จักมีต ซิงห์: หัวหน้าพรรคการเมืองชาวซิกข์คนแรกของแคนาดา


ภาพประกอบ: Shhhh

 

หากให้จินตนาการภาพลักษณ์ของนักการเมืองผู้ชายส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น สูทสุดเนี้ยบ คัตติ้งสุดหรู ผมถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อย ใบหน้าสะอาดสะอ้านและรองเท้าหนังขัดจนมันเงา (อนุญาตให้นึกถึง จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา)

แต่คนที่เรากำลังพูดถึงจัดจ้านกว่านั้น จนนิตยสาร GQ ออกมาพูดว่าเขาเป็น The Incredibly Well-Dressed Rising Star in Canadian Politics จากบทสัมภาษณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ผ้าโพกหัวตามศาสนาซิกข์สีเหลืองพาสเทล เชิ้ตแขนสั้นสีขาวเข้ารูป กางเกงยีนส์พอดีตัว รองเท้าสีน้ำตาลทรง driving shoes และจักรยานคันจิ๋วสีเขียวข้างกายแบบฉบับฮิปสเตอร์ คือภาพลักษณ์ที่ติดตาใครต่อใครของ จักมีต ซิงห์ (Jagmeet Singh) ชายวัย 38 ปีที่กำลังตกเป็นกระแสไวรัลทั่วโลกออนไลน์แคนาดาอยู่ขณะนี้ หลังคว้าตำแหน่งหัวหน้า New Democrats Party (NDP) พรรคการเมืองสายเสรีนิยมที่ใหญ่เป็นอันดับสามของแคนาดาได้สำเร็จ

จักมีต ซิงห์ คือนักการเมืองที่ไม่ใช่ชาวผิวขาว (non-white politician) คนแรก และเป็นชาวซิกข์คนแรก ซึ่งถือเป็นชนกลุ่มน้อยในชาติแคนาดา ที่สามารถก้าวเข้ามานั่งตำแหน่งสำคัญทางการเมือง โดยเอาชนะแคนดิเดตทั้งสามคนในการโหวตเลือกตั้งหัวหน้าพรรค NDP ด้วยคะแนนสูงถึง 53.6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

หลังความสำเร็จดังกล่าว ซิงห์ได้ออกมาทวีตขอบคุณทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวเขาและพร้อมที่จะรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีแคนาดาอย่างเป็นทางการทันที

แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ จักมีต ซิงห์ เป็นบุตรของผู้อพยพเชื้อสายอินเดีย-ซิกข์ จากรัฐปัญจาบ (Punjab) ประเทศอินเดีย ที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยในแคนาดา โดยเขาเกิดที่สคาร์โบโรห์ (Scarborough) ออนตาริโอ

ด้วยความแตกต่าง ชีวิตตอนเด็กของเขาต้องเผชิญกับการกดขี่ข่มเหงมาโดยตลอดในฐานะเด็กที่มีผิวสี สำเนียงต่างจากคนอื่น และการแต่งกายที่ไม่เหมือนใคร

พวกเขาพูดว่า ผิวสีน้ำตาลและสำเนียงของผมมันตลก

จากความรู้สึกของการเป็นคนชายขอบ และต้องพบเห็นเพื่อนที่เป็นชายขอบเผชิญกับความรุนแรงและโหดร้าย ทำให้เขาหันมาเป็นนักกิจกรรมโดยเริ่มจากกิจกรรมอาสาเกี่ยวข้องกับผู้อพยพและผู้ลี้ภัย และเข้าสู่โลกการเมืองในปี 2011

“ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ผมเห็นเด็กรอบตัวผม เด็กที่ไม่มีความสามารถพอ และไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวที่จะไปสู่ฝันที่วาดไว้ เนื่องจากสถานะทางการเงินของครอบครัว นั่นทำให้ผมรู้สึกว่า นี่มันไม่ยุติธรรม” คือข้อความส่วนหนึ่งจากเว็บไซต์ส่วนตัวที่แสดงให้เห็นถึงเป้าหมายทางการเมืองของเขา

การที่ซิงห์ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคหัวเสรีนิยมเหมือนกับพรรค Liberal Party ของนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ส่งผลให้การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีปี 2019 น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากนโยบายที่ทั้งสองนำมาสู้กันแทบจะไม่ต่างกันมากในอุดมการณ์ทางการเมือง

แต่สิ่งที่ซิงห์ต้องการ ‘ขีดเส้นใต้’ เน้นอย่างหนักและจริงจังที่จะแก้ไขให้ได้ หนีไม่พ้นเรื่องค่าครองชีพ มาตรฐานสวัสดิการแรงงาน ปรับปรุงนโยบายเพื่อผู้ทุพพลภาพ ยุติความรุนแรงบนฐานเพศภาวะ (gender-based violence) สร้างความเท่าเทียมทางชาติพันธุ์และกลุ่มหลากหลายทางเพศ ‘LGBTQI2S+’ (ย่อมาจาก lesbian, gay, bisexual, transgender, transsexual, queer, questioning, และ 2-Spirit)

ด้วยความแตกต่างที่กลายเป็นความสดใหม่ ส่งผลให้ซิงห์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันยอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ของเขาพุ่งขึ้นมากกว่า 80,000 คนเรียบร้อยแล้ว

ดูเหมือนการเลือกตั้งผู้นำแคนาดารอบหน้า ขาเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรีคนหล่อขวัญใจสาวทั้งโลกจะไม่มั่นคงเหมือนที่คิด


อ้างอิงข้อมูลจาก:
indianexpress.com
qz.com

ชลิตา สุนันทาภรณ์

กองบรรณาธิการรุ่นใหม่ไฟแรงแห่งสำนัก WAY เธอมีความสนใจกว้างขวางหลากหลาย แต่ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงเป็นพิเศษ คือด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รายงานข่าวต่างประเทศจากปลายนิ้วจรดคีย์บอร์ดของเธอจึงแม่นยำและเฉียบคมยิ่ง

ชลิตา สุนันทาภรณ์จักมีต ซิงห์: หัวหน้าพรรคการเมืองชาวซิกข์คนแรกของแคนาดา

Related Posts

แชร์รูปเด็กหายในเซฟบุ๊ค อาจยิ่งเป็นภัยต่อเด็ก

หลายครั้งที่คุณแชร์ข่าวเด็กหายบนเฟซบุ๊คด้วยความหวังดี แต่ในทางตรงข้าม โลกโซเชียลมีเดียอาจให้ผลในทางลบ และอาจยิ่งทำให้ชีวิตของเด็กตกอยู่ในอันตรายมากกว่าเดิมก็เป็นได้

แคนาดาทุ่มเงิน 125 ล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนา AI

ประเทศพัฒนาแล้วอย่างแคนาดาเตรียมทุ่มเม็ดเงินลงทุนกว่า 125 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเกี่ยวกับ AI และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

Basic Income: แจกเงินยังไงให้เวิร์ค

ขณะที่บางแห่งพยายามหว่านเงินเพื่อแก้ไขปัญหายากจน แต่เงินไม่ใช่ยาวิเศษ แม้แต่สวัสดิการที่ใครต่อใครว่าดีอย่าง basic income หรือการการันตีรายรับเงินให้เปล่าของคนทั้งประเทศ ก็ยังมีข้อเสีย และเพื่อสอบทานข้อเสียดังกล่าว การใช้ระบบ basic income จึงต้องมีการทดลองหาความ 'เวิร์ค' และนี่คือสิ่งที่แคนาดากำลังจะเริ่มทำในรัฐออนตาริโอ