โบราณคดีของการชูสามนิ้ว: กิริยาต่อเนื่องและการแตกกอของความหมาย - waymagazine.org | นิตยสาร WAY

โบราณคดีของการชูสามนิ้ว: กิริยาต่อเนื่องและการแตกกอของความหมาย

มีคำถามไม่น้อย ว่า เหตุใดการแสดงออกด้วยการชูสามนิ้วของนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน จึงมีความแหลมคมกระทั่งสามารถทิ่มแทงไปยังผู้อำนาจได้อย่างทรงพลัง เห็นได้จากปฏิกิริยาของสังคม ไม่ว่าจะเป็นครูบางคนที่ใช้ความรุนแรงตอบโต้การแสดงสัญลักษณ์ของลูกศิษย์ หรือการที่มีเจ้าหน้าที่บุกไปบ้านของครอบครัวที่เผยแพร่ภาพเด็กอนุบาลชูสามนิ้ว

ผลึกจากการคิดค้นเครื่องมือต่อสู้ในยุคที่การสอดส่องควบคุมเข้มงวด

การชูสามนิ้วเพื่อแสดงการต่อต้านอำนาจรัฐบาล นับเป็นกิริยาต่อเนื่องมาจากการต่อสู้ของประชาชนจำนวนหนึ่งหลังการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 การต่อต้านที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ถุนของการควบคุมและสอดส่องจากรัฐบาลคณะรัฐประหาร คสช. นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่มีการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านรัฐประหารในหลากหลายรูปแบบตลอดช่วง 1 สัปดาห์แรกของการยึดอำนาจ เช่น การกินแซนด์วิชต้านรัฐประหาร การอ่านหนังสือต้านรัฐประหาร แม้กระทั่งการยืนเฉยๆ เพื่อต้านรัฐประหาร

อย่างไรก็ตาม การแสดงออกที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้ทำให้ผู้ที่ออกมาทำกิจกรรมได้รับความปลอดภัยแต่อย่างใด 

มีงานวิชาการและรายงานสิทธิมนุษยชนจำนวนหนึ่งเปิดเผยให้เห็นว่ามีการติดตาม ปรับทัศนคติ ไปจนถึงขั้นจับกุมดำเนินคดีจากการแสดงออกเป็นจำนวนมาก

สำหรับการชูสามนิ้วเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการจัดกิจกรรมอื่นๆ อย่างการกินแซนด์วิช ซึ่งหากการกินเเซนด์วิชต้องอาศัยการเตรียมการและเสียทรัพย์ อีกทั้งเป็นหลักฐานมัดตัวผู้ต่อต้านภายหลัง การชูสามนิ้วจึงเป็นอาวุธที่ไม่มีต้นทุน สามารถทำได้ง่าย และปลอดภัยกว่า ฉะนั้นการชูสามนิ้วจึงแพร่หลายอย่างต่อเนื่องยาวนานมากกว่า

การชูสามนิ้วครั้งแรกๆ เกิดขึ้นในวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่หน้าห้างสรรพสินค้าเทอร์มินัล 21 เมื่อผู้ชุมนุมนัดหมายกันผ่านสื่อออนไลน์ไปปรากฏตัว กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย จากรายงานของ The Guardian เสนอว่า เจ้าหน้าที่คณะรัฐประหารถึงกับประกาศว่า ได้มีการติดตามการเคลื่อนไหวการประท้วงในรูปแบบใหม่ โดยใช้สัญลักษณ์การแสดงออกถึงการไม่ยอมรับอำนาจคณะรัฐประหารอย่างเงียบๆ ด้วยการชูมือขึ้นแล้วกรีดนิ้วนาง นิ้วกลาง และนิ้วชี้ขึ้นเรียง ซึ่งการแสดงออกด้วยกิริยาดังกล่าว เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามาจากอิทธิพลของนิยายเรื่อง The Hunger Game และจะมีการจับกุมตัวหากมีผู้ที่ไม่ยอมลดการชูมือที่เปรียบเสมือนอาวุธนั้นลง

รายงานฉบับเดิม ระบุว่า ตลอดสัปดาห์แรกของการรัฐประหาร มีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาชุมนุมในลักษณะแฟลชม็อบเพื่อต่อต้านการยึดอำนาจนั้น คณะรัฐประหารได้จัดกำลังตำรวจกว่า 6,000 นาย ประจำการตามจุดสำคัญที่อาจจะมีการประท้วง เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สี่แยกราชประสงค์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ

ความหมายที่หลากหลายแต่ใจตรงกันคือ ‘ประชาธิปไตย’

ในช่วงแรกของการใช้สัญลักษณ์ชูสามนิ้ว พบว่ามีความเข้าใจที่แตกต่างกัน เห็นได้จากเมื่อผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์ผู้ชุมนุมบางคนที่แสดงสัญลักษณ์การชูสามนิ้ว 

บางคนได้อธิบายว่าหมายถึงค่านิยมในการปฏิวัติฝรั่งเศส 3 ประการ ได้แก่ เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ 

ขณะที่บางคนตอบว่าหมายถึง เสรีภาพ การเลือกตั้ง และประชาธิปไตย ส่วนบางคนก็อธิบายว่าหมายถึง 1.ไม่เอารัฐประหาร 2.เรียกร้องเสรีภาพ และ 3.เรียกร้องประชาธิปไตย

ถึงตรงนี้จะเห็นว่า แม้คณะรัฐประหารจะสามารถครองอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จหลังการจับกุม ดำเนินคดีประชาชนในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งคณะรัฐประหารจำนวนมาก แต่ทว่ากิจกรรมการชูสามนิ้ว ก็ได้ปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ ในการเคลื่อนไหวสำคัญๆ ที่สามารถเห็นได้ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์สวนสาธารณะ พื้นที่โลกออนไลน์ไปจนถึงหน้าแท่นพิธีของหัวหน้า คสช.

เราสามารถรู้สึกได้ถึงบรรยากาศการกดปราบและการพยายามใช้สัญลักษณ์ในการต่อต้านโดยมีการชูสามนิ้วเป็นท่วงท่ากิริยาที่แหลมคมได้ราว 1 เดือนแรก เมื่อ เพียงคำ ประดับความ กวีเสื้อแดงอ่านบทกวีที่ชื่อว่า ‘ไอแอม เวรี่แฮปปี้’ เพื่อเสียดเย้ยมาตรการการ ‘คืนความสุข’ ของคณะรัฐประหารที่มอบให้แก่ประชาชนด้วยการสอดส่องและกดปราบประชาชนจำนวนมากตลอด 1 เดือนแรกหลังการรัฐประหาร

ในวันนั้นมีประชาชนจำนวนราว 20 คนเดินทางไปยังหมุดคณะราษฎร บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ในวาระครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 โดยมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากตั้งแผงเหล็กกั้นและสกรีนคนที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วยการจดชื่อบัตรประชาชน เนื้อหาของบทกวีมีดังนี้

ฉันจะไม่อ่านหนังสือเล่มนั้น
ไม่กินอาหารที่คุณไม่ชอบ
ไม่ชูสามนิ้ว...ไม่ทำตัวนอกกรอบ
ไม่เขียนคำตอบบนกระดาษเอสี่
..
คุณคืนความสุขฉันอยากขอบคุณ
ท่านผู้นำสมบูรณ์ “ไอแอมเวรี่แฮปปี้”
จะรักชาติยิ่งชีพและจะเป็นคนดี
แต่ขอให้ฉันมี...บ้างได้ไหม “หัวใจ”
(ให้ฉันมีได้ไหม...เศษเสี้ยวความเป็นคน)
..
ในปีที่ฤดูฝนมาเยือนล่าช้า
บางความฝันถูกฆ่ากลางถนน
ยักษ์ในตะเกียงตะกายออกร่ายมนตร์
เปลี่ยนปืนกลเป็นดอกไม้ในพริบตา
..
บางนักฝันพร่ำหาผู้มาก่อนกาล
สุกงอมหอมหวานนั้นเกินหวนหา
ชิงสุกก่อนห่ามทำก่อนเวลา
หรือแท้ล่าช้ากว่าปฏิทิน
..
คุณอยู่ในปีสองสี่เจ็ดห้า
นั่งไทม์แมชีนมาไกลกว่ายุคหิน
สองห้าห้าเจ็ดเผด็จการกัดกิน
ตะโกนไม่ได้ยินอวลกลิ่นความคับแค้น
(ร้องไห้ไม่ได้ยินอวลกลิ่นความแค้นคับ)
..
เราไม่เคยมีผู้มาก่อนกาล
คุณคือผู้ต้านการหมุนโลกกลับ
ย่ำรุ่งปีนั้นแสงดาวระยับ
ยักษ์ร้ายถูกจับขังในตะเกียง
..
ในใจคนย่อมมีดอกไม้
ผลิบานอย่างไรในรัตติกาลไร้เสียง
ความสุขกับลูกปืนมิอาจยืนข้างเคียง
ทรงกายอย่างเอียงเอียง...เราเพียงประชาชน

หลากความหมายของการชูสามนิ้ว

ผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย – เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ
ผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย – เสรีภาพ การเลือกตั้ง ประชาธิปไตย
ผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย – ไม่เอารัฐประหาร เรียกร้องเสรีภาพ เรียกร้องประชาธิปไตย
แคทนิส เอเวอร์ดีน – ขอบคุณ ชื่นชม ลาก่อน
จิรายุส วรรธนะสิน – โกงข้าว ล้มเจ้า เผาเมือง
จิรายุส วรรธนะสิน – รักชาติ รักศาสนา รักพระมหากษัตริย์
ประยุทธ์ จันทร์โอชา – เต้นกระตั้วแทงเสือ
ลูกเสือสามัญ – ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ ข้าจะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ

ศิลปะของการอ้างอิงนอกบริบท

‘นาม’ ของการชูสามนิ้วมีความหมายที่หลากหลาย ในด้านหนึ่งอาจจะมีการนิยามว่า หมายถึง ‘เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ’ บางคนอาจจะให้ความหมายถึงข้อเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ยุบสภา และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ การชูสามนิ้วเป็นการหยิบยืม ‘รูป’ มาจากภาพยนตร์เรื่อง The Hunger Game ที่มีเนื้อหาต่อต้านเผด็จการ เหตุการณ์ที่น่าตื่นตาอย่างเช่น ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 ภาพยนตร์ The Hunger Game: Mockingjay Part1 มีรอบกำหนดฉาย กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาก็ได้จัดกิจกรรม ‘ชูสามนิ้ว หิ้วป๊อปคอร์น เข้าโรงหนัง’

ในวันนั้น นักศึกษาผู้จัดงานถูกกีดกันและควบคุมตัวจนไม่สามารถริเริ่มกิจกรรมได้ ปรากฏว่านักศึกษา LGBT ท่านหนึ่งได้ยกมือชูสามนิ้วท่ามกลางสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะเดินเข้าโรงภาพยนตร์ ที่ห้างสยามพารากอน และหลังจากนั้นเธอชูสามนิ้วอีกครั้งต่อหน้าประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เพื่อประท้วงต่อการนิ่งเฉยจากการที่คณะรัฐประหารละเมิดสิทธิประชาชน

โดยก่อนหน้านั้นเพียง 1 วัน ไผ่-จตุภัทร บุญภัทรรักษา และนักศึกษากลุ่มดาวดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้แสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้วต้านรัฐประหารต่อหน้าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ทั้ง 5 คน สวมเสื้อ สกรีนข้อความ “ไม่” “เอา” “รัฐ” “ประ” “หาร” เพื่อแสดงการต่อต้านการรัฐประหารอย่างสันติ ปฏิกิริยาของนายกรัฐมนตรีผู้ถูกสามนิ้วคุกคามคือ การกล่าวว่า “นึกว่ามาเต้นกระตั้วแทงเสือ” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 4 เดือนภายหลังการมีคําสั่งจากรัฐบาลห้ามประชาชนชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร พร้อมกับการแถลงผลงานของตำรวจนครบาลที่จับประชาชนชูสามนิ้วได้ 7 คน

พึงตระหนักว่า การชูสามนิ้วนับตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2557 จนถึงปรากฏการณ์ไฟลามทุ่งในปัจจุบัน ความหมายของการชูสามนิ้วได้แตกต่างอย่างหลายหลากจากความหมายของการชูสามนิ้วในหนังเรื่อง The Huger Game หรืออากัปกิริยาที่คล้ายคลึงกันอย่างท่าวันทยหัตถ์ในกิจกรรมของลูกเสือ เพราะ แคทนิส เอเวอร์ดีน ได้ระบุว่าการชูสามนิ้วใน District 12 ที่เป็นการยกสามนิ้วของมือซ้ายขึ้นมาแตะปากนั้น ก็เพื่อแสดงความเคารพคนที่เรารักอันมีความหมายว่า ‘ขอบคุณ ชื่นชม และลาก่อน’

ขณะที่ในนิยายต้นฉบับ นอกจากระบุว่าการทำสัญลักษณ์นี้ต้องชูด้วยมือซ้าย ความแตกต่างของการชูสามนิ้วของนักเรียน นักศึกษาไทยในปัจจุบันก็มีความหมายต่างออกไปจากท่าวันทยหัตถ์ ซึ่งมีความหมายถึง เกียรติภูมิของพระเจ้าและกษัตริย์ การช่วยเหลือผู้อื่น และ การเคารพในกฎของลูกเสือ

ถึงที่สุด จากวันนั้นที่มีคนจำนวนไม่มากใช้สัญลักษณ์ชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร จนถึงวันนี้ที่มีการใช้สัญลักษณ์เดียวกันแสดงออกไปทั่วประเทศโดยเฉพาะในหมู่เยาวชน อนึ่งไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า ใครเป็นผู้ริเริ่มการชูสามนิ้วเป็นคนแรก อีกทั้งยังไม่มีการบัญญัติความหมายไว้อย่างเป็นทางการ จากอดีตจนถึงปัจจุบันความหมายจึงยังไม่นิ่ง แต่เข้าใจร่วมกันคือการปฏิเสธระบอบเผด็จการอำนาจนิยม

อ้างอิง

theguardian.com

Author

อิทธิพล โคตะมี
อิทธิพลเข้ามาในกองบรรณาธิการ WAY พร้อมตำรารัฐศาสตร์ สังคม การเมือง ถ้อยคำบรรจุคำอธิบายด้านทฤษฎีและวิธีการปฏิบัติ คาแรคเตอร์โดยปกติจะไม่ต่างจากนักวิชาการเคร่งขรึม แต่หลังพระอาทิตย์ตกไปสักพัก อิทธิพลจะเป็นชายผู้อบอุ่นที่โอบกอดมิตรสหายได้ทุกคน