจสงบ คลายเครียดได้ แต่ไม่มีงานวิจัยในโลกรับรองสรรพคุณว่ารักษามะเร็งระยะสุดท้ายได้

ถั่งเช่าจักรพรรดิ ยารักษาโรคครอบจักรวาล

ถั่งเช่ายาสรรพคุณทางศาสตร์การแพทย์แผนจีน มาไกลเริ่มต้นจากชาวจีนทิเบต โดยมีสรรพคุณที่ได้รับการรับรองจากทางการแพทย์แล้ว ที่ได้มาตรฐานการวิจัยอย่างเช่น ถั่งเช่าผลิตภายใต้อนุสิทธิบัตรการเพาะเลี้ยงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 ได้มีโพสต์เตือนภัยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คถึงกรณีระยะประมาณ 5 เดือนก่อนที่คุณพ่อของผู้ใช้เฟซบุ๊คท่านนี้จะเสียชีวิต ได้ไปซื้อถั่งเช่าตามโฆษณาชวนเชื่อทางโทรทัศน์ และหลังจากนั้น 6 เดือน พ่อของผู้เสียชีวิตได้มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกและเสียชีวิตในที่สุด ผลวินิจฉัยจากทีมแพทย์พบว่า น้ำท่วมปวดและไตวายระยะสุดท้าย อีกทั้งยังพบว่ามีสารพิษจำนวนมากในร่างกาย ทั้งยังมีผู้คนมากมายเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นบอกกล่าวถึงอันตรายของถั่งเช่า ที่อาจมีผลทำให้ไตวายได้

หลังจากกระแสสังคมกระจายออกไป กสทช. และ อย. ได้ออกมากำชับให้ระงับโฆษณาชวนเชื่อเหล่านี้โดยมีโทษปรับเป็นจำนวนเงิน 500,00 บาท และปรับเพิ่มอีก 500,000 บาทพร้อมดำเนินการเพิกถอนทะเบียนตำรับอาหารและยา

โดยแท้จริงแล้ว ถั่งเช่านั้นเป็นเพียงแค่ผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ยาแผนโบราณ) เพื่อบำรุงร่างกาย หาใช่ยารักษาโรคสารพัดนึกอย่างที่ในโฆษณากล่าวอ้าง ซึ่งหากผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคประจำตัวหลงเชื่อคำกล่าวอ้างของโฆษณา อาจทำให้สุขภาพย่ำแย่ลงและเสียโอกาสทางการรักษาอย่างถูกต้อง

ดื่มฉี่รักษาโรค

ถือว่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานกับมายาคติความเชื่อเรื่องการดื่มฉี่เพื่อรักษาโรค โดยเว็บไซต์หมอชาวบ้านเปิดเผยว่า มีบันทึกการรักษาโรคด้วยน้ำปัสสาวะในประวัติศาสตร์จีนมายาวนานกว่า 1,500 ปีก่อน ในแต่ละราชวงศ์ของจีนมีบันทึกถึงสรรพคุณของน้ำปัสสาวะแตกต่างกันไป บ้างก็ใช้เป็นยาทาภายนอก บ้างก็ใช้เป็นยารักษาความร้อนภายในร่างกาย บวกกับความเชื่อดั้งเดิมของประเทศไทยที่มีการใช้ผ้าอ้อมเด็กชุบฉี่มาแก้อาการฝ้าขาว หรือใช้น้ำปัสสาวะรักษาอาการแมลงกัดต่อยเป็นต้น

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 วัฒนธรรมการดื่มฉี่กลับมาเป็นกระแสแรงอีกครั้ง โดยมีกลุ่มบุคคลหนึ่งที่เผยตัวว่าเป็นกลุ่มคนที่ ‘ดื่มฉี่เพื่อรักษาโรค’ มีหลายคนนำฉี่มาหยอดตา ล้างแผล เช็ดตัว หรือแม้กระทั่งดื่ม โดยเชื่อว่าจะสามารถรักษาโรคได้ เมื่อวัฒนธรรมการดื่มฉี่กลับมาเป็นกระแสก็มีทั้งกลุ่มบุคคลที่เห็นด้วยพร้อมทั้งปฏิบัติตาม และกลุ่มบุคคลที่ไม่เห็นด้วย โดยมีหมอและนักวิจัยหลายคนออกมาชี้แจงว่า ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนที่ระบุว่าการดื่มฉี่จะช่วยรักษาโรคได้จริง พร้อมทั้งกล่าวว่าฉี่คือของเสียที่ถูกขับออกจากร่างกาย โดยร่างกายกำจัดมันออกมาในรูปแบบของของเหลว ดังนั้นการที่ร่างกายขับออกมาแสดงว่าสิ่งนั้นถ้าสะสมมากในร่างกายก็ไม่ดี อีกทั้งปัสสาวะของมนุษย์มีฤทธิ์เป็นกรด หากดื่มเข้าไปอาจจะทำลายกระเพาะอาหารได้

ท่ามกลางการพัฒนาทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย ดูเหมือนว่าความเชื่อเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องเล่าปรัมปราไปเสียแล้ว เพราะถูกหักล้างไปด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

แผ่นแปะรักษาเบาหวาน

เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนปี 2563 อย. ได้ออกมาเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อโฆษณาเกินจริงของผลิตภัณฑ์ DiaRemedium ที่โฆษณาถึงสรรพคุณการรักษาโรคเบาหวานเพียงแค่แปะผลิตภัณฑ์นี้ลงไปก็จะสามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ โดยไม่จำเป็นต้องฉีดอินซูลินอีกต่อไป อีกทั้งเว็บไซต์ที่เผยแพร่ผลิตภัณฑ์นี้ได้มีการเผยแพร่ข้อความว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็นคำแนะนำจากแพทย์โดยอ้างชื่อ สุพจน์ เวชชาญชัย เมื่อ อย. ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีชื่ออยู่ในระบบของฐานข้อมูลแพทยสภา และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ผ่านการรับรองจาก อย.

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ยารักษาที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ โดย อย. ได้ฝากเตือนถึงผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อผลิตภัณฑ์ที่มักโฆษณาแอบอ้างบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ หากหลงเชื่อและหยุดใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอาจจะทำให้โรคที่เป็นอยู่อาการหนักกว่าเดิมได้

 

โฆษณาชวนเชื่อเกินจริงเหล่านี้ แม้จะอยู่ภายใต้หลายหน่วยงานภาครัฐที่ช่วยกันตรวจสอบดูแล แต่ด้วยความไวของโลกสมัยใหม่ที่สามารถแพร่กระจายข้อมูลอย่างรวดเร็ว อาจทำให้การตรวจสอบทำได้อย่างไม่เต็มที่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องเพิ่มความเข้มข้นอย่างเคร่งครัด เพื่อทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการคัดกรองข้อมูลแก่ประชาชน อุดช่องโหว่ไม่ให้ประชาชนตกเป็นเครื่องมือของผู้ประกอบการที่แสวงหาแต่ผลกำไร โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ด้านสุขภาพ

 

อ้างอิง 

 

Author

ณิชกานต์ ภักดี
สาวอำเภอวารินผู้พลัดถิ่นมาอยู่ที่บ้าน WAY สนใจประเด็นร้อนทางสังคม และชื่นชอบการมองสังคมผ่านการอ่านงานวรรณกรรมและซีรีส์ Netflix

Author

ดวงนฤมล บุญแก้ววรรณ
นักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยพะเยา สนใจและติดตามการเคลื่อนไหวทางสังคม แต่บางครั้งก็แอบหนีเข้าป่า และดื่มชาร้อน

Illustrator

ญาดา พระนคร
เด็กฝึกงานสายกราฟิกจากเชียงใหม่ มีใจรักในการเลี้ยงสัตว์ และปลูกต้นไม้ทุกชนิด ความใฝ่ฝันสูงสุดในชีวิตคือการทำงานด้านกราฟิกควบคู่ไปกับการเปิดสวนสัตว์ และร้านขายต้นไม้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend